วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นัยนามของความรัก... You Are My Sunshine


       ตีพิมพ์ใน คอลัมน์สนามวิจารณ์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 14 ก.ย. 2550) 

         แค่ผมเห็นใบหน้าแสนคุ้นตา หน้ากลมๆ ขาวๆ หมวยๆ ตาหยีผมยาวสลวย  เห็นหน้าผากโหนกๆหัวเหม่งๆ เปล่งประกายผสมรอยยิ้มสดใสบนปกแผ่นวีซีดีร้านเช่าเจ้าประจำ  ทำให้ผมขยับปลายปากกาจดหมายเลขแผ่นในใบออเดอร์สั่งให้เช่าทันทีทันควัน  ก่อนที่จะได้รับคำตอบกระชากอารมณ์สายลมแสงแดดสองเราอันสุดล่องลอย ณ หน้าเคอร์เตอร์รับหนังว่า “ เรื่องนี้ มีคนเช่าไปหมดแล้วค่ะ” 

ไม่ยักรู้ว่า ผู้ชายในโลกแวดล้อมตัวผมมีอาการแพ้ทางผู้หญิงหัวเหม่งเหมือนกัน   วันต่อมาผมยังยืนยันในหมายเลขออเดอร์เดิม  คราวนี้ผมไม่พลาดนำพาใบหน้ากลมๆของสาวสวยชาวเกาหลีน้อง จอน โดยอน กลับไปด้วยพร้อมขยายใบหน้าหัวเหม่งให้ใหญ่ขึ้นชัดเจนขึ้น พร้อมภาพขยับเขยือนเคลื่อนไหวบนหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาด 29 นิ้ว

และแล้วหลังจากคำว่า You Are My Sunshine ค่อยๆเลือนหายไปในภวังค์ต่อหน้าต่อตา  ผมก็พึ่งรับรู้ว่าผมชื่อ ซุกจุง เป็นเกษตรกรหนุ่มบ้านนอกสุดเชยชอบนั่งคุยกับฝูงวัวตามลำพัง  ประโยคหนึ่งที่พูดแต่แม่วัวทำหน้าเมินไม่รู้ไม่ชี้ คือ

“ ฉันจะแต่งงานกันกับผู้หญิงที่ฉันไม่รักได้ยังไงน่า? ”  

ผมเป็นหนุ่มโสดครับ อยู่ตามลำพังกับแม่แก่แล้วที่บ่นพึมพำอยู่เสมอถึงเรื่องราวว่า เมื่อไหร่จะมีคู่เป็นฝังเป็นฝาเสียที  “ โสดไม่ได้ตั้งใจ ” จึงเป็นเพียงคำตอบแบบขอไปที  ที่จริงแล้วผมมีพี่ชายคนหนึ่งแต่งงานแยกครอบครัวออกไปแล้วนี่  แม่ยังไม่พอใจอีกหรือ?

เช้าวันหนึ่งภาพแห่งความทรงจำของผมปรากฎตรงหน้าผมขณะรอข้ามทางรถไฟ  ภาพจักรยาน ยนต์ที่กำลังออกสตาร์ทตัวหลังการผ่านพ้นไปของขบวนรถไฟแล้ว   แม้จะมีสาวๆบึ่งรถผ่านหน้าผมหลายคัน   แต่หนึ่งในนั้นคันสุดท้ายมีใบหน้ากลมโตตาหยีแถมหัวเหม่งผมยาวปลิวไสวลู่ตามลม      ผมไม่อาจหยุดยั้งเจตนารมณ์แห่งอวัยวะข้างในอกด้านซ้ายของผมได้ว่า  ทำไมจึงขับรถตามแรงดึงดูดสิ่งนั้นไปจนรู้มาว่า สาวสวยคนนี้กลางวันทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟแล้วต่อด้วยเป็นสาวนั่งดริงค์ยามค่ำคืนที่บาร์เล็กๆแห่งหนึ่ง    ดังนั้นคืนถัดมาตามประสาชายโสดผมกับสองเพื่อนเกลอจึงทำให้ผมได้พบกับเธอ ยุนฮา เป็นนามที่เธอบอกให้ผมเรียก  และเหล่านี้คือ ถ้อยคำจำเรียงที่เธอส่งสารภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มแสนน่ารักน่าชัง

“ ดูคุณไร้เดียงสาจริงๆ  ขอเดทได้ไหม?ค่ะ”

“ คุณเป็นอะไร ทำไมเงียบจัง ไม่ชอบฉันรึไง ไม่งั้นจะไปล่ะนะ”

“ ฉันชอบผู้ชายที่ไม่ดื่มเหล้าแบบคุณ ชื่ออะไร แต่งงานรึยัง”

“ คุณพี่ขอยืมแขนหนุนแทนหมอนได้ไหม”

หลังจากนั้น  ถึงแม้ว่าเพื่อนฝูงตัวดีจะแสดงความเห็นที่แย้งกับผมถึงเธอว่า

“ สาวๆพวกนี้  แต่ละคนไฟแรงสูงจี๊ดทั้งนั้น  ฉันจะบอกให้”

“ อุนฮารึ  เท่าที่ฉันสังเกตดู  เธอชอบทำให้คนหลงเสน่ห์..”

“ ตื่นได้แล้ว อย่าไปเชื่อเธอนะ  คิดดูสิเธอทำงานร้านกาแฟ  แล้วมาหาลำไพ่พิเศษที่บาร์นี่”

ผมจำได้ว่าเถียงตอกกลับเพื่อนไปว่า

“ จะใช้เงินซื้อผู้หญิงไม่ได้รู้ไหม  ฉันไม่เข้าใจ ผู้ชายหน้าโง่อย่างนายจริงๆ  ไม่มีความรักแล้วทำอะไรกันได้ยังไง”

หลังจากคืนนั้นนมสดจากฟาร์มพร้อมดอกกุหลาบจึงสิงสถิตหน้าบ้านเธอทุกเช้า  รวมถึงการช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆด้านแรงงานเท่าที่ผมจะทำได้ตามอารมณ์คนกำลังตกหลุมห้วงรักเหวลึก  และคล้ายๆเธอจะรับรู้สัญญานแห่งรักสีชมพูที่ผมส่งไป  คำพูดที่ผมได้ยินในค่ำคืนหนึ่งหลังบาร์เลิกเสียดึกดื่นกับอาการเมามายของเธอจึงทำร้ายหัวใจผมเข้าให้แล้วอย่างจัง

“ นี่คุณ  อยากจะแต่งงานมากนักรึ ฉันไม่ชอบผู้ชาย ไม่คิดจะแต่งงาน”

“ ฉันออกมานี่ในฐานะเพื่อน ไม่ได้ถือว่าเดท  อย่ามาออกคำสั่งฉัน ที่จริงเป็นการขอบใจที่ช่วยทำความสะอาดป้ายร้านกาแฟกับเอานมมาส่งฉันทุกวัน  อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ชอบคนอย่างคุณหรอก..น่า”

เมื่อแม่ของผมทราบเรื่อง เพื่อนผมรู้เข้า การห้ามปรามด้วยวาจาถึงความไม่เหมาะไม่ควรระหว่างผมกับยุนฮา  ก็ไม่อาจทำให้โคถึกที่นึกพิโรธ อย่างผมยอมจำนน   การกล่าวอ้างถึงผู้หญิงที่ทำงานไม่ดีเป็นเหตุผลของแม่ที่ผมไม่เข้าใจ  หากว่าผมเจอผู้หญิงที่ใช่แล้ว  อะไรก็ไม่สำคัญไม่ใช่หรือ?

และไม่รู้ว่าการที่เธอประสบเหตุร้ายต้องเข้าโรงพยาบาลจากแขกใจร้ายคนหนึ่ง  จนผมต้องไปนั่งเฝ้าหน้าเตียงนอนจนเธอฟื้น  อาจจะทำให้เธอใจอ่อนตกลงยอมรับรักผมจนกระทั้งเราแต่งงานกันในที่สุด  มีคนบอกว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้าฟาดเสมอ 

วันหนึ่งผมได้โทรศัพท์จากชายลึกลับคนหนึ่ง เขาบอกว่าเป็นสามีของยุนฮา  ผมเหมือนกับถูกพายุพัดโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่จนตั้งตัวแทบไม่อยู่   เท่านั้นยังไม่พอมีเจ้าหน้าที่อนามัยมาถามหายุนฮาพร้อมแจ้งว่าเธอเป็นเอดส์ ให้บอกเธอไปรักษาตัวด่วน  ผมจะกล้าแจ้งข่าวร้ายแบบนี้กับเธอได้อย่างไร  แล้วผมจะทำยังไง จะโกรธที่ถูกหลอก หรือเกลียดชังโชคชะตาดี ระหว่างที่กำลังสับสน  ค่ำคืนนั้นเรานอนหันหลังให้กัน เราสองเหมือนมีกำแพงใหญ่มาขวางกั้นเพราะต่างมีความลับในใจต่อกัน  และแล้วเธอก็จากผมไปมีเพียงจดหมายกล่าวลาว่า

“ พี่ซุกจุงที่รักของฉัน   ฉันเสียใจที่ทำให้พี่ต้องขายวัวเพราะอดีตของฉัน  ฉันไม่อาจทนเห็นพี่เจ็บปวดต่อไปได้  และฉันไม่เคยที่จะคิดโกหกพี่  ฉันรักพี่อย่างจริงใจ  สิ่งที่ฉันเคยเป็นหนี้พี่  ฉันจะชดเชยให้  ลาก่อน ”

นับจากนั้น ผมเฝ้าตามหาเธอทุกแห่งทุกหน  จนแม่บอกว่าเลิกทำร้ายตัวเองซะทีเถอะ ไม่งั้นแม่จะฆ่าตัวตาย  แต่ผมว่าแม่ไม่ทำอย่างนั้นจริงๆหรอก  สุราเมรัยจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกับผมจนชาวบ้านชาวเมืองเอือมระอา    ต่อมาในที่สุดผมก็ได้ข่าวเธอ  ยุนฮาถูกตำรวจจับขังคุกข้อหาเป็นเอดส์แล้วยังขายบริการอยู่อีก  ผมไปหาเธอทุกวันแต่เธอไม่ยอมพบหน้าผม นั่นทำให้ผมแทบคลั่ง  วันหนึ่งขณะผมซึมเซานั่งดูวีดีโอเก่าของยุน ฮาตอนร้องคาราโอเกะเมื่อครั้งหวานชื่นอยู่  แม่มาดึงเทปไปทำลาย  ผลลัพธ์คือผมซัดน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไปอึกใหญ่...

อ่าว  แล้วผมเป็นอะไรไปนี่  รู้สึกคอแห้งผาดชักหิวน้ำ  ถ้าได้น้ำสักแก้วคงดี  หลังจากเดินหาน้ำเย็นได้แล้ว  ผมกลับมาเป็นตัวตนคนหน้าจออีกครั้ง  ขณะที่เครื่องเล่นวีซีดียังปรากฎเครื่องหมาย play ต่อไปอีก

ไม่ว่าเรื่องราวบทสรุปบนจอสี่เหลี่ยมจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังสติสตางค์คืนมา ผมไม่ได้ชื่อ ซุกจุง อีกแล้วนี่   แต่ประเด็นหนึ่งที่ยังค้างคาใจผมอยู่ คือหากผมได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับมาทำนอง “เฮ่ย...อย่ามายุ่งกับเมีย gu โว๊ย ”  ในสภาวะการณ์แบบนี้ ไม่รู้ว่าความรู้สึกแวบแรกของใครๆก็คงกำลังชังใจดูว่าเธอคนนั่นที่ถูกกล่าวอ้างถึงและไม่ได้เป็นการโทรมาผิดสายแน่ๆ จะยังคงเป็น You Are My Sunshine อยู่ไหม?

โดยส่วนตัวผมแล้วหลังจากตกผลึกกับห้วงเวลา ตกตะกอนกับอาการทำใจแล้ว  ไม่ว่าฝ่ายเธอหรือเขา(มัน)ใครจะพูดจริงหรือโกหกพกลม  ขอตอบนัยนามแห่งความโกรธว่า You are my dark side.  และยังขอเบิ้ลตอบตามนัยนามของความรักล้วนๆอีกด้วยว่าถึงอย่างไรเธอก็ยังคงเป็น You Are My Sunshine. ตามรอยทางของอดีตเสมอมา...( เฮ่อ...หวาน...ไปไหม? เอ...อย่างงี้ถือว่าค้านหรือเข้ากับคอนเส็ป ความรักทำให้คนตาบอดหว่า? )

หมายเหตุ  น้องเหม่ง จอน โดยอน เป็นนางเอกสาวจอมบทบาทเจ้าของสมญานาม จิ้งจอกลอกลาย หรือกิ่งก่าเปลี่ยนสี จากแดนกิมจิ ดารานำหญิงยอดเยี่ยมคานส์ปีนี้ ถูกเธอครอบครองในบัดดล จากภาพยนตร์ Secret Sunshine/2007  ผลงานก่อนหน้านี้ของเธอส่วนใหญ่ลงแผ่นในไทย (The Little Mermaid/2004, I wish I had a wife/2001,Happy End/1999)  ส่วนที่ขึ้นจอใหญ่ก็ฉายแบบจำกัดโรงอีก (Untold Scandal/2003)   สำหรับ You Are My Sunshine คว้าสามรางวัลใหญ่ Blue dragon awards เป็นผลงานเมื่อปี 2005 ของเธอและเป็นอีกเรื่องที่โรงหนังไทยเมินจนต้องลงแผ่นอีกครา

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net