วันที่ พุธ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่...ไม่มี ใครยอมให้ใครปักธงก่อนได้


ได้ชมรายการ "สยามเช้านี้" ทางททบ. 5 เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา คุณวิชา มหาคุณ รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกกับพิธีกรจอมขวัญ หลาวเพ็ชร กับมนัส ตั้งสุข เรื่องเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ก็ต้องตั้งคำถามเหมือนท่านว่า "นักการเมืองโวยว่าจะลดจำนวน ส.ส. แล้วใครจะโวยเรียกร้องสิทธิของชุมชนท้องถิ่นระดับรากหญ้าล่ะ?"

          เป็นส่วนหนึ่งของการถกแถลงที่ควรจะกระจายตัวไปทั่วสังคมไทย โดยไม่ต้องตั้งข้อสงสัยกับใครว่า...ใครเสนออะไรเพราะมีอะไรอยู่เบื้องหลัง?

          เพราะนี่คือช่วงจังหวะเวลาที่ "ดอกไม้ร้อยดอกควรจะบานพร้อมๆ กัน" เพื่อจะได้มีการถกและวิเคราะห์กันอย่างรอบด้านว่า เราได้บทเรียนอะไรจากรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา...และศึกษาลงลึกไปถึงเรื่องของ "คน" กับ "หลักการ" และบทบาทของ "เงิน" กับ "การเมือง" อีกทั้งต้องซักถามตัวเราเองว่า นิสัยคนไทยกับความเป็นประชาธิปไตยนั้น จะต้องปรับเปลี่ยนและตั้งหลักกันใหม่ที่ไหนบ้าง

       คุณธรรมกับคนไทยและความเป็นประชาธิปไตย คือสิ่งที่จะต้องผ่านการกลั่นกรองและทดสอบกันครั้งใหญ่

         ดังนั้น อาการ "หวาดผวา" หรือ "แตกตื่น" ง่ายๆ เพียงเพราะมีใครเสนอว่า สมควรจะพิจารณาไหมว่า จำนวนผู้แทนราษฎรควรจะต้องลดน้อยลงกว่าที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องที่ประหลาดมากๆ

         แม้ว่าข้อเสนอนั้นจะมาจากคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีอย่าง พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ตามทีเถอะ

          ยิ่งเห็นนักการเมืองจากทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์ ชาติไทย หรือไทยรักไทย ส่งเสียงพร้อมกันในการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาลดจำนวน ส.ส.ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า "วิธีคิด" ของนักการเมืองไทยยังไม่ได้เปลี่ยนไปไหนเลย

         ที่ว่าไม่เปลี่ยนนั้นไม่ใช่ประเด็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวน ส.ส. แต่ที่ผมว่าวิธีคิดของนักการเมืองไม่ขยับไปไหนเลยนั้น ก็ตรงที่ว่าทุกอย่างสำหรับ "นักเลือกตั้ง" นั้น ช่างมีสูตรสำเร็จเหมือนกันหมด

         ไม่มีนักการเมือง "รุ่นใหม่" ออกมาแสดงจุดยืนที่ไม่ต้องเอาผลประโยชน์ของตัวเองมาเป็นหลักในการพิจารณาเลยหรือ?

         ไม่มีนักการเมือง "แนวคิดใหม่" ที่จะออกมาค้านรุ่นเก่าว่า ทำไมคิดจากแง่มุมอื่นไม่เป็นเลยหรือ?

          นายกฯ สุรยุทธ์ จะมีความเห็นเรื่องจำนวน ส.ส. อย่างไร ผมคิดว่าไม่สำคัญเท่ากับว่าเราจะสามารถเปิดให้มีบรรยากาศแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ และเสนอความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อเปิดให้มีการมองจากหลายแง่มุมได้อย่างไร

         ไม่ว่าใครจะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็น "แม่แบบที่ดี" ก็ตาม แต่เมื่อมันทำให้เกิดคนอย่างทักษิณ เข้ามายึดครองประเทศด้วยเงิน และอำนาจอย่างล้นเหลือ จนไม่มีกลไกใดๆ ในรัฐธรรมนูญสามารถเอาเขาลงได้อย่างสันติ และจำเป็นต้องมีการปฏิวัติกันเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ผมก็ถือว่ากติกาสูตรต่างๆ ที่เคยใช้กันมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นความล้มเหลวทั้งสิ้น

          เมื่อพิสูจน์กันด้วยกาลเวลาและข้อเท็จจริงแล้วว่าอะไรๆ ที่ผ่านมา ไม่สามารถป้องกันเผด็จการไม่ว่าจะเป็น "เผด็จการทุนนิยม" หรือ "อำนาจเบ็ดเสร็จจากทหาร" ก็ตาม ทุกคนที่อยู่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ควรจะ "ถ่อมตัว" เพียงพอที่จะเปิดกว้าง เพื่อรับฟังความเห็นจากทุกสารทิศและจากมุมมองทุกๆ ด้าน

          เพราะเราต้องยอมรับว่า ความผิดพลาดที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะเราเชื่อว่ามี "สูตรสำเร็จ" บางอย่างที่จะทำให้ไทยเราก้าวไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่พึงประสงค์

          แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาก็พิสูจน์แล้วว่า สังคมไทยต่อต้านและดื้อแพ่งต่อสูตรทุกสูตรที่หลายๆ ประเทศเคยใช้สำเร็จมาแล้ว

        ถ้าเราอวดอ้างว่าเราวิเศษกว่าคนอื่น ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามสูตรประเทศอารยะใด ก็ต้องมาตั้งวงถกแถลงกันใหม่ว่า ใครมีอะไรเสนอให้ว่ามา

        เพราะไม่มีใครมีสิทธิตั้งธงเอาไว้ก่อนว่า จะเอาสูตรไหนของใครมาเป็นเป้าหมาย...ใครที่เราเคยคิดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นเซียน เป็นเสาหลักนั้น ต่างก็หน้าแตกมาแล้วทั้งสิ้น

       เพราะไทยเป็นประเทศ "ปราบเซียน" โดยแท้

     และถ้าไม่ระวัง ไม่ตั้งหลักให้แม่นและสร้างความสำนึกร่วมอย่างเหนียวแน่นและมุ่งมั่นให้ได้เผลอๆ เราก็จะปราบตัวเราเองจนไม่เป็นอันขยับเขยื้อนไปไหนได้เลย

                                      .......................................................

(แวะเข้ามาที่ blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black เพื่ออ่านและฟังเนื้อหาสาระหลากหลายและแลกเปลี่ยนความเห็นในฐานะ "ดอกไม้ร้อยดอกร้อยสี" ได้ทุกเวลาครับ)

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net