วันที่ อังคาร ธันวาคม 2549

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมอำนาจเหนือตลาดในชาติจึงทำให้ไทยพ่ายแพ้ในตลาดโลก?


วันอังคารที่ 26 ธันวาคม 

              คำว่า "อำนาจเหนือตลาด" บอกชัดอยู่แล้วว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม และไม่ว่าสิ่งที่มีอำนาจเช่นนี้จะเป็นอะไร การแข่งขันก็จะไม่เป็นธรรม และผู้ที่รับเคราะห์ก็คือประชาชนผู้บริโภคทั่วไป
             "อำนาจเหนือตลาด" เช่นนี้เคยเกิดกับการเมืองไทยมาแล้วและผลที่เกิดน่ากลัวอย่างไรคนไทยก็คงจะได้สัมผัสมาแล้วเช่นกัน ที่ว่าน่ากลัวนั้นเพราะ "อำนาจ" นั้นเมื่อใครได้ไป หากไม่มีการตรวจสอบและถ่วงดุล ก็ย่อมเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ส่วนรวม
 ยิ่งเป็น "อำนาจเหนือตลาด" ก็ยิ่งทำให้เกิดความบิดเบือน และเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
             ข่าวเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบการบังคับใช้เกณฑ์ผู้มีอำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 25 ภายใต้พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
 ตามมาด้วยคำถามสำคัญว่าจะบังคับใช้อย่างจริงจังได้อย่างไร?
              อะไรคือเกณฑ์ "ผู้มีอำนาจเหนือตลาด"? เท่าที่เป็นข่าวออกมาแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะเสนอเกณฑ์เป็น 2 ประเภทคือ
 1.ผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่งหรือบริการใดบริการหนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป และมียอดเงินขายในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และ
 2.ผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรกในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการใดบริการหนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมารวมกันตั้งแต่ร้อยละ 75 ขึ้นไป และมียอดเงินขายของรายใดรายหนึ่งในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ยกเว้นรายที่มีส่วนแบ่งตลาดในปีที่ผ่านมาต่ำกว่าร้อยละ 10 หรือรายที่มียอดเงินขายในปีที่ผ่านมาต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
 เศรษฐกิจของไทยนั้นมีปัญหา "ยักษ์ใหญ่" ในแต่ละวงการที่เอาเปรียบและทำร้ายรายเล็กๆ มานานเหลือเกินแล้ว และนี่เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคมมาช้านาน อีกทั้งยังทำให้โครงสร้างธุรกิจของประเทศบูดเบี้ยวจนเราไม่สามารถแข่งขันกับใครในต่างประเทศได้เลย
             เพราะเมื่อคุณเป็นยักษ์ในประเทศ คุณมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าคนอื่นเกินครึ่ง คุณก็ไม่ต้องการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง...คุณไม่ต้องสนใจว่าลูกค้าคุณพอใจหรือไม่ เพราะผู้บริโภคไม่มีทางเลือก
             ส่วนใหญ่ "ยักษ์" ในธุรกิจที่มี "อำนาจเหนือตลาด" นั้นแทนที่จะลงทุนลงแรงในการค้นคว้าวิจัยเพื่อทำให้สินค้าตัวเองมีคุณภาพดีขึ้นก็ใช้เงินเหล่านั้นไปวิ่งเต้นกับข้าราชการ และนักการเมืองที่คุมกฎกติกาเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง จะได้กดให้คู่แข่งของพวกเขาอ่อนแอและเล็ก ต่อไปนานที่สุดเท่าที่จะนานได้
               ลงท้าย อะไรๆ ที่ดูเหมือนยิ่งใหญ่และเป็นยักษ์ในประเทศไทยนั้น เวลาไปแข่งขันในต่างประเทศก็สู้เขาไม่ได้...เหตุผลชัดเจน นั่นคือตัวเองไม่เคยต้องพัฒนาตัวเองในประเทศเพราะความที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงเกินกว่าใครๆ อยู่แล้ว
              ประเทศไทยล้าหลังทุกวันนี้ และกำลังจะถูกประเทศอื่นแซงหน้าอย่างน่ากลัวก็เพราะเรายอมให้มียักษ์ไม่กี่รายในวงการธุรกิจที่มี "อำนาจเหนือตลาด" และกวาดกำไรอันไม่ควรได้ไปเสียสิ้น ทำให้ธุรกิจกลาง และเล็กไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด
              ไม่เกินความจริงเลยที่มีนักวิชาการประเมินว่ากลุ่มธุรกิจ 20 เปอร์เซ็นต์นั้นกินส่วนแบ่งตลาด 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ
               ตราบเท่าที่เรายังมีธุรกิจไม่กี่กลุ่มยึดครองตลาดในประเทศเอาไว้ ปล่อยให้ธุรกิจกลางและเล็กดิ้นรนต่อสู้แบบตัวใครตัวมันต่อไป (นโยบายส่งเสริม SME และแม้การเปิดธนาคาร SME นั้น ตรวจสอบให้ลึกลงไปก็จะรู้ว่ามีนักการเมืองนั่นแหละที่มี "อำนาจเหนือตลาด" ไปกำกับดูแลอยู่) และเมื่อรวมกันเป็นประเทศแล้ว เราก็อาจมีพลังไปต่อสู้กับคนข้างนอกได้
               เพราะเมื่อมีเพียงธุรกิจไม่กี่รายที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ไว้ เขาเหล่านั้นก็ไม่เห็นความสำคัญของการแข่งขัน และเมื่อมีทัศนคติเช่นนี้แล้ว ธุรกิจใหญ่ๆ ของไทยก็จะไม่ลงทุนในการวิจัยและค้นคว้าซึ่งก็แปลว่าในระยะกลางและระยะยาว เราก็จะพ่ายแพ้ในเวทีระหว่างประเทศ
              เมื่อเราปล่อยให้ธุรกิจยักษ์ครอบงำตลาดอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว ความสามารถของคนไทยในธุรกิจต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่พัฒนา เพราะเขาไม่ต้องขวนขวาย ไม่ต้องสร้างเสริมทักษะ ไม่ต้องมีนวัตกรรม เขาก็อยู่รอดทางธุรกิจแล้ว
             ยิ่งกว่านั้น เมื่อสังคมไทยถูกคนบางเหล่าบางกลุ่มใช้ "อำนาจเหนือตลาด" มาครอบงำแล้ว คนที่เสียเปรียบก็ท้อแท้ ไม่ปักหลักสู้ ส่วนคนที่คิดจะเข้ามาในวงการเดียวกันนี้ก็ย่อมจะตัดสินใจไม่เข้ามาเพราะรู้ว่าแพ้แต่ในมุ้ง และจะต้องถูกกดดันหนักหน่วงเกินกว่าที่จำเป็น
             มองให้ถึงที่สุดจะเห็นว่าอันตรายของความไม่เป็นธรรมของการแข่งขันนั้นคือการทำลายชาติจริงๆ

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net