วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยือน"อิสตันบูล" ยลเสน่ห์เมือง 2 ทวีป


บรรยากาศหรูหราในห้องท้องพระโรง พระราชวังโดลมาบาห์เช
       แม้"อิสตันบูล"จะไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศตุรกี(อังการาคือเมืองหลวงของตุรกี) แต่ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับอิสตันบูลมากกว่า บางคนหลงเข้าใจว่าอิสตันบูลเป็นเมืองหลวงของตุรกีด้วยซ้ำไป
       
       แต่กระนั้นอิสตันบูลก็มีความยิ่งใหญ่และความสำคัญมากมายหลายอย่างด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือความเป็นเมือง 2 ทวีป เอเชีย+ยุโรป ที่คนรู้จักกันทั่วโลก โดยมีช่องแคบบอสฟอรัสเป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งอิสตันบูลออกจากยุโรปและเอเชีย เชื่อมทะเลดำกับทะเลมาร์มาร่า ณ จุดสุดขอบทวีปทั้ง 2
       
       ช่องแคบบอสฟอรัสความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร มีความกว้างตั้งแต่ 500 เมตรจนถึง 3 กิโลเมตร ช่องแคบแห่งนี้นอกจากจะเป็นชัยภูมิและเส้นทางคมนาคมสำคัญแล้ว ณ วันนี้ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตุรกี ที่มีคนนิยมไปล่องเรือชมทิวทัศน์ของช่องแคบแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผมที่ทริปนี้ก็ไม่ขอพลาดเช่นกัน

ประตูทางเข้าพระราชวังโดลมาบาห์เชชั้นนอก
       ล่องเรือเลาะพรมแดนยุโรป เอเชีย
       

       หลังเรือนำเที่ยวพาผมและเพื่อนร่วมทริปแล่นออกจากท่า เราก็ได้พบกับความตื่นตาตื่นใจของวิวทิวทัศน์ใน 2 ฟากฝั่งทะเลแห่งช่องแคบบอสฟอรัสที่ฝั่งหนึ่งเป็นยุโรปฝั่งหนึ่งเป็นเอเชีย ซึ่งอาคารบ้านเรือน โบสถ์วิหาร พระราชวัง ป้อมปราการ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆบริเวณนี้ที่มีทั้งใหม่เก่าผสมกันล้วนต่างสวยงามน่ายลเป็นอย่างยิ่ง
       
       บ้านเรือนทั่วไปทั้งบ้านใหม่-บ้านเก่า ต่างปลูกสร้างอย่างเป็นระเบียบไต่ระดับไปบนเนินเขา ในขณะที่อาคารบ้านเรือนริมน้ำจำนวนมากต่างก็ดูโดดเด่นสวยงามด้วยสีสันและรูปทรงอันกลมกลืน
       
       สำหรับจุดน่าสนใจหลักๆของช่องแคบแห่งนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นสะพานข้ามช่องแคบที่มีอยู่ 2 สะพานด้วยกัน สะพานแรกคือสะพานบอสฟอรัส ที่เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1970 เพื่อเชื่อม 2 ทวีปเข้าด้วยกัน ก่อนจะเปิดใช้ครั้งแรกใน ปี ค.ศ. 1973 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐตุรกี สะพานบอสฟอรัส ยาวทั้งหมด 1,560 เมตร มีส่วนที่เป็นสะพานแขวนเหนือช่องแคบยาว 1,074 เมตร ส่วนอีกสะพานหนึ่งคือสะพานสุลต่านเมห์เมต ผู้พิชิต ที่สร้างในปี ค.ศ. 1988 ตั้งอยู่ในบริเวณส่วนที่แคบที่สุดของช่องแคบแห่งนี้
       
       นอกจากสะพานเชื่อมทวีปแล้วช่องแคบแห่งนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างเด่นๆชวนชมอย่าง พระราชวังยิลดิซ มัสยิดแห่งตำบลออร์ตาเกย และ 2 ป้อมปราการอันสง่ายิ่งใหญ่ที่ตั้งอยู่เยื้องๆกันอย่าง ป้อมอนาโดลูทางฝั่งเอเชีย และป้อมรูเมลีทางฝั่งยุโรป
       
       แม้วันที่ผมล่องเรือ คลื่นลมจะแรง แถมยังมีฝนโปรยสายลงมาเป็นระยะๆแต่ว่าความงามของช่องแคบแห่งนี้ก็ไม่ได้ดูด้อยลงแต่อย่างใด โดยเราล่องเรือชมวิวประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนมาขึ้นฝั่งบริเวณท่าเทียบเรือข้างพระราชวังโดลมาบาห์เช 1 ใน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิสตันบูลเพื่อเที่ยวชมความยิ่งใหญ่หรูหราของพระราชวังแห่งนี้

บ้านเรือนริมช่องแคบบอสฟอรัสปลูกสร้างไต่ระดับไปบนเนินเขา
       วิจิตร หรูหรา ตื่นตาตื่นใจ ใน พระราชวังโดลมาบาห์เช
       
       พระราชวังโดลมาบาห์เช สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมจิต ในปี ค.ศ. 1843-1856 ยุคปลายอาณาจักรออตโตมัน เป็นพระราชวังสุดหรูหราอลังการที่ทุ่มสร้างคิดเป็นเงินในปัจจุบันถึงประมาณพันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
       
       พระราชวังโดลมาบาห์เชสะท้อนถึงความคลั่งไคล้ยุโรปของสุลต่านอับดุลเมจิตออกมาอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่ปากทางเข้าที่มีหอนาฬิกาสไตล์บารอกตั้งเด่นหรา ครั้นเมื่อเดินเข้าไปก็จะเจอกับประตูพระราชวังชั้นนอกขนาดใหญ่ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรงดงาม โดยมีทหารยืนรักษาการณ์หน้าทางเข้าอย่างขรึมขลัง สงบนิ่ง แต่กลับได้รับความสนใจไม่น้อยเลย นักท่องเที่ยวหลายๆคน(โดยเฉพาะสาวๆ)นิยมมายืนถ่ายรูปคู่กับทหารรักษาการณ์หน้าประตูเป็นจำนวนมาก

บันไดทางขึ้นหลักที่ราวบันไดทุกอันเป็นคริสตัล
       ผ่านจากประตูชั้นนอกไปจะมีประตูชั้นในกั้นอีก 1 ชั้น ก่อนจะเจอกับอุทยานที่มีสระน้ำพุตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง จากนั้นก็จะถึงยังตัวพระราชวังข้างในนั้น ประดับตกแต่งอย่างสุดวิจิตรอลังการ นับเป็นพระราชวังที่สวยเป็นอันดับต้นๆของยุโรปเลยทีเดียว
       
       ภายในพระราชวังโดลมาบาห์เชประกอบด้วยห้องจำนวนมากถึง 285 ห้อง แต่ละห้องประดับแต่งในในสไตล์ยุโรปแตกต่างกันออกไป ทั้งบารอก รอกโคโค และเรเนอซองส์ ทุกห้องล้วนดูหรูหราไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ พรม วอลเปเปอร์ กระจก โคมไฟ นาฬิกา รูปภาพ เครื่องแก้วเจียระไน ถ้วยโถโอชาม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ลวดลายประดับ ผนัง เพดาน ฯลฯ
       
       สำหรับห้องที่เด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นห้องท้องพระโรงที่ยังคงใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงและงานรับรองสำคัญของตุรกี ที่ตกแต่งอย่างสุดหรูหราอลังการวิจิตรเพริศแพร้ว ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปแทบทุกอณูห้อง โดยเฉพาะ โคมไฟระย้าขนาดมหึมาของขวัญที่สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษได้พระราชทานแก่อาณาจักรออตโตมัน ซึ่งหนักถึง 4.5 ตัน มีหลอดไฟ 750 ดวง ถือเป็นหนึ่งในโคมไฟระย้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

ในสไปซ์ มาร์เกต
       นอกจากท้องพระโรงพระราชวังโดลมาบาห์เชยังมีห้องชวนชมอย่างห้องโถงชั้นบน ห้องรับรองต่างๆ ห้องนอนพระมารดาของสุลต่าน ห้องสมุด ห้องสีชมพู รวมไปบันไดทางขึ้นหลักอันสวยงาม มีราวบันไดทุกอันเป็นคริสตัลใสแวววาว
       
       หลังตื่นตาตื่นใจไปกับสีสันความหรูหราอลังการของพระราชวังโดลมาบาห์เชแล้ว ก่อนกลับเมืองไทย สิ่งหนึ่งที่ผมต้องไม่ลืมเด็ดขาดนั่นก็คือของฝากจากตุรกี ซึ่งในอิสตันบูลมี 2 ตลาดชื่อกระฉ่อนให้เลือกจับจ่ายกระจายรายได้กัน หนึ่งนั้นคือ แกรนด์บาร์ซาร์ ที่อยู่ใกล้ๆกับจตุรัสสุลต่านอะห์เมต เป็นตลาดขนาดใหญ่เกือบ 200 ไร่ มีร้านค้ามากมายถึง 4 พันกว่าร้านที่ตั้งเรียงรายอยู่บนถนนทางเดินภายในกว่า 60 สาย
       
       สินค้าของที่ระลึกในแกรนด์บาร์ซาร์มีมากมาย ทั้ง พรมหลากสีสัน โคมไฟสีสันสดใสแบบตุรกี ทองคำ เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ เครื่องดูดบารากู่ ฯลฯ ซึ่งผมว่าตลาดที่นี่มีสีสันน่าเดินมากๆ แต่หากใครจะซื้อของก็ต้องคิดให้หนักหน่อย เพราะสินค้าที่นี่ราคาแพงเอาเรื่อง
       
       ด้วยเหตุนี้ผู้ที่มีเบี้ยน้อยอย่างผมจึงเห็นว่าน่าจะไปเลือกซื้อเลือกหาสินค้าในสไปซ์ มาร์เกตดูจะเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าเรามากกว่า

ช่องแคบบอสฟอรัส
       ในสไปซ์ มาร์เกตหรือตลาดเครื่องเทศมากกว่า นอกจากมีเครื่องเทศขายมากมายแล้ว ยังมีสินค้าของฝากที่คนไทยนิยมซื้อติดมือกลีบเมืองไทยกันมากก็คือ ชาแอปเปิ้ลอันขึ้นชื่อของตุรกี, เตอร์กิซ ดีไลท์ ขนมหวานสไตล์ตุรกีที่โด่งดังไปไกล,ดวงตาสีฟ้า (Evil Eyes) เครื่องรางปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อของชาวตุรกีที่ปัจจุบันเป็นของฝากขั้นดีราคาเยา นอกจากนี้สไปซ์ มาร์เกต ก็ยังมีสินค้าอื่นๆอีกมากมาย คล้ายๆกับที่แกรนด์บาร์ซาร์ เพียงแต่ว่าราคาถูกกว่ากันเยอะเลย นี่แหละคือตลาดที่เหมาะกับคนฐานะอย่างเรา
       
       หลังจากที่ผมและเพื่อนร่วมทริปได้ของติดไม้ติดมือกลับเมืองไทยกันถ้วนหน้าก็ถึงเวลาที่จะต้องร่ำลาจากตุรกี(อิสตันบูล)กลับสู่เมืองไทยแล้ว ผมรู้สึกว่าช่วงเวลาหลายวันที่เที่ยวในตุรกีนี่มันช่างผ่านไปรวดเร็วเหมือนโกหกเสียจริงๆ ในขณะที่ประทับใจแห่งตุรกีนั้นกลับฝังแน่นอยู่ในความทรงจำผมไปตราบนานเท่านาน...ลาก่อนตุรกีที่คิดถึง
       
       


แกรนด์บาร์ซาร์
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       สาธารณรัฐตุรกี เป็นประเทศที่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งทวีปเอเชีย(ร้อย 97)และยุโรป(ร้อยละ 3) ประชากรร้อยละ 98 นับถือศาสนาอิสลาม เวลาช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง ใช้เงินเตอร์กิชลีรา (TRY: 1 ลีร่าประมาณ 25 บาท) แต่ก็สามารถใช้เงินยูโรหรือยูเอสดอลล่าร์ได้ จากเมืองไทยมีสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ บินตรงจากกรุงเทพฯสู่อิสตันบูลทุกวัน โดยผู้สนใจข้อมูลการท่องเที่ยวสู่ตุรกีหรืออื่นๆในตุรกี สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ เตอร์กิช แอร์ไลน์ โทร. 0-2231-0300-7
       


โดย : เหล็งฮู้ชง    http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9500000106731

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net