วันที่ ศุกร์ กันยายน 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครงการคนละครึ่ง รูปแบบใหม่


โครงการคนละครึ่ง รูปแบบใหม่

หลังจาก ศบค. ได้มีมติเริ่มคลายล็อกดาวน์ในวันที่ ๑ กันยายน ที่ผ่านมา ผู้เขียนก็ได้ไปที่เซ็นทรัลพระราม ๙ เพื่อซื้อของจำเป็นหลายๆ อย่าง เพราะบางอย่างหมดแล้วและบางอย่างกำลังจะหมดครับ

ได้แวะไปซื้อของที่ร้านท๊อปด้วย ดีใจนะครับที่ปัจจุบันร้านท๊อปได้จัดช่องพิเศษสำหรับบุคคลพิเศษ ก็ สว. คนพิการและหญิงมีครรภ์นั่นแหละครับ

 

แต่ก็เศร้าใจเช่นเดียวกันที่ได้เห็นคนไทยหลายคนที่ไม่เคยแยแสกับป้ายที่ติดไว้

ครับ เพราะความไม่มีวินัยของคนไทยนั่นแหละครับ ซึ่งแม้มีป้ายแบบนี้แล้วไม่ว่าในรถไฟฟ้า ร้านค้าสนามบิน หรือห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งที่จอดรถ หากต้องการใช้เสียอย่างก็ไม่เคยสนใจใครทั้งนั้น

 

อยากนั่งหรืออยากใช้บริการก็นั่งหรือใช้บริการอย่างหน้าตาเฉย ไม่อายใคร ครับ ก็ประเภทหน้าไม่บางไงครับ

ในรถไฟฟ้านั้นผู้เขียนได้เสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ประสานกับ รฟม. และบีทีเอส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ ขอให้ช่วยประกาศให้ผู้โดยสารทราบว่าโปรดอย่าใช้ที่นั่งที่จัดไว้ให้บุคคลพิเศษ

 

ได้ติดตามผลแล้วปรากฎว่าบีทีเอสได้ทำแล้วครับแต่ รฟม. ดูเหมือนไม่สนใจ ไม่ทราบว่าตอนนี้ได้ทำแล้วหรือไม่ เพราะผู้เขียนไม่ได้ใช้บริการมานานแล้ว ตั้งแต่โควิดระบาดหนักนั่นแหละครับ

ก่อนหน้านั้นหากพบหนุ่มสาวที่นั่งบนที่นั่งพิเศษก็ชี้ให้อ่านป้าย ส่วนใหญ่ได้ผลครับ ลุกขึ้นแต่โดยดี แต่ระวังอยู่ครับสำหรับบางคนที่ร่างกายกำยำ ก็กลัวนะซิครับ อิอิอิ

ที่จริงที่เคาน์เตอร์ชำระเงินของร้านค้าที่มีป้ายพิเศษเหล่านี้หากผู้จัดการร้านนั้นเอาจริงเอาจังก็ทำได้ครับ แจ้งให้พนักงานเก็บเงินไม่ให้บริการแก่บุคคลที่ไม่เข้าข่ายดังกล่าวเปลี่ยนไปช่องใช้บริการที่ช่องอื่นได้

ก็ทีช่องที่ชำระเงินสดหรือมีสิ่งของไม่เกินจำนวนชิ้นที่กำหนดไว้ก็ยังทำได้อย่างจริงจังนี่ครับ

ขอฝากร้านค้าที่มีช่องเคาน์เตอร์ชำระเงินที่มีป้ายพิเศษเหล่านี้ได้ช่วยกวดขันเรื่องนี้แก่ผู้รับบริการด้วย ถือเป็นการช่วยบุคคลพิเศษและช่วยฝึกคนไทยให้มีวินัยมากยิ่งขึ้นด้วย

 

เคยเขียนและเคยโพสต์ในเฟสบุ๊คสำหรับเรื่องทำนองนี้หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เหตุที่ได้โพสต์ในเฟสบุ๊คอีก เจตนาอีกประการหนึ่งก็เพื่อให้เพื่อนฝูงได้ทราบว่าร้านดังกล่าวมีช่องพิเศษให้แล้วด้วย

จากข้อเขียนในเฟสบุ๊คที่ว่า ไปซื้อของจำเป็นที่ร้านท๊อป เดี๋ยวนี้มีช่องพิเศษแล้วนะ แต่ผู้ที่ไม่เข้าข่ายก็คงอ่านหนังสือไม่ออกหรือไม่มีวินัย คงอีกนานนะครับ

 

ก็มีเพื่อนหลายคนได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ คนหนึ่งระบุว่า ต้องไปดูการขี่มอไซค์ฝ่าไฟแดงที่สี่แยกห้วยขวางเช้า ๆเป็นขบวนเลย  ทีละห้าหกคันบางคันมีเด็กซ้อนด้วย ทำยังไงคนไทยถึงจะมีวินัยนะ ขับรถไปถึงสี่แยกสะพานควาย  ยิ่งหนักข้อ ฝ่าทุกทิศที่ไปได้ เป็นกลุ่มเลย ไม่ใช่วัยรุ่นแต่น่าจะเกิน ๔๐ ทั้งนั้น

ความเป็นจริงเรื่องมอเตอร์ไซต์ฝ่าไฟแดงก็เคยเขียนมาหลายครั้งแล้วละครับ เขียนไปก็ไม่ได้ผลอะไรหรอกครับ ตำรวจไม่จับเสียอย่าง คนอื่นทำได้ก็ทำกันบ้างซิครับ

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

วันนี้ได้ความคิดใหม่ครับ คงต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหา ก็เมื่อตำรวจทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นทำซิครับ

โดยที่ปัจจุบันราชการก็มีหลายโครงการที่ได้จัดจ้างบุคคลภายนอก หรือที่เรียกว่า Out source งานบางอย่างก็ให้เอกชนรับทำแทนโดยให้เก็บค่าใช้จ่ายได้ เช่น การตรวจสภาพรถ เป็นต้น

 

ประกอบกับรัฐบาลมีได้มี “โครงการคนละครึ่ง” ก็ขอนำความคิดดังกล่าวมาปรับใช้ในเรื่องนี้บ้าง ก็ขอเสนอผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องได้ช่วยพิจารณา

 

วิธีการก็คือให้บริษัทเอกชนเข้ามาประมูลในการจัดการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

อย่าเพิ่งสนใจเรื่องกฎหมายเลยครับว่าทำได้หรือไม่ สนใจเรื่องหลักการดีกว่า เพราะหากเห็นชอบในหลักการแล้ว การแก้กฎหมายเป็นเรื่องจิ๊บจ้อย เพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่มนุษย์เขียนขึ้นมาใช้ครับ

ให้บริษัทเอกชนประมูลแข่งขัน โดยเปิดประมูลในเขตการปกครอง อาจแบ่งเป็นเขต/อำเภอหรือจังหวัดและให้มีอำนาจในการออกใบสั่งให้แก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกแล้วนำเอกสารหลักฐานขึ้นฟ้องร้องต่อศาลได้

เมื่อศาลสั่งปรับเท่าไรก็ให้แบ่งรายได้ระหว่างรัฐบาลและบริษัทเอกชนนั้นๆ “คนละครึ่ง” หรืออาจตามอัตราส่วนที่ได้เสนอตอนที่ประมูลก็ได้แล้วแต่จะกำหนด

น่าจะเป็นข้อเสนอที่ใหม่และน่าจะไม่มีผู้ใดนำเสนอมาก่อน แต่ก็สามารถทำได้ แน่นอนครับต้องแก้ไขกฎหมายก่อน เพราะสมัยนี้ราชการก็ได้ให้เอกชนทำแทนบ้างแล้วดังที่ได้กล่าวข้างต้น

การให้เอกชนดำเนินการเรื่องการจราจรทางบกนอกจากเป็นการปฏิรูปตำรวจส่วนหนึ่งแล้วตำรวจยังได้ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเต็มที่ด้วย

กล่าวคือตำรวจจะได้ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญากฎหมายบ้านเมือง รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ตลอดจนรักษาความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริงอย่างไรละครับ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net