วันที่ เสาร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นำชมภาพจิตรกรรมไทย จากเวทีการประกวดนานมาแล้ว...


          ผมได้นำเสนอผลงานภาพจิตรกรรมไทยที่มีคุณค่า  ของบรมครูช่างเขียนไทยโบราณมาหลายตอนแล้ว  จึงคิดว่าควรจะนำผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่สานต่อเจตนารมณ์  ในการสืบสานงานศิลปะไทยมานำเสนอแก่เพื่อนๆ ชาวโอเคเนชั่นทุกๆ ท่านครับ...

         หลายๆ ท่านคงเคยได้ไปชมนิทรรศการผลงานศิลปะ  ที่มีการจัดการประกวดเป็นประจำทุกๆ ปีโดยภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการศิลปะบ้านเรามาอย่างต่อเนื่อง  เช่น  มูลนิธิธนาคารกรุงเทพ  เป็นต้น  การจัดการประกวดผลงานศิลปะนี้  ถือได้ว่าเป็นเวทีให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้มีโอกาสนำผลงานของตนเองไปจัดแสดง  หากได้รับรางวัลก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้  ที่จะเป็นทุนรอนให้มาทำงานศิลปะต่อไป

         การประกวดจิตรกรรมบังหลวงนั้น แบ่งการประกวดออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่

         ๑.  จิตรกรรมแบบไทยประเพณี คือ งานจิตรกรรมที่มีลักษณะสร้างสรรค์เชิงอนุรักษ์รูปแบบ  เนื้อหาสาระ  วิธีการ  ฝีมือในแนวจิตรกรรมโบราณของไทย

         ๒.  จิตรกรรมแนวไทยประเพณี คือ งานจิตรกรรมที่นำเอาสาระทางด้านรูปแบบ  คตินิยม  หรือวิธีการบางส่วนจากจิตรกรรมแบบไทยประเพณี  มาเป็นแนวคิดเป้นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมของศิลปินแต่ละคน

         ๓.  จิตรกรรมแบบร่วมสมัย คือ งานจิตรกรรมที่มีอิสระในการแสดงออกด้วยเรื่องราว  เทคนิค  แบบอย่างและกรรมวิธีในการสร้างสรรค์

         ณ ที่นี้ผมขอหยิบยกเฉพาะ ๒ ประเภทแรกมานำเสนอ  โดยจะกล่าวถึงตัวผลงานและคำวิจารณ์ของคณะกรรมการตัดสินเท่านั้น  และขออนุญาตที่จะไม่แจ้งผลของการประกวด  เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ประโยชน์จากการศึกษา  ประกอบการพิจารณาโดยตัวของท่านเอง...

จิตรกรรมแบบไทยประเพณี


วิชัย  นุ่นพันธ์  บุญบารมี  สีอะคริลิค  ๒๐๐ x ๑๕๐ ซม.

         จิตรกรรมแบบประเพณีของวิชัย  นุ่นพันธ์ชิ้นนี้  ยังคงรักษารูปแบบและเนื้อหาทางความงาม  ความประณีต  ตามแบบประเพณีนิยมของไทยไว้อย่างครบถ้วน  ยิ่งไปกว่านั้นจิตรกรยังได้แสดงพลังของการสร้างสรรค์อันเป็นคุณสมบัติภายในของเขา  ออกมาผลักดันความงาม  ความประณีตตามแบบประเพณีนั้นให้สูงค่ายิ่งขึ้น  จนถึงระดับที่สามารถให้อารมณ์สะเทือนใจทางสุนทรียะแก่เราได้ 

         วิชัยส่งงานแบบไทยประเพณีเข้าประกวด ๒ ชิ้น  ซึ่งมีคุณค่าใกล้เคียงกัน  เป็นชุดที่เขาเขียนขึ้นด้วยความมั่นใจทั้งในด้านฝีมือและด้านความคิด  ในการวางโครงสร้างของภาพรวม  งานของวิชัยชุดนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของความเป็นไปได้ในการสืบต่อจิตรกรรมแบบประเพณี  ทั้งการอนุรักษ์ และการสร้างสรรค์สุนทรียศิลป์ควบคู่กันไป


ปราโมทย์  ศรีพรหม  อดีต  สีฝุ่น  ๑๐๓ x ๑๘๕ ซม.

         ภาพนี้  ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็นงานจิตรกรรมแบบไทยประเพณีแท้ๆ ของโบราณ  ถึงแม้จิตรกรจะใช้เรื่องและการวางภาพตามความนึกคิดของตนเองทั้งหมดก็ตาม  การสืบทอดทางประเพณีที่ยังรักษาความรู้สึกรวมที่เป็นลักษณะพิเศษของต้นแบบเดิมไว้ได้  เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน


มณเฑียร  ชูเสือหึง  ระบำ  สีอะคริลิค  ๖๐ x ๙๔ ซม.

         งานชิ้นนี้  นอกจากความงามอ่อนช้อยของรูปทรงและสี  ตลอดจนความประณีตบรรจงของฝีมือที่เป็นคุณสมบัติของจิตรกรแล้ว  ลักษณะของสไตน์ที่พิเศษออกไปก็ควรนับเป็นคุณค่าอีกประการหนึ่งของงาน


สัญญา  สุดล้ำเลิศ  พุทธภูมิ  สีอะคริลิค  ๑๒๐ x ๒๕๐ ซม.

         ด้วยความคิดและรูปทรงของงานชิ้นนี้  คงเป็นไปตามแนวคิดทางพุทธศาสนาและประเพณีการใช้รูปทรงของจิตรกรรมไทย  แต่ความกล้าหาญของจิตรกรในการใช้สีที่สด  จัด  โดยเจตนาที่จะให้สีเป็นตัวการของการแสดงออก  ที่อาจถือได้ว่าเป็นการริเริ่มใหม่ในงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี  เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจของงานชิ้นนี้

จิตรกรรมแนวไทยประเพณี


อำนวย  จนาศิลป์  เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย  สีฝุ่น  ๒๒๐ x ๑๗๕ ซม.

           การประสานบริเวณและรูปทรงย่อยๆ จำนวนมากเข้าด้วยกัน  โดยมีมวลขนาดค่อนข้างใหญ่เป็นประธานอยู่ตรงกลาง  ในวรรณะสีที่อุ่นร้อน  สร้างความเคลื่อนไหวให้แก่ภาพเป็น ๒ ลักษณะ คือ การหมุนเวียนรอบศูนย์กลาง  กับการยื่นออกและถอยเข้าของรูปทรงทั้งหลาย 

          ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีลักษณะพิเศษตามลักษณะเฉพาะตัวของจิตรกร  ที่เชื่อมโยงกับจังหวะความหมุนเวียนของชีวิต  เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงสิ้นลมหายใจ  ซึ่งมีการเกิดการดับย่อยๆ แทรกอยุ่ทุกขณะ  ตามหลักพุทธธรรม 
        
          ลำดับของการเปลี่ยนแปลงจากเกิดถึงตายที่จิตรกรแสดงไว้เป็นรายละเอียดของภาพ  ต่างสานทอเข้าด้วยกันและทำงานร่วมกับโครงสร้างทางทัศนธาตุอย่างมีเอกภาพ  ประกอบเข้ากับการแสดงออกส่วนตัวของอำนวยที่กระเดียดมาทางพื้นบ้านของไทย 

         ทำให้งานจิตรกรรมชิ้นนี้ให้  "อะไร"   
แก่เรานอกเหนือไปจากเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตายที่เป็นกฎธรรมดาของโลกมากมายนัก


บดินทร์  มหาวงศ์  ความรู้สึกต่อสภาพสังคมไทยปัจจุบัน  สีอะคริลิค  ๒๐๐ x ๑๕๕ ซม.

         ทั้งน้ำหนักอ่อนแก่  สีและเส้นที่ให้ความเคลื่อนไหวรุนแรงต่อภาพส่วนรวม  ประสานเข้าอย่างสนิทกับท่วงท่าของแต่ละรูปทรงย่อย  ซึ่งเมื่อดูอย่างพินิจอีกครั้งหนึ่ง  จึงเห็นว่าเป็นรูปทรงของยักษ์ ลิง และสัตว์อื่นที่เขียนขึ้นตามลักษณะประเพณีไทย 


         เราคงเคยเห็นภาพรบกันระหว่างลิงกับยักษ์  หรือมนุษย์กับยักษ์ที่มีอยุ่ตามผนังวัด  หรือในเล่มสมุดไทยกันมาแล้ว  แต่จะมีเพียงไม่กี่ภาพเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกคึกคักรุนแรง  อันเป็นอารมณ์แท้จริงของการต่อสู้  ทั้งนี้เพราะช่างเขียนไทยโบราณมักสนใจในความงามของท่าทางที่เป็นลีลาของนาฏศิลป์เสียเป็นส่วนมาก 

         แต่เมื่อเราดูภาพนี้ของบดินทร์แม้เพียงขณะแรก  เราจะได้รับความรู้สึกเคลื่อนไหวที่รุนแรง  ในจังหวะที่เหมาะสมกลมกลืน  ให้ความประทับใจด้านความงาม  แก่เราพร้อมๆ ไปกับอารมณ์ที่คึกคัก  ระทึกใจ  ก่อนที่จะทันสังเกตด้วยซ้ำไปว่าภาพนี้มีรูปยักษ์  ลิงและสัตว์อื่นๆ ประกอบอยู่ 

         คุณค่าทางศิลปะและสุนทรียะส่วนใหญ่จึงน่าจะอยู่ที่ทัศนธาตุต่างๆ เช่น สี เส้น น้ำหนักอ่อนแก่ที่ประกอบกันขึ้นเป็นโครงสร้างทางนามธรรมของงาน  มากกว่าการดูรู้เรื่องว่าเป็นรูปของสิ่งใด



         ภาพทั้งหมดนี้เป็นข้อคิดเห็นและการวิจารณ์ของ อ.ชลูด  นิ่มเสมอ  ซึ่งผมนำมาเป็นตัวอย่างให้ท่านที่สนใจศึกษาผลงานศิลปะไทย  ได้เกิดความเข้าใจในการแสดงออกของศิลปินรุ่นปัจจุบัน  ที่นำมานี่ยังไม่หมดนะครับ  ถ้าหากว่าท่านยังไม่เบื่อเสียก่อน  ในครั้งต่อไปผมจะได้นำมาเสนออีก  ช่วยกรุณาแสดงความคิดเห็นให้ทราบด้วยนะครับ... ขอบคุณครับ

*****************************

ข้อมูลจาก : สูจิบัตรนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ ๑๖ พุทธศักราช ๒๕๓๕

โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net