วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2564

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปตามหาขนมโกฐจุฬาลัมพา ที่ชุมชนชาวจีนแคะบ้านห้วยกระบอก อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี


 

 

ไปตามหาขนมโกฐจุฬาลัมพา ที่ชุมชนชาวจีนแคะบ้านห้วยกระบอก อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี

 

        พลันที่...ฉันได้อ่านบล็อกโอเคเนชัน เอ็นทรี “ไปราชบุรี ชิมขนมโกฐจุฬาลัมพา  มานครปฐม จิบกาแฟบนเครื่องบิน ไปชิมอาหารท่ามกลางบรรยากาศแบบมัลดิฟส์” โพสต์โดยบล็อกเกอร์ piakiq เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ คลิกอ่านเรื่องได้ที่

http://oknation.nationtv.tv/blog/prapask1/2021/10/03/entry-2

                                                              เครดิตภาพจากบล็อกเกอร์ piakiq

                                                            (เครดิตภาพจากบล็อกเกอร์ piakiq)

      ภาพหน้าตาของ “ขนมโกฐจุฬาลัมพา” ซึ่งทำโดยชาวจีนแคะบ้านห้วยกระบอกที่เห็นในเอ็นทรีนั้น ทำให้ฉันเกิดความสงสัยตะหงิด ๆ ขึ้นมาว่า จะกินเหมือนขนม “หม่อจี๋” ของชาวจีนไหหลำที่จังหวัดตรัง บ้านฉันหรือไม่ เพราะดูลักษณะเป็นแป้งนิ่มๆ สอดไส้มีส่วนผสมของ งาดำป่น ถั่วลิสงคั่วป่น น้ำตาล มะพร้าวคั่ว ช่างละม้ายคล้ายขนม “หม่อจี๋” ที่ฉันชอบกิน แต่ทุกวันนี้หากินยากมาก

 

ไส้ขนมหม่อจี๋ คล้ายๆ กับไส้ขนมโกฐจุฬาลัมพา

 

ไส้ขนมโกฐจุฬาลัมพา 

 

      ด้วยความอยากรู้ ฉันจึงค้นดูข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทันที ... เรามารู้จักต้นโกศจุฬาลัมพาและชุมชนจีนแคะห้วยกระบอกกันสักหน่อยนะคะ (ขอบคุณข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต)

 

      ๑. ต้นโกฐจุฬาลัมพา หรือที่ชาวจีนแคะเรียกว่า “ต้นพู่เกี๊ยง” หรือ “ต้นเง่”

       ในอดีตต้นโกฐจุฬาลัมพา หรือ ต้นเง่ นับเป็นสมุนไพรที่ชุมชนชาวจีนแคะตลาดห้วยกระบอก จะนิยมปลูกไว้ตามบ้านเรือน ด้วยเชื่อว่าเป็นสมุนไพร ที่มีประโยชน์มาก เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 45 - 120 เซนติเมตร หรืออาจสูงได้ถึง 2 เมตร โคนต้นเป็นเหง้าติดพื้นดินหรืออยู่ใต้ดิน มีสรรพคุณในการห้ามเลือด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการอักเสบ ในแพทย์แผนจีน จะใช้รักษาอาการไข้อันเนื่องจากวัณโรค อาการไข้จับสั่น และแก้ริดสีดวงทวาร อีกทั้งยังช่วยบำรุงร่างกาย ให้กับผู้ที่ต้องการมีบุตร และผู้หญิงอยู่ไฟหลังคลอด ช่วยให้เลือดลมเดินดี มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว 

       นอกจากนี้ ต้นเง่ ยังเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำหรับยาแผนไทย อาทิ “ยาหอมนวโกฐ” แก้อาการลมวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง “ยาจันทน์ลีลา” ใช้บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู และ "ยาเลือดงาม" ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

       และนับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) เปิดเผยผลงานของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) และมหาวิยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) พบว่า “โกฐจุฬาลัมพา” สมุนไพรที่หมอพื้นบ้านไทย และเอเชียตะวันออกฉียงใต้รู้จักดี สามารถต้านเชื้อโควิดได้จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ

 (ขอบคุณภาพจากคุณอาลี่กอ ชมรมชาวจีนแคะห้วยกระบอก)

       ชาวจีนแคะจะนิยมนำ “ต้นเง่” มาปรุงเป็นอาหาร ทั้งคาวและหวาน โดยใช้ส่วนยอด นำมาทำเป็นอาหารคาวอย่างแกงจืด หรือใส่ลงไปในไข่เจียว และขนมหวานอย่างขนม “เง่ปั้น” (“ปั้น”  ในภาษาจีนแคะ แปลว่า “ขนม”) หรือ “ขนมโกศจุฬาลัมพา”

       ส่วนของรากจะใช้ทำไก่ตุ๋น นอกจากนี้ ยังนิยมนำส่วนของใบไปตากแห้ง สำหรับใช้ชงดื่มเป็นชา แต่ในปัจจุบันด้วยความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้ปัจจุบันต้นเง่ กลายเป็นเพียงวัชพืชในสายตาของคนหนุ่มสาว ซึ่งน่าเสียดายอย่างมาก

        ๒. บ้านห้วยกระบอก ต. กรับใหญ่ อ. บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ๑๑๐ กิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นรอยต่อของสามจังหวัด คือ ราชบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม เป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนแคะหรือจีนฮากกา (ฮากกา แปลว่า อาคันตุกะผู้มาเยือน) ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวจีนฮั่นที่อพยพหนีความอดอยากจากภัยธรรมชาติและภัยสงครามจากเมืองจีนโพ้นทะเล เดินทางโดยเรือใบ (ทำให้ฉันนึกถึงภาพเรือสำเภาใหญ่โล้คลื่นลมทะเล) เข้ามาทางปากแม่น้ำท่าจีน ชาวจีนแคะอพยพมาตั้งรกรากที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๔๑๐ (สมัยรัชกาลที่ ๔) เกือบทั้งหมดจะอพยพมาอยู่ที่ห้วยกระบอกเป็นจุดแรก เป็นชุมชนใหญ่มานานกว่า ๑๖๐ ปีมาแล้ว

       เมื่อชาวจีนฮากกาทำใบต่างด้าวและใบอนุญาตทำงาน จึงย้ายแยกกันไปประกอบอาชีพและตั้งถิ่นฐานตามที่อื่นๆ ของประเทศไทย (ที่ จ. ตรังบ้านฉันก็มีชาวไทยเชื้อสายจีนแคะหรือฮากกา มีสมาคมจีนฮากกาด้วย แต่เมืองตรังชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เป็นจีนกวางตุ้ง รวมทั้งตัวฉันด้วย) ปัจจุบันมีชาวจีนแคะที่ชุมชนบ้านห้วยกระบอกกว่า ๕๐๐ ครัวเรือน ซึ่งยังคงสืบทอดวัฒนธรรมด้านการทำอาหารและขนมต่างๆ ที่หากินได้ยาก รวมถึงยังคงปฏิบัติตามประเพณีในวันสำคัญต่าง ๆ ที่สืบทอดต่อมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อาทิ เทศกาลตรุษจีน ไหว้บรรพบุรุษในวันเช็งเม้ง วันไหว้บ๊ะจ่าง วันไหว้พระจันทร์ วันไหว้ขนมบัวลอย เป็นต้น

 สมาคมชาวจีนแคะ ที่ จ. ตรัง

       ยิ่งเมื่อฉันได้รู้ว่า..บ้านเรือนที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวจีนแคะที่ห้วยกระบอกเป็นบ้านไม้ ทำให้ฉันผู้ซึ่งหลงใหลในบ้านเรือนไม้ห้องแถวอยู่แล้วเพราะเคยเป็นเด็กอยู่บ้านห้องแถวไม้มาก่อน ยิ่งอยากเห็นบ้านเรือนชุมชนชาวจีนแคะ และอยากชิมขนมโกฐจุฬาลัมพา รวมทั้งขนมอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ฉันจึงตั้งใจจะไปตามหาชุมชนจีนแคะที่ห้วยกระบอกในวันอังคารต่อมา...

      เช้าตรู่ของวันอังคารที่ผ่านมา พายุเตี้ยนหมู่ที่หอบเอาห่าฝนเดือนตุลาคมกระหน่ำหนัก หาได้ทำให้ฉันเปลี่ยนความตั้งใจไม่...พอแปดโมงเคารพธงชาติ ฝนหยุดขาดเม็ดราวปลิดทิ้ง เมื่อฟ้าฝนเป็นใจ ฉันได้เวลาออกเดินทาง

      เวลาสิบโมงเช้า...ฉันขับรถจากบ้านที่ศาลายา เบื้องหน้าฟ้าสว่างแดดส่องจ้าเมื่อขับถึงนครปฐม ไปบ้านโป่ง ระยะทางไม่ไกลและไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน เพราะฉันขับผ่านบ้านโป่งไปเมืองกาญจน์อยู่บ่อยๆ และเพิ่งไปเที่ยวบ้านโป่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เพื่อความแน่ใจ ฉันไลน์ถามเส้นทางไปห้วยกระบอกจาก “อำพล” เพื่อนหนุ่มหล่อโพธาราม เขาบอกว่า

      “ขับขึ้นสะพานลอยข้ามทางรถไฟบ้านโป่งไปก่อน เมื่อถึงสะพานลอยแยกแสงชูโต ไปทางกาญจนบุรี  (ปัจจุบันแยกแสงชูโตมีสะพานลอยรถข้ามแล้ว ไม่ต้องติดไฟแดงเหมือนแต่ก่อน วิ่งรถฉิวมาก) พอลงสะพาน ถึง ต. ลูกแก ให้ขับเลนขวาไปจนถึงสามแยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนสาย ๓๓๙๔ ตรงไปห้วยกระบอก”

      ที่สามแยกไฟแดง...ระหว่างที่รถของฉันติดไฟแดงอยู่เพื่อรอสัญญานไฟเขียวเลี้ยวขวา ฉันเห็นชายขายพวงมาลัยยืนอยู่ที่เกาะกลางถนนตรงไฟแดง ก็เลยเปิดกระจกรถถามคนขายพวงมาลัยให้แน่ใจ       “คุณคะ ห้วยกระบอก ไปทางนี้ใช่ไหมคะ”

      “เลี้ยวขวา ซอยนี้ ครับ ตรงไปอีก ๑๒ ก.ม. ถึงห้วยกระบอก ครับ”

      ฉันเลี้ยวขวาเข้ามาตามทางถนนลาดยางสองเลนไม่กว้างมาก รถน้อยมาก เงียบสงบดีจัง มองเห็นป้ายบอกทาง “ห้วยกระบอก 12 ก.ม.” ฉันใจชื้นว่า เลี้ยวมาถูกทาง แล้วขับไปเรื่อย ๆ ชมทิวทัศน์สองข้างทางอย่างสบายใจ

      กระทั่งขับผ่าน วัดอ้ออีเขียว ฉันบอกสามีว่า

      “อ๋อ วัดอ้ออีเขียว ที่เราเห็นป้ายอยู่ริมถนนใหญ่ที่ท่ามะกา ตัววัดอยู่นี่เอง”

      ชื่อวัด "อ้ออีเขียว" สะดุดตาฉันมาทุกครั้งเวลาที่ขับรถไปเมืองกาญจน์ ไม่นึกว่าวัดจะอยู่ในเส้นทางที่จะไปห้วยกระบอกนี่เอง ฉันยกมือไหว้ไปทางโบสถ์วัดอ้ออีเขียว แล้วบอกว่าสามีว่า 

      “ค่อยมาแวะ วัดนี้ใหญ่นะ”

      ฉันขับรถตรงไปเรื่อย ๆ ไม่เห็นมีตลาดหรือชุมชนสักที ก็เลยจอดแวะที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งหน้าที่ทำการตำบลกรับใหญ่ คนขายก๋วยเตี๋ยวสาวสวยบอกว่า

      “ตลาดห้วยกระบอกขับไปอีก อยู่ข้างหน้าค่ะ”

      ฉันขับมาอีกหน่อย ก็เห็นปั๊มปตท. ปั๊มใหญ่ เพิ่งสร้างใหม่ อยู่ทางขวามือ จึงแวะเข้าห้องน้ำ สามีถามว่า

      “ปั๊มนี้มีร้านกาแฟ อเมซอนด้วย จะซื้ออะไรไหม ชา กาแฟ”

      “ไม่เอา เก็บไว้ชิม กาแฟโบราณ ป๋าทรง เค้าบอกว่า มาห้วยกระบอก ต้องชิมกาแฟป๋าทรง ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง” ฉันบอกสามีผู้ชอบดื่มกาแฟเย็น ตามข้อมูลที่ฉันหามาจากในอินเตอร์เน็ต

      เวลาประมาณ ๑๑ โมงครึ่ง ขับมาถึงชุมชนบ้านห้วยกระบอก ว้าว...ฉันเห็นบ้านเรือนไม้ห้องแถวแล้ว

 บ้านไม้ห้องแถวประตูเหล็กแบบนี้ จะพบเห็นได้ตามบ้านของชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมทำ หรือบานไม้พับ

 

ฉันชอบมากแม้จะเป็นห้องแถวไม้ธรรมดาที่ผ่านแดดผ่านฝนและกาลเวลามานาน กว่า ๑๖๐ ปี แต่ฝาไม้กระดานเก่าๆ ก็ยังงดงามแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณของผู้อาศัยทั้งปัจจุบันและผู้ที่เคยอาศัยมาในอดีตกาล

      ฉันขับรถช้า ๆ เข้ามาตามถนนเล็กๆ ที่ไม่พลุกพล่าน แทบจะไม่มีรถที่ขับอยู่บนถนน พลางดูบ้านเรือนทั้งสองข้างถนน กวาดสายตาผ่านบ้านเรือนไม้แต่ละหลัง  

 สถาปัตยกรรมบ้านไม้ห้องแถวที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ สองข้างริมถนน สะอาดเป็นระเบียบ

พลันมองเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเก่า ๆ ร้านหนึ่งทางซ้ายมือ “หมูลูกชิ้น หมูบด ห้วยกระบอก” ฉันขับเลยไปแล้ววนหนึ่งรอบๆ ชุมชน สังเกตว่าถนนแยกเป็นซอยเล็กๆ ทุกซอยเชื่อมถึงกันกับถนนเส้นกลางชุมชน

เมื่อหาที่จอดรถได้แล้ว เราลงเดินกลับมาที่ถนนเส้นกลางชุมชนอีกครั้ง เวลาเที่ยงแล้ว แดดส่องแรง  เราเดินหลบแดดในร่มชายคาหน้าร้านมายังร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูบด

 

      ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูบดร้าน “โกชุ้น” นี่คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ฉันเห็นจากรีวิวที่บล็อกเกอร์ชายสามหยดเคยเขียนเอาไว้ในบล็อกพันธ์ทิพย์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒

โกชุ้นเมื่อปี 2562 โชว์เหล็กที่ใช้ทุบเนื้อหมูทำลูกชิ้นหมูทุบ  (เครดิตภาพ-บล็อกเกอร์ชายสามหยด)

ฉันโชคดีได้เจอและพูดคุยกับ “โกชุ้น” ด้วย แม้วันนี้ โกชุ้นดูวัยจะล่วงเลยจากที่เห็นในบล็อกของชายสามหยดเมื่อสองปีที่แล้ว

โกชุ้นบอกฉันว่า “ลูกชิ้นหมูทำเอง เมื่อก่อนใช้เหล็กทุบ ต้องเลือกเนื้อหมูเนื้อแดงอย่างดี เมื่อทุบแล้วจะเหนียวนุ่ม แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้เหล็กทุบแล้ว ใช้เครื่องบดหมูแทน”                                            (พูดถึงก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูทุบ ทำให้ฉันหวนนึกถึงก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูทุบที่ตลาดนัดเมืองเชียงตุง)

       ตอนแรกฉันตั้งใจจะกินก๋วยเตี๋ยวเป็นมื้อเที่ยง แต่ทางร้านไม่มีที่ให้นั่งทานในร้าน มีเพียงใส่ถุง ฉันจึงสั่งบะหมี่เกี๊ยว ๒ ถุง แล้วสามีก็ถามโกชุ้นว่า

       “จะหาที่กินข้าวเที่ยง มีร้านไหนแนะนำบ้างไหมครับ”

      “ไปกินอาหารจีนแคะ ที่ร้านจันทร์เจริญขาหมู อยู่ข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา โน่นครับ เห็นไหม” โกชุ้นบอกพร้อมกับชี้ทางไปธนาคารกรุงศรีอยุธยามองเห็นป้ายเหลืองๆ เด่นแต่ไกลบนถนนเส้นเดียวกันนี้

เราก็เดินจากร้านโกชุ้นไปตรงธนาคารศรีอยุธยาที่เห็นแต่ไกลราวสองร้อยเมตร

เมื่อมาใกล้ก็จะเห็นว่า ร้าน “จันทร์เจริญ” อยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้า “ซั้มชั้นเกว็ดหว่อง” ซึ่งเป็นศาลเจ้าขนาดใหญ่และมีสีสันสวยงามสะดุดตามาก

      ศาลเจ้า “ซั้มชั้นเกว็ดหว่อง” หรือ “ศาลเจ้าพ่อสามภูเขา” เป็นสถานที่สำคัญ ที่มีประวัติความเป็นมาแต่ครั้งอดีต เมื่อชาวจีนแคะอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่ห้วยกระบอก ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ปลูกอ้อยเป็นหลัก ซึ่งขาดแคลนแหล่งน้ำ บางปีฝนมาก บางปีฝนน้อยไม่ตกต้องตามฤดูกาล ประกอบกับลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลที่ต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดจากแดนไกล ขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ จึงได้ก่อตั้งศาลเจ้า “ซั้มชั้นเกว็ดหว่อง” ขึ้น

และได้อัญเชิญ “องค์เจ้าพ่อสามภูเขาไม้แกะสลัก” ซึ่งเดิมอยู่มณฑลก๊กไซ ประเทศจีน นำมาพร้อมการอพยพมาประดิษฐานที่ศาลเจ้าแห่งนี้ แต่ละปีจะมีพิธีสักการะเจ้าพ่อสามภูเขา ซึ่งเป็นงานประจำปีจัดในปลายเดือนมีนาคม

      นอกจากนี้ ในการตั้งศาลเจ้าพ่อสามภูเขาที่ชุมชนจีนแคะอื่นๆ ในประเทศไทย จะต้องนำผงธูปจากที่บ้านห้วยกระบอกไปทำพิธี เนื่องจากศาลเจ้าที่ชุมชนห้วยกระบอก มีองค์เจ้าพ่อสามภูเขาไม้แกะสลักองค์จริงเพียงหนึ่งเดียวในเมืองไทย

      ที่ร้านจันทร์เจริญ...เมื่อเราเดินเข้ามาเลือกโต๊ะนั่ง มีคนนั่งกินอยู่สามสี่โต๊ะแล้ว แสดงว่าร้านนี้ต้องเป็นร้านขาหมูเจ้าอร่อยที่คนนิยมมากินแน่นอน

 

เราสั่งขาหมู ๑ จาน

 

ผัดคะน้าหมูกรอบ

สามีสั่งตุ๋นกระเพาะหมูเกี๋ยมฉ่าย

ส่วนฉันสั่งตุ๋นฟองเต้าหู้เครื่องยาจีน

เพราะฉันชอบกินฟองเต้าหู แต่ไม่ได้กินนานแล้ว หากอยู่ที่จังหวัดตรังจะหาฟองเต้าหู้กินได้ไม่ยาก แต่ที่กรุงเทพฯ ไม่เคยได้กินอาหารที่ใส่ฟองเต้าหู้เลย

อันที่จริงฉันอยากลองอีกหลายเมนู เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดจีนซึ่งผัดตามสไตล์ของชาวจีนแคะ และยังมีตุ๋นผักแห้งหมูสามชั้น ที่อยากชิม

เมื่อกินเสร็จฉันจึงสั่งขาหมู และตุ๋นมะระ กับตุ๋นผักกาดแห้งหมูสามชั้นใส่ถุงกลับบ้านด้วย ราคาอาหารนับว่าไม่แพง และรสชาติอร่อยถูกปากทุกอย่างที่สั่งมากิน วันหน้าคงต้องขับรถมากินขาหมูอีกแน่เลย และฉันจะสั่งก๋วยเตี๋ยวผัดจีนด้วย

      ก่อนออกจากร้าน “จันทร์เจริญ” ฉันถามน้องเด็กเสริฟในร้าน ว่า

      “ร้านกาแฟป๋าทรง อยู่ที่ตรงไหน คะ”

      “อยู่ที่ตรงหน้าตลาดที่มีขายอาหารหลายๆ ร้าน ตรงโน้นค่ะ”

      เมื่อเราเดินกลับไปที่รถซึ่งจอดอยู่ข้างตลาดที่น้องเด็กเสริฟบอกนั่นเอง เราก็เห็นร้าน  “ร้านกาแฟป๋าทรง” สามีสั่งกาแฟเย็น ส่วนฉันสั่งโอวัลตินเย็น

 

 ซื้อกาแฟผงไปชงเองก็ได้

กาแฟเย็นที่ร้านป๋าทรงจะใส่ถุงพลาสติกและใส่ถุงกระดาษอีกที

 ร้านนี้ยังมีซาลาเปาไส้ หมูแดง หมูสับ เผือก สังขยา อร่อยด้วย ราคา ลูกละ 10 บาท ฉันก็ซื้อซาลาเปากลับไปชิมที่บ้านด้วย หากจะชิมตอนนี้ ฉันไม่มีท้องจะใส่แล้ว

      เมื่อเราเดินกลับมาที่รถ ฉันมองเห็นบ้านเรือนไม้หลังสวยงามหลังหนึ่งอยู่ตรงหัวมุมถนน แต่ปิดอยู่ มีป้ายเขียนว่าบนหน้าบ้าน

      “ชมรมจีนแคะห้วยกระบอก”

      ฉันมองบ้านหลังนี้ แล้วนึกถึงภาพคล้ายที่เห็นในเอ็นทรีของบล็อกเกอร์ paikiq แต่วันนี้บ้านปิด ฉันคงไม่เจอคนทำขนม และอดชิมขนม “โกฐจุฬาลัมพา”หรือขนม “เง่ปั้น” ที่ตั้งใจมาตามหา แต่ไม่เป็นไรเป็นสัญญาณอันดีว่า วันหน้าฉันจะได้กลับมาใหม่

 ขนมโกฐจุฬาลัมพา ทำโดยคุณ อาลี่กอ ที่ชมรมจีนแคะห้วยกระบอก (เครดิตภาพจากคุณอาลี่กอ)

 สนใจ ขนมโกฐจุฬาลัมพา  ติดต่อได้ที่ชมรมจีนแคะ ตลาดห้วยกระบอก ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  โทรศัพท์ 099-391-4848  

 

  วันที่ชมรมชาวจีนแคะเปิดขาย มีขนมโกฐจุฬาลัมพา ขนมจีนแคะอื่นๆ อย่างหว่องฟ้ามู่ปั้น และมีก๋วยจั๊บด้วยค่ะ    

 ขนมหวองฟ้ามู่ปั้น อีกขนมที่น่าชิมของชาวชุมชนจีนแคะห้วยกระบอก

 

       เมื่อเรากลับมาขึ้นรถ ฉันบอกสามีว่า “ขากลับ เรากลับทางกำแพงแสน จ. นครปฐม ดีกว่า จะได้รู้เส้นทางใหม่ๆ”แต่ฉันไม่รู้ว่า จากตลาดห้วยกระบอกจะขับรถออกไปทางไหน เราจึงจอดแวะถามชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังจะสตาร์ทมอเตอร์ไซด์เก่าๆ ผู้ชายคนนั้นครุ่นคิดอยู่สักครู่อย่างตั้งใจมาก เราก็จอดรถรอเอาใจช่วยเพื่อจะฟังคำตอบ หากจะขับรถผละไปแล้วถามคนอื่น ฉันก็เกรงว่าจะเป็นการทำให้เขาเสียน้ำใจ เพราะผู้ชายคนนั้นอยากจะบอกทางแต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี แกก็เลยบอกเราว่า

      “ผมไม่รู้จะบอกยังไงดี กลัวคุณไปไม่ถูก เดี๋ยวผมจะขับรถนำไปเอง”

      เราไม่ทันจะบอกว่าไม่ต้องด้วยความเกรงใจ ชายผู้นั้นก็บิดคันเร่งออกรถมอเตอร์ไซด์นำหน้าไป ฉันจึงขับตามหลังไปติดๆ อย่างช้าๆ  แกขับนำมาตามถนนสายหน้าตลาดแล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกๆ หนึ่ง และเลี้ยวซ้ายอีกทีแล้วก็จอดริมทางที่ด้านหนึ่งมีไร่อ้อยขนานไปกับถนนสุดลูกตา ฉันก็จอดเคียงข้างมอเตอร์ไซด์ แกบอกว่า

      “ถึงตรงนี้แล้ว คุณขับตรงไป จนเจอถนนใหญ่แล้วเลี้ยวขวานะครับ”

      เรากล่าวขอบคุณชายคนนั้นแล้วขับรถไปตามทางที่เขาบอก ฉันรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของชายชาวบ้านชุมชนห้วยกระบอกผู้นั้น ความมีน้ำใจและช่วยเหลือด้วยอัธยาศัยไมตรีของผู้คนแห่งชุมชนห้วยกระบอกที่ฉันได้รับครั้งนี้ ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์ที่ฉันขับรถหลงทางกลับโรงแรมที่พักในตอนกลางคืน ที่ในตัวเมืองอุทัยธานี เมื่อจอดรถแวะถามทางชายคนหนึ่งที่อยู่หน้าบ้านริมถนนสายหนึ่ง เขาบอกว่าเขาจะขับมอเตอร์ไซด์นำทางไปให้

   แม้ว่าการเดินทางมาห้วยกระบอกครั้งนี้ฉันจะไม่ได้ชิมขนมโกฐจุฬาลัมพา แต่ฉันก็รู้สึกประทับใจและมีความสุขที่ได้เจอสิ่งดีๆ ที่ ชุมชนห้วยกระบอกวันนี้

                                   -------------------------------------

  ขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ แห่งโอเคเนชั่น

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net