วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปัญหา โลกร้อน ทำท่องเที่ยวไทยสะเทือน


ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลดโลกร้อน
       หากใครที่ได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "An Inconvenient Truth"ที่ ดำเนินเรื่องโดย อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สมัย บิลล์ คลินตัน และผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี ค.ศ. 2000 คงอดจะหวาดวิตกต่อข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับวิกฤตการณ์สภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่ถูกถ่ายทอดออกมาไม่ได้ และคงไม่ปฏิเสธว่าภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วโลก หันมาสนใจและใส่ใจต่อปัญหาสภาวะโลกร้อนกันมากขึ้น
       
       ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เรื่องภาวะโลกร้อน (ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่) เป็นกระแสไปทั่วโลก โดยล่าสุด ในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 15 ณ ประเทศออสเตรเลีย เหล่าผู้นำชาติต่างๆก็ได้ร่วมหารือในประเด็นดังกล่าวด้วย

 
ร่วมมือกันลดปัญหาภาวะโลกร้อนก่อนจะสายเกิน

       "โลกร้อน" ปัญหาทั่วโลก
       
       โลกร้อนเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ แต่อันดับหนึ่งคือเกิดจากการที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุให้รังสีความร้อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามาถูกกักไว้ในโลก โดยไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปได้ หรือที่เรียกว่า "ภาวะเรือนกระจก" ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกและผืนมหาสมุทรสูงขึ้น
       
       โดยเฉพาะช่วง 50 ปีหลังอุณหภูมิของโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบรรดาปีที่ติดอันดับ 10 ปีที่ร้อนที่สุดของโลกจนได้รับการบันทึกไว้นั้น ล้วนแต่เกิดขึ้นหลังปี พ.ศ.2533และปีที่ร้อนมากที่สุดในรอบ 1,000 ปี ก็คือ ปีพ.ศ.2543 และ ขณะนี้สถานการณ์โลกร้อนเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
       
       ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนประการหนึ่งที่คาดว่าจะรุนแรงมากที่สุดคือ ประเทศที่เป็นเกาะมีพื้นที่ต่ำ เช่น มัลดีฟส์ จะไม่เพียงได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลที่สูงขึ้นและกัดเซาะชายฝั่งเท่านั้น แต่ในอนาคตเกาะทั้งเกาะอาจจะจมอยู่ใต้น้ำ
       
       ในด้านของแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกก็มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเช่นกัน เช่น ในเขตเทือกเขาแอลป์ของยุโรปและสถานที่เล่นสกีอื่นๆ ของโลกจะประสบกับภาวะที่มีหิมะตกน้อยลง และมีฤดูกาลเล่นสกีที่สั้นลงเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ผลกระทบของการถอยร่นของแนวหิมะจะเกิดขึ้นอย่างเด่นชัดในสกีรีสอร์ทที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ เช่น Megeve ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และ Kiizbuhel ในประเทศออสเตรีย เป็นต้น

โลกร้อนสิ่งมีชีวิตบนโลกก็ลำบาก

โลกร้อนกระทบการท่องเที่ยวไทย
       
       สำหรับประเทศไทยก็ใช่ว่าจะสามารถลอยตัวอยู่เหนือวิกฤตปัญหาโลกร้อนไปได้ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวภายในงานเสวนาเรื่องของภาวะโลกร้อน
       
       ในหัวข้อเรื่อง "ผลกระทบภาวะโลกร้อนกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย"เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2550 ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่ประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญจากปัญหาภาวะโลกร้อน คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่จะแรงขึ้นและใหญ่ขึ้น จะทำให้พื้นที่ภูมิภาคเอเชียร้อนมากขึ้น รวมถึงประเทศไทย หินร้อนขึ้น ลมแรงขึ้น และไอน้ำมากขึ้น
       
       "สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแรกคือฝน จะมีฝนมากขึ้นตามชายทะเล โดยเฉพาะภาคใต้ และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบแน่นอน ฤดูกาลท่องเที่ยวต้องสั้นลงแน่ๆ ลมมรสุมจากทางเหนือก็จะน้อยลง ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น น้ำท่วมเป็นครั้งคราวบ่อยขึ้น ฝนตกบ่อยขึ้น และนำไปสู่โรคจากความชื้น ยุงระบาดอย่างต่อเนื่อง" ดร.อานนท์กล่าว
       
       นอกจากนี้ ดร.อานนท์ยังได้กล่าวต่อด้วยความเป็นห่วงอีกว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะชายหาดที่มากขึ้น ชายฝั่ง 2,000 กิโลเมตร หายไป 1-100 ตารางกิโลเมตรต่อปี เฉลี่ยแล้วทั้งประเทศชายฝั่งที่หายไปเท่ากับเมืองขนาดใหญ่หรือขนาดกลางเมืองหนึ่ง อีกทั้งเรื่องของอากาศ จากหน้าร้อนที่เคยร้อนเพียงร้อยกว่าวันจะกลายเป็นสองร้อยกว่าวัน และส่งผลให้มีการใช้พลังงานมากขึ้น ใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น และจะทำให้โลกร้อนมากขึ้นอีก
       
       ดูเหมือนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มีแต่ผลกระทบต่อทั้งนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และปัญหาเหล่านี้ยังไม่จบสิ้นอย่างแน่นอน ถ้ามนุษย์ยังคงเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น สภาพภูมิอากาศก็จะเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเช่นกันภายใน 30- 40 ปีข้างหน้า
       
       ด้าน ภราเดช พยัฆวิเชียร ที่ปรึกษา 11 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเดียวกันว่า สภาวะโลกร้อนเป็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะการที่เราจะท่องเที่ยว ก็จะต้องคำนึงถึงสภาวะอากาศ ต้องดูสภาพอากาศที่ดีและไม่เป็นช่วงฤดูมรสุม การเปลี่ยนแปลงสภาวะโลกร้อน จึงเป็นผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวไทย
       
       "การเปลี่ยนแปลงสภาวะโลกร้อนที่เราสามารถจับต้องได้ 3 สภาวะคือ หนึ่ง อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น สอง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น สาม ดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยวสั้นลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลกระทบมาก และปัญหาที่ใหญ่อีกปัญหาคือมลภาวะจากการเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะต่างๆ
       
       โดยการเดินทางทางอากาศจะมีผลต่อสภาวะเรือนกระจกมากกว่าทางบก 2-4 เท่า เพราะมลพิษการเดินทางทางอากาศสามารถเข้าสู่สภาวะเรือนกระจกได้เป็นอย่างดี จึงเป็นจุดที่ประเทศพัฒนาแล้ว โจมตีประเทศที่ยังไม่ได้พัฒนาหรือกำลังพัฒนาอย่างไทยในการเข้ามาท่องเที่ยว และรณรงค์ไม่สนับสนุนให้ท่องเที่ยวในประเทศไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม" ภราเดช กล่าว
       
       ดังนั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย จึงควรที่จะเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนรณรงค์การท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อลดสภาวะโลกร้อน และมีการจัดการของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างโรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้มีการจัดการต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม จึงจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้

อุณหภูมิโลกสูงขึ้นการก่อตัวของพายุก็รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน
       เตรียมรับมือโลกร้อน
       
       ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแนวปะการังและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่สนใจศึกษาภาวะโลกร้อน ได้กล่าวไว้ในคอลัมน์ Around & Outside ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน เกี่ยวกับการรับมือภาวะโลกร้อนว่า
       
       ในภาพรวมนั้นการรับมือแบ่งเป็น "บรรเทา" หรือการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และ "ปรับตัว" หรือการปรับให้เข้ากับภาวะโลกแปรปรวน (Adaptation)
       
       ทางแรกคือการบรรเทาภาวะโลกร้อนด้วยการประหยัดพลังงาน การประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ส่วนการปรับตัว ต้องเริ่มจากการอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่ให้ดีสุด อย่าทำอะไรไปช่วยกระตุ้นปัญหา เช่น การกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการก่อสร้างโน่นนี่นั่นลงไปในทะเล จึงควรมีการดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง
       
       และการอนุรักษ์ยังรวมถึงแนวปะการัง ป่าชายเลน และแหล่งหญ้าทะเล ที่เป็นเสมือนกำแพงธรรมชาติอยู่แล้ว คลื่นที่เกิดจากพายุในภาวะโลกร้อน แม้ไม่รุนแรงเท่าสึนามิ แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มากันเป็นประจำ กำแพงธรรมชาติเหล่านี้ยิ่งมีความสำคัญ จำเป็นต้องเก็บไว้อย่างดี หรืออาจจะช่วยเสริม เช่น การปลูกป่าชายเลนเพิ่ม
       
       "การปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบทางอ้อม ทำได้โดยสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ที่ไม่ต้องว่ากันถึงขั้นระดับชาติหรือระดับภูมิภาค เอาแค่ระดับเล็กใกล้ตัว เช่น ถนนหนทางต้องปลอดภัย อยู่ในสภาพดี พาหนะทุกรูปแบบได้รับการดูแล ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรือที่อาจต้องเผชิญกับพายุหรือคลื่นหนักขึ้น ต้องมีชูชีพให้ครบ รับคนไม่เกินกำหนด หน่วยงานที่ควบคุมต้องตรวจสอบเป็นประจำ
       
       การรายงานข่าวและการแจ้งเตือนภัยต่าง ๆ เช่น น้ำป่า ดินถล่ม ต้องยกระดับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งมีรูปแบบการอพยพที่ชัดเจน เพื่อรับมือกับภัยพิบัติแบบต่าง ๆ ที่ไม่จำกัดเฉพาะสึนามิหรือแผ่นดินไหว เมื่อเราทำเช่นนั้นได้ ประชาสัมพันธ์ออกไป จะสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวได้เยอะ" อ.ธรณ์ กล่าว
       
       ณ วันนี้วิกฤตโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ดังนั้นเราจึงควรตระหนักและใส่ใจร่วมมือป้องกันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ไข

โดยผู้จัดการออนไลน์

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net