วันที่ อังคาร กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปิ๊กจ๋า...กีต้าร์ลาก่อน


(ตีพิมพ์ในคอลัมน์ Music review วารสาร DDT ฉ.6

มิ.ย. 2548 )

ศิลปิน   Dire Straits

อัลบั้ม   Brothers in Arms / 1985

 

ครั้งที่วง  Dire Straits  ตระเวนจัดเวิล์ดทัวร์ในรายการ  Brothers in Arms Tour  ณ การแสดงสดที่เมืองเวสลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์  ฝนได้ตกลงมาตลอดเวลาจนสถานที่ใช้แสดงซึ่งเป็นสนามกีฬาเต็มไปด้วยโคลนและไม่มีเค้าว่าสายฝนจะซาเม็ดลง   คอนเสิร์ตจึงจำต้องเลื่อนกำหนดการออกไป 24 ชั่วโมง     แต่ได้มีหัวหน้าชนเผ่ามารีที่เคยรู้จักกับหนึ่งในสมาชิกของวงได้มาช่วยแก้ไขสถานการณ์  โดยวิธีของชาวพื้นเมือง คือ ใช้เวทมนต์บวกการเต้นรำตามแบบฉบับของเผ่า   พอวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งอย่างไม่น่าเชื่อและสามารถเปิดการแสดงได้ตามปกติ

อีกเหตุการณ์เป็น ข่าวแผนการประท้วงของกลุ่มพนักงานท่าเรือที่ควบคุมการจราจรระหว่างเกาะเหนือกับเกาะใต้ว่าจะประท้วงหยุดงานในวันรุ่งขึ้น   ซึ่งตรงกับคอนเสิร์ตของไดร์ สเตรทส์พอดี    ต่อมาเกิดโชคช่วยขึ้นเมื่อก่อนวันงานพวกเขาได้พบกับ เดวิด ลอง นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ขณะนั้น  เมื่อรับทราบปัญหา ท่านนายกฯ โทรไปหารัฐมนตรีคมนาคม มีการติดต่อกับประธานสหภาพแรงงาน  จนเป็นผลให้มีการเลื่อนการประท้วงออกไปอีก 24 ชั่วโมง  การแสดงคอนเสิร์ตครั้งนั้นจึงดำเนินไปด้วยดี

สองเหตุการณ์ข้างต้นเป็นผลสืบเนื่องจากปลายปี 1985 วง ไดร์ สเตรทล์ ออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกถึง 248 รอบ จำนวนกว่า 117 เมืองจาก 23 ประเทศ และสามารถขายบัตรได้กว่า 3 ล้านใบ   ที่แสดงถึงความสำเร็จในอัลบั้มชื่อเดียวกับทัวร์ครั้งนี้ Brothers in Arms    หลังจากอัลบั้มนี้ถล่มชาร์ตอันดับ 1 บิลบอร์ดนานถึง 9 สัปดาห์และ 1 เดือนหลังจากนั้นไต่ขึ้นอันดับ 1 ได้อีก 24 ประเทศทั่วโลก  พร้อมสร้างเพลงฮิตติดหูหลายเพลง    ทำให้ต้องลองย้อนเวลาไปหาต้นตอแห่งความสำเร็จในครั้งนี้ดู

ปี 1977  ไดร์ สเตรทส์ แจ้งเกิดเป็นวงดนตรี 4 คนมาก่อนใน 2 อัลบั้มแรก  ก่อนที่จะเหลือ 3 คนเมื่อออกอัลบั้มที่ 3   จนมาเหลือเพียง 2 คนของสมาชิกเริ่มแรกในอัลบั้มลำดับที่ 6  Brothers in Arms ในปี 1985 ที่มีเพียง มาร์ค น็อปเลอร์ นักร้องและมือกีต้าร์ กับ จอนห์ ไอล์สลีย์ มือเบส   แต่ทั้งคู่และสมาชิกรุ่นใหม่สามารถทำให้ ไดร์ สเตรทส์ ก้าวสู่แถวหน้าของวงการเพลงร็อคจนกลายเป็นวงที่ประสบความสำเร็จจากการแสดงสดมากที่สุดวงหนึ่งของโลก  ด้วยเพลงดังของอัลบั้ม ได้แก่

Brothers in arms  เพลงเกี่ยวกับสงครามที่มาร์คได้แรงบันดาลใจในช่วงปัญหาเกาะฟอคแลนด์ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนติน่า

            So far away  จังหวะโจ๊ะช้าๆร้องซ้ำๆกับชื่อของเพลง มีเทคนิคลากเสียงสายกีต้าร์อย่างเรียบง่าย  แต่ได้อารมณ์การแยกจากเหมือนคำว่า So far away 

Money for nothing  ฝีมือลีดกีต้าร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมาร์ค  กลับมากรีดกรายชั้นยอดอีกครั้งกับลูกเล่นใหม่   เพลงนี้ใช้วิธีเลียนแบบเสียงกีต้าร์เลส พอล ของ กิบบอนส์ มือกีต้าร์วง ZZ Top มาช่วยสร้างสีสัน  จนทำให้อดนึกถึงครั้งแรกที่ใครๆรู้จักเสียงกีต้าร์บาดคมอย่างนี้จากเพลง Sultan of swing ในปี 1978 มาแล้วไม่ได้  ครั้งนี้ได้เพื่อนศิลปินคนดัง สตริง มาช่วยร้องในท่อนที่ว่า I want my M.T.V…ให้

Walk of life  โชว์เสียงเด่นทวินออร์แกน ทั้งสองของวงจากฝีมือ อลัน คลาร์ค และกาย เฟล็ทเชอร์   โดยละทิ้งเสียงกีต้าร์ของมาร์คไว้เป็นเพียงแบ็คกราวด์เท่านั้น ทุกครั้งที่เล่นแสดงสดเพลงนี้ผู้ชมมักร้องตามจนคล้ายเป็นงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่ยักษ์เลยทีเดียว

ความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงของไดร์ เสตรทส์  ส่วนใหญ่มาจากมือกีต้าร์ มาร์ค น็อปเลอร์ ที่นับว่าเป็นหัวใจและมันสมองของวงอย่างแท้จริง  เคยมีคนเปรียบเทียบว่าเขาเสมือนกับเป็น ‘บรู๊ซ สปริงทีน แห่งเกาะอังกฤษ’ เพราะทั้งสองมีอายุไล่เรี่ยกัน เป็นลูกชายของกรรมกรเหมือนกัน เป็นแฟนเพลงของบ็อบ ไดแลนด์เช่นกัน อีกทั้งคลั่งไคล้ในกีต้าร์อยู่ตลอดเวลา   จนกลายมาเป็นนักดนตรีร็อคที่รุ่งโรจน์ในยุคสมัยเดียวกัน    มีมิวสิควีดีโอเพลง Glory days กับ Walk of life ที่ทำออกมาเกี่ยวกับนักกีฬาและศิลปินร็อค

คล้ายกันอีก

นอกจากฝีมือการเขียนเพลง, ขับร้อง และเล่นดนตรีเองแล้ว  เฉพาะในส่วนฝีมือการเล่นกีต้าร์ที่นับว่ามาร์คมีลูกเล่นแพรวพราวชนิดหาตัวจับยากนั้น  ทั้งการเดินคอร์ด หรือท่อนโซโล ช่วงลีด เทคนิคดันสาย   ที่ได้อิทธิพลมาจากแนวคันทรี่กับบลูส์ และสไตล์กีต้าร์จากต้นแบบอย่าง อัลเบิร์ท คิงและเจ.เจ.เคล   มีส่วนประสบการณ์ครั้งอดีตเกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่ส่งผลให้หัวหน้าวงไดร์ เสตรทส์  ผู้นี้ไม่เคยหวั่นวิตกกับเวทีขนาดใหญ่ๆระดับสนามกีฬาทั้งหลายเลย  มาร์คเล่าว่า

         “ ผมจำได้ถึงครั้งแรกที่ผมเห็น ชัค เบอร์รีย์ แสดงที่ซิตี้ฮอลล์ในนิวคาสเซิล  ตอนผมอายุ 15 ปี มันเป็นสถานที่ใหญ่มากสำหรับผม  ผมตื่นเต้นที่ได้ไปที่นั่น  ผมตื่นเต้นไปกับดนตรี รวมไปถึงขนาดของมันด้วย  แล้วอีก 15 ปีต่อมา  มันกลายเป็นสถานที่เล็กๆ เล็กมากเหลือเกิน ”                            

“...ตอนที่ผมอยู่ในมหาวิทยาลัยในลีดส์  ผมเคยไปดูวงดนตรีเล่นทุกอาทิตย์และมีคืนที่น่าจดจำอยู่มากมายในช่วงนั้น  ผมได้เห็น มัดดีย์ วอเทอร์ส ที่นั่น  และมันก็กลายเป็นสถานที่สำคัญของคุณไป  และเมื่อถึงคราวที่คุณต้องขึ้นไปแสดงที่นั่นบ้างคุณก็จะมองขึ้นไปยังเฉลียงที่คุณเคยไปยืนดูการแสดงอยู่ตรงนั้น  มันเป็นความรู้สึกที่เยี่ยมมาก...”

สิ่งที่ตอกย้ำศักยภาพการแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีของมาร์ค และสมาชิกวง ได้ดีคือเสียงการตอบรับจากแฟนเพลงทั่วโลก และภาพแห่งความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดจากปากคำของมาร์คเอง

“ ที่ยูโกสลาเวีย  เราแสดงในห้องสำหรับเล่นกีฬามันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก  เพราะทุกคนที่มาดูต่างก็พ่นควันออกมา  และก็ต้องเบียดเสียดกันชนิดที่ว่าต้องยื่นแขนขึ้นไปอยู่ในอากาศ  และกระโดดกันตลอดเวลา  และทุกคนต้องคาบบุหรี่ไว้ในปาก ไม่สามารถจะเอาออกมาได้  รวมทั้งต้องขว้างก้นบุหรี่ขึ้นมาบนเวทีเพราะว่ามันเป็นที่เดียวที่จะทิ้งได้  ...ผมทึ่งในความเรียบง่ายของชาวฮังกาเรียน  พวกเขาเกือบจะเหมือนกับคนยุโรปที่มีมารยาทที่เรียบร้อยเหมือนกับคนญี่ปุ่น  พวกเขาสุภาพมากๆ” 

รูปของกีต้าร์สตีลสีบรอนด์เงินลอยอยู่บนฟ้า จากปกอัลบั้ม Brothers in Arms เป็นภาพสุดประทับใจในอดีตของมาร์ค ถึงครั้งที่เขาได้เป็นเจ้าของกีต้าร์ตัวนี้สมัยยังไม่มีชื่อเสียง   น่าจะเป็นภาพอารมณ์เดียวกับที่เรามักจะเห็นมาร์ค บนเวทีคอนเสิร์ตกับวิธีการจัดวางตำแหน่งมือขวาโดยนิ้วนางและนิ้วก้อยวางยึดอยู่บนตัวกีต้าร์บริเวณใต้สายหนึ่ง  แล้วเล่นด้วยนิ้วมือที่เหลือชนิดไม่ต้องพึ่งปิ๊กกีต้าร์แม้แต่นิดเดียว

 

หมายเหตุ  อ้างอิงข้อมูลจาก บันเทิงคดี ฉบับ 8 ,2533 และ ฉบับ 29, 2534

 

 

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net