วันที่ พุธ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

~มาถึงแล้ว...สิ่งดีดีที่รอคอย~


~มาแล้ว...สิ่งดีดีที่ฉันรอคอย~

"พรุ่งนี้ทานอะไรดี...เบื่อตามสั่งแล้วอ่ะ"

"ลองถามน้องญามินดูดิ๊..พรุ่งนี้จะทำไรมาทาน...บอกให้ทำเผื่อด้วย อิอิ"

เสียงแหววของสองสาวคุยเรื่องอาหารการกินในวันพรุ่ง อีกสาวพยับเพยิดให้มาถามสาวอีกคนที่เหลือในวงสนทนา

"เสียใจด้วยนะคะพี่ ๆ พรุ่งนี้ญามินถือศีลอดค่ะ"

"ถือศีลอด...อ้อ  รู้แล้ว ๆ ใช่ ๆ เคยได้ยิน ที่เค้าว่าไม่กินข้าวเป็นเดือนใช่มะ หูย อยู่กันได้ยังไงน่ะ"

"ไม่ทานข้าวน่ะใช่ค่ะ แต่ไม่ใช่เป็นเดือน มันมีช่วงเวลาห้ามทาน และอนุญาตให้ทานค่ะ" ญามินพูดยิ้ม ๆ

"ยังไงล่ะ? "  "ถ้าพี่ๆ อยากรู้ญามินจะเล่าคร่าว ๆ ให้ฟัง"

สองสาวเข้ามานั่งหน้าโต๊ะญามินด้วยความสนใจใคร่รู้

                   

   "ในศาสนาอิสลามจะมีเดือนอาหรับเดือนหนึ่ง มุสลิมถือว่าเป็นเดือนที่ประเสริฐที่สุด เรียกว่าเดือนรอมฎอน มีระยะเวลาประมาณ 29-30 วัน  ในเดือนนี้เราจะถือศีลอด .......การถือศีลอด คือการงดการกิน การดื่ม การมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น กระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า...เห็นมั้ยคะพี่ ๆ พอดวงอาทิตย์พ้นขอบฟ้าไปแล้ว เราก็สามารถทานได้ ดื่มได้ ทำอะไรได้ตามปรกติ" ญามินตั้งใจอธิบาย

"ก็ง่าย ๆ ว่า กินได้ ตอนกลางคืนว่างั้นเหอะ" อีกสาวหนึ่งสรุป

"ก็ถือว่าถูก แต่จริง ๆ แล้ว ก็ต้องดูเวลาที่ทางจุฬาราชมนตรีกำหนดค่ะ ก็ประมาณ หลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ถึงประมาณตี 5ค่ะ"

"โหหห ถึงกินได้ตอนกลางคืนก็เหอะ ไม่หิวหรอ ทั้งวันเลยนะ ดื่มน้ำก็ไม่ได้" สาวหนึ่งคร่ำครวญ

"หิวสิคะ...แต่ญามินต้องอดทน ก็เดือนนี้แหละที่เราต้องทดสอบความอดทนต่อความหิวโหย สำรวมจิตใจให้สงบ งดการคิดร้าย ว่าร้ายต่อผู้อื่น" ญามินตอบไปยิ้มไป

"แล้วจะมีแรงหรอ...อดทั้งวัน กว่าจะหกโมงเย็น เป็นลมพอดี" สาวหนึ่งถาม

"เมื่อถึงเวลาที่ทานได้แล้ว เราจะละศีลอด คือ รับประทานอาหารคำแรกด้วยของหวาน ๆ ที่นิยมทั่วไปก็คืออินทผาลัมประมาณ 3 เม็ด หรือไม่ก็น้ำหวาน ๆ น้ำตาลของอาหารเหล่านี้จะเป็นโปรตีน ให้ร่างกายเรามีพลังงานค่ะ" ญามิณตอบ

"แล้วที่ว่าเริ่มอดตั้งแต่ตี 5 น่ะ อย่างงี้ไม่ต้องลุกขึ้นมาทานอะไรตอนตี 4 หรอ" อีกสาวหนึ่งเบิกตาโพลง

"ค่ะ เราต้องตื่นขึ้นมาทานข้าวเพื่อจะได้มีแรงในการถือศีลอดในตอนเช้า อาหารที่ทานในตอนนี้เราเรียกว่า ซะโฮรฺ ค่ะ...ทานได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้าเวลาการเริ่มต้นถือศีลอดอีกครั้ง" ญามินยิ้มอีกครั้ง

"แล้วใครมั่งล่ะ ที่ต้องถือศีลอด  ไม่ทำไม่ได้หรอ"

"ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามทุกคนที่มีสติสัมปชัญญะ บรรลุศาสนภาวะ ไม่ใช่ผู้ที่เดินทาง และมีความสามารถในการถือศีลอดค่ะ..."

"เป็นไงนะ บรรลุศาสนภาวะ ? คืออายุ 20 ปีบริบูรณ์หรอ?" สาวหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย

ญามินยิ้ม หน้าแดงระเรื่อ "ไม่ใช่ค่ะ หมายถึงว่า ผู้หญิงก็มีประจำเดือนแล้ว ผู้ชายก็มีฝันเปียกหรือมีน้ำอสุจิเคลื่อนมาได้แล้วอ่ะค่ะ...อายจัง"

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากสองสาวที่นั่งฟัง

"แล้วที่มีความสามารถในการถือศีลอดก็หมายถึงว่า ถ้าถือศีลอดแล้วจะไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตน่ะค่ะ เช่นคนป่วยหนัก อย่างงี้ก็ไม่ต้อง....แต่คุณย่าของญามินอายุ 83 แล้วท่านยังถือศีลอดไหวอยู่นะคะ" ญามินเริ่มยิ้ม

"แล้วอีกอย่างก็คือ...อย่างผู้หญิงเนี่ย หากมีประจำเดือน ช่วงเวลานั้นก็ไม่ต้องถือศีลอด ทานได้ตามปรกติค่ะ" ญามินพูดต่อก้มหน้าอาย

"อย่างงี้ก็ดีสิ ผู้หญิงก็จะได้ถือศีลอดน้อย ๆ " สาวหนึ่งดีดนิ้ว

"ไม่ดีหรอกค่ะ การถือศีลอดเราถือว่า เราทำเพื่อพระเจ้า พระองค์จะประทานความดีให้กับเรามากเป็นพิเศษในเดือนนี้ มุสลิมทุกคนจึงรอคอยการมาถึงของเดือนรอมฎอนไงล่ะคะ...แล้วอีกอย่างประจำเดือนมากี่วัน ก็ต้องถือศีลอดชดใช้ตามจำนวนนั้นด้วยค่ะ" ญามินอธิบายต่อ

"เป็นยังไงถือศีลอดชดใช้" สาวหนึ่งไม่เข้าใจ

"ก็ในวันหนึ่งบางทีร่างกายเราเกิดทนไม่ไหวต่อความหิว ความอยากเกินไปรับประทานหรือดื่มสิ่งใดขึ้นมาหรือเราเกิดมีประจำเดือนมา ก็ถือว่า การถือศีลอดในวันนั้นใช้ไม่ได้ค่ะ เราก็ต้องถือศีลอดชดใช้ หลังจากผ่านเดือนรอมฎอนไปแล้ว" ญามินอธิบาย

"แต่ถ้าเผลอดื่ม เผลอทานไปจริง ๆ เผลอจริง ๆ นะคะ ถือว่าไม่เป็นไรค่ะ ถือศีลอดต่อไปได้"

"จะเห็นว่าการถือศีลอดนี้ กำหนดให้มุสลิมทุกคนไม่ว่าจะเป็นอภิมหาเศรษฐีล้นฟ้า พระราชาผู้สูงศักดิ์ หรือคนยากจนข้นแค้นก็ต้องถือศีลอดเหมือนกันหมด เข้าใจถึงความหิวกระหาย ความอดอยาก....นี่ไงคะวิธีขัดเกลาจิตใจ ให้เข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน รู้จักแบ่งปันและเสียสละให้กันและกัน" ญามินยิ่งยิ้มร่า

"การถือศีลอดที่จริงแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่การงดกิน งดดื่ม แต่ยังต้องรู้จักระงับจิตใจต่อการคิดไม่ดี การพูดไม่ดี การกระทำที่ไม่ดีต่าง ๆ ด้วยนะคะ " ญามินยิ่งพูดเธอยิ่งยิ้ม

"พรุ่งนี้แล้วเป็นวันแรกที่จะเข้าสู่วันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ญามินจะถือศีลอดวันแรกเพื่อองค์อัลลอฮ์"

สองสาวนั่งมองรอยยิ้มของญามิน นึกชื่นชมในใจว่า ช่างเป็น "การอดทน" ที่หอมหวานและน่ามีความสุขเสียจริง

.................................................................

เย็นวันนั้นสามสาวต่างศาสนาเก็บข้าวของ เดินออกจากออฟฟิศด้วยกัน ทุกคนต่างเงียบ ญามินเดินยิ้มกับความสุขที่จะมาเยือน

"ญามินไปก่อนนะคะ จะไปหาซื้อกับข้าว ไว้เตรียมทานตอนเช้ามืด..สวัสดีค่ะ"

เธอบอกลาอีกสองสาวด้วยใบหน้าที่ยิ้มละไม

"สวัสดีค่ะ" สองสาวยิ้มให้ ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกจากปากมากว่านั้น  เพราะในใจกำลังเบิกบานต่อความรู้ใหม่ที่ได้รับจากเพื่อต่างศาสนิก 

การถือศีลอด ไม่ใช่แค่การอดอาหารให้แค่หิวไปเท่านั้น หากแต่การถือศีลอดเป็นการขัดเกลาจิตใจด้วย

ประโยคนี้ ดังก้องอยู่ในใจของเธอทั้งคู่ ไม่ใช่แค่นั้นรอยยิ้มที่มาจากจิตใจก็ผุดขึ้นที่ใบหน้าโดยไม่รู้ตัว

"รอมฎอน....การีม"

............................................................................

       ตั้งใจเขียนเรื่องนี้ขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องของ "การถือศีลอดของมุสลิม"

ให้แก่ต่างศาสนิก..

ดังนั้นเรื่องนี้อาจไม่สมบูรณ์ด้วยไม่มีอายะอัรกุรอ่านที่ว่าด้วยการถือศีลอดมาประกอบ

 Halfmoon ขอมาอัฟพี่น้องมุสลิมทุกท่านไว้ ณ ที่นี้

โดย HalfMoon

 

กลับไปที่ www.oknation.net