วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราชการไม่สนใจเรื่องการเรี่ยไรหรือการขอรับบริจาคบ้างหรือ


ราชการไม่สนใจเรื่องการเรี่ยไรหรือการขอรับบริจาคบ้างหรือ

ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ประชาชนชอบทำบุญสุนทาน หากเพื่อนฝูง พรรคพวกเดียวกันหรือหน่วยงานต่างๆ บอกบุญหรือเรี่ยไร ก็ชอบบริจาคให้ไปเพราะถือเป็นการทำบุญ บางครั้งก็ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผู้เรี่ยไรได้นำเงินไปใช้ตามที่เคยบอกกล่าวไว้หรือไม่

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

เคยทราบมาครั้งหนึ่งว่ามีผู้หนึ่งจัดทำฎีกาเพื่อเรี่ยไรเงินในการทอดผ้าป่า มีตราของวัดประทับในใบฎีกาเรียบร้อย เรื่องตราประทับนี้ง่ายครับ เพียงไปหาตัวอย่างมาก็ทำตรายางได้ง่ายอยู่แล้ว จริงๆ ไม่นำเงินไปทอดผ้าป่าจริงหรอกครับ แต่นำเงินที่ได้ทั้งหมดไปใช้ส่วนตัว 

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ไม่ทราบหรอกนะครับว่าผู้ที่ได้กระทำผู้นั้น ได้รับกรรมไปแล้วหรือไม่ แต่ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าคงได้รับกรรมเป็นแน่ ไม่ช้าก็เร็ว

มีความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบว่าการเรี่ยไรหรือการขอรับเงินบริจาคนั้น กฎหมายบัญญัติให้ต้องขออนุญาตต่อทางราชการก่อนจึงจะกระทำได้ กฎหมายนั้นก็คือพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไรพุทธศักราช ๒๔๘๗ 

และต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การเรี่ยไรและการขอรับบริจาคนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะพระราชบัญญัติได้กำหนดความหมายของการเรี่ยไรว่า หมายความรวมตลอดถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการ ซึ่งมีการแสดงโดยตรง หรือโดยปริยาย ว่ามิใช่เป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยน ชดใช้ หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างหนึ่งนั้นด้วย

และการขออนุญาตเรี่ยไรในที่สาธารณะ สื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อโทรทัศน์นั้น กฎหมายบัญญัติให้ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน กำหนดวิธีการที่ในการเรี่ยไรและเรื่องต่างๆ ที่กำหนดไว้ด้วย 

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ ผู้ได้รับอนุญาตให้เรี่ยไรต้องมีใบอนุญาตติดตัวอยู่ในขณะเรี่ยไร และพร้อมที่ให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นตรวจสอบได้

เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการเรี่ยไรนั้น ถ้าไม่อาจดำเนินการตามวัตถุประสงค์ให้รายงานให้คณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งให้ส่งเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวไปประกอบการกุศลหรือสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดตามแต่เห็นควร

หากไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ก็มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท หรือจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจํา

คงเป็นเพราะระวางโทษที่บัญญัติไว้มีมูลค่าในปัจจุบันน้อยมาก การเรี่ยไรหรือการขอรับบริจาคที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายจึงเกิดขึ้นมากมายยังกับดอกเห็ด แน่นอนครับ มีทั้งเพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์ และประโยชน์ส่วนตนหรือพรรคพวก

กำหนดโทษนั้น กำหนดมา ๗๗ ปี แล้วนี่ครับ รัฐบาลช่วยปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหน่อยเถิด อย่างน้อยก็เพิ่มโทษการปรับและจำให้มากขึ้นสมกับสภาวะในปัจจุบัน เพื่อให้การเรี่ยไรจะได้ทำเพื่อประโยชน์ในการกุศลหรือสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง

แต่แม้ยังไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายนี้ ผู้รับผิดชอบก็น่าจะทำงานเชิงรุกบ้างก็ดีนะครับ รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าผู้ใดเปิดขอรับบริจาคบ้าง เพราะขอรับบริจาคทางสื่อออนไลน์กันอย่างครึกโครม

หากผู้ออกข่าวเรี่ยไรหรือขอรับบริจาคไม่ได้ขออนุญาต ก็ฟ้องร้องต่อศาลได้ เงินค่าปรับสองร้อยบาทอาจไม่มาก แต่หากเจอโทษจําซึ่งไม่เกินหนึ่งเดือน ก็มีประวัติติดตัวก็เป็นคนขี้คุก ซึ่งไม่ค่อยดีนักหรอกนะครับ

ที่จริงยังมีดาบสอง เพราะในหลักการผู้มีเงินที่ได้รับการบริจาค ต้องนำเงินไปใช้บริจาคตามวัตถุประสงค์ทั้งหมด และต้องจัดทำบันทึกรายรับ รายจ่ายอย่างชัดเจน จึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้

แต่หากไม่มีรายจ่ายแสดง ผู้เปิดบัญชีเพื่อรับเงินบริจาคก็ต้องรับกรรม ตัวอย่างมีแล้วเมื่อผู้เปิดบัญชีบริจาคของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกกรมสรรพากร ประเมินเสียภาษีทั้งหมดของเงินบริจาค เป็นเงิน ๕๗๒ ล้านบาท เมื่อไม่มีจ่ายก็ต้องเป็นบุคคลล้มละลาย 

ครับ เมื่อราชการเอาจริง ผู้ที่ไม่ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องรับกรรม

ว่าแต่ว่าทางราชการได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังแล้วหรือยังเท่านั้นแหละครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net