วันที่ ศุกร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พรรคการเมืองและทิศทางสังคมนิยมในประเทศไทย(ตอนที่ 3)


พรรคการเมืองสังคมนิยมในประเทศไทย

ในอดีตกลุ่มคนที่คิดเกี่ยวกับการจัดตั้งพรรคการเมืองสังคมนิยมนอกจาก

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแล้ว ยังมีอย่างน้อย 3-4 กลุ่มในช่วงหลัง

เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นช่วงกระแสสูงของสังคมนิยมในประเทศไทย

กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ชนชั้นกลาง ได้จัดตั้งพรรคสังคมนิยม

แห่งประเทศไทยขึ้นและส่งลงสมัคร  ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภาถึง 15 คน

และเมื่อรวมกับพรรคแนวร่วมสังคมนิยมที่ได้ 10 ที่นั่ง และส.ส.จากพรรคพลังใหม่

ที่ได้ 10 ที่นั่ง รวมกันเป็น 30 กว่าที่นั่ง ก็สามารถสร้างอำนาจการต่อรองได้สูงพอควร

พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย

คำประกาศของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย

“ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ระหว่างธรรม

กับอธรรม ชนชั้นสูงผู้กดขี่ได้เบียดเบียนและฉกชิงผลผลิตจากแรงงานของเพื่อน

มนุษย์ด้วยวิธีการและรูปแบบต่าง ๆ การเบียดเบียนได้เปลี่ยนแปลงไปตาม

วิวัฒนาการของพลังและวิถีการผลิต ได้มีการสร้างกลไกการปกครอง กฎหมาย ตลอดจนวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการกดขี่ขูดรีดในประวัติศาสตร์อัน

ยาวนาน ระบบการขูดรีดได้เพิ่มพูนพลังขึ้นมากจากระบบการกดขี่แบบทาส

แบบศักดินา แบบทุนนิยม มาสู่ระบบจักรพรรดินิยม, พฤติกรรมกดขี่เหล่านี้มี

ลักษณะเป็นอำนาจอธรรม ได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อมนุษยชาติอย่างมหาศาล

เป็นการทำลายคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนผู้ยากไร้

อย่างที่สุด            

การต่อสู้ของมวลชนผู้ถูกกดขี่เป็นการต่อสู้ของฝ่ายธรรม กลุ่มชนผู้กล้าหาญ

ได้สละเลือดเนื้อชีวิต และประโยชน์สุขส่วนตนทุ่มเทพลังกาย

พลังปัญญา เพื่อให้ได้มาและดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม ด้วยความมั่นใจว่าธรรมจะต้องชนะอธรรม………………………”

พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจากการประกาศให้มีการจัดตั้ง

พรรคการเมืองของรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ในกลางปี 2517 ในขณะที่

นักการเมืองทั้งหลายยังวิ่งไปหานายทุนใหญ่เพื่อให้มาสนับสนุนพรรคของตน 

กลับมีพรรคการเมืองหนึ่งเกิดจากการรวมตัวของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งปรารถนาจะเห็นคน

ส่วนใหญ่ของแผ่นดินสามารถลืมตาอ้าปาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีสิทธิ

เสรีภาพประชาธิปไตย และได้รับความเสมอภาคเป็นธรรมอย่างแท้จริงด้วย

อุดมการณ์สังคมนิยม ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่ถูกนำมาเผยแพร่อย่างกว้างขวางใน

ขอบเขตทั่วประเทศ ทั้งทางด้านวิชาการและการเคลื่อนไหวทางสังคม ประชาชน

พากันขานรับอุดมการณ์สังคมนิยม ที่เป็นความหวังในการปลดปล่อยพลังชีวิต

ของผู้ทุกข์ยากในแผ่นดินที่เกิดจากการกดขี่เอารัดเอาเปรียบกับคนกลุ่มน้อย

ที่มีอภิสิทธิ์อำนาจในสังคมไทย กลุ่มคนเหล่านี้ได้แก่นักการเมืองแนวสังคมนิยม

ไม่ว่าจะเป็น พ.อ.สมคิด ศรีสังคม ,นายไขแสง สุกใส ฯลฯ นักวิชาการก้าวหน้า

เช่น ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ,ดร.แสง สงวนเรือง ฯลฯ รวมทั้งผู้นำนักศึกษา

ในยุคนั้น ได้แก่ ชัยวัฒน์ สุรวิชัย,จรัล ดิษฐาอภิชัย,สมคิด สิงสง,วิสา คัญทัพ

ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่ไม่ปรากฏชื่อในทางสาธารณะ แต่มีบทบาทสำคัญ

ในการเคลื่อนไหว เช่น ธีรยุทธ บุญมี ,ลุงฟัก ณ สงขลา

ความคิดในการจัดตั้งพรรคการเมืองแนวทางสังคมนิยม เกิดขึ้นจาก

ความเรียกร้องต้องการของประชาชนในยุคนั้น และคณะผู้ก่อการต้องทำงาน

กันอย่างหนักเพื่อให้การสร้างพรรคสำเร็จและเป็นไปตามคำขวัญของพรรคที่ว่า“ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ในที่สุดก็สามารถเป็นพรรคการเมืองที่

ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2517 มีองค์ประกอบจากหลาก

หลายวงการ ล้วนแต่มีประวัติศาสตร์ในการคิดและทำงานเพื่อประชาชนมา

ทั้งสิ้น

และในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในวันที่ 26

มกราคม 2518 พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยก็ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. 15 คน 

ประกอบด้วยพ.อ.สมคิด ศรีสังคม, โสภณ วีรชัย, สม วาสนา, เติม สืบพันธ์

จากอุดรธานี, ไขแสง สุกใส จากนครพนม, วิชัย เสวมาตย์ และ สุทัศน์ เงินหมื่น

จากอุบลราชธานี, อุดร ทองน้อย และประยงค์ มูลสาร จากยโสธร,

ประเสริฐ เลิศยะโส จากบุรีรัมย์, ศิริ ผาสุก จากสุรินทร์, ชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ และ

อาคม สุวรรนพ จากนครศรีธรรมราช, เปรม มาลากุล ณ. อยุธยา จากอุตรดิตถ์ และ

อินสอน บัวเขียว จากเชียงใหม่

ส.ส. ของพรรคสังคมนิยมได้แสดงบทบาทที่โดดเด่น ตั้งแต่การหาเสียงในฐานะ

ผู้สมัคร ส.ส. เพราะใช้รูปแบบของการปราศรัย, การเข้าถึงชาวบ้าน และหลายครั้ง

ต้องนอนและกินร่วมกับชาวบ้าน เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด, ทางพรรคได้มอบเงิน

ให้ผู้สมัครแต่ละคน 30,000 บาท เท่านั้น แต่ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจาก

ชาวบ้าน เนื่องจากเป็นช่วงกระแสสูงของประชาธิปไตย รวมทั้งได้ผลพวงจากการ

ที่ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้นำนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศลง

พื้นที่ชนบท ไปรณรงค์เรื่องประชาธิปไตย จนทำให้ได้ สส. มาถึง 15 คน และ

มีจำนวนไม่น้อยเป็น สส. รุ่นหนุ่มสาว, คุณอุดร ทองน้อย นับเป็น สส. ที่มีอายุน้อย

ที่สุดเพียง 25 ปีเศษ เท่านั้น

นอกจากการเคลื่อนไหวในสภาแล้ว บทบาทที่โดดเด่นของพรรคคือ การเคลื่อนไหว

นอกสภา ในการเผยแพร่แนวคิดและนโยบายของพรรค การคัดค้านความไม่ถูกต้อง

ของรัฐบาล นายทุน และเจ้าที่ดินที่เอาเปรียบชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกรณี

“แม่เลียง” จังหวัดลำปาง ที่เคลื่อนไหวร่วมกับสหพันธ์ชาวไร่ชาวนาภาคเหนือ ,

การคัดค้านกรณี “ถีบลงเขาเผาลงถังแดง” ที่พัทลุง,การคัดค้านการตั้งฐานทัพของ

สหรัฐ รูปแบบการเคลื่อนไหวจะประสานกับมวลชนในพื้นที่ที่มีปัญหาและการนำ

ปัญหาต่างๆ มาเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดปราศรัยใหญ่

กลางท้องสนามหลวง ซึ่งมีคนมาฟังมากมายไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน

บทบาทที่โดดเด่นของพรรคฯ อีกเรื่องก็คือ การประสานการเคลื่อนไหวนอกสภา

กับในสภา และมีลักษณะมวลชน โดยการนำเอาปัญหาและความเดือนร้อนของ

ชาวบ้านไปพูดในสภา และขณะเดียวกันก็นำการเสนอปัญหา ออกมาพูดกับชาวบ้าน

มีการประสานงานของพรรคการเมืองกับขบวนการประชาชน ทั้งกรรมกร,ชาวนา,

นักศึกษา และประชาชน

อย่างไรก็ตามการที่ ส.ส.จากพรรคฯ และพรรคแนวร่วมได้ที่นั่งในสภาถึงกว่า 30

ที่นั่ง และมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง มีการประสานกับ

ขบวนการประชาชน ทั้ง กรรมกร,ชาวนา และนักศึกษา ได้ส่งผลสะเทือนอย่าง

กว้างขวาง ทำให้กลุ่มอำนาจเก่าและกลุ่มอนุรักษ์พร้อมกับกลุ่มทุนร่วมกันตอบโต้

อย่างเป็นระบบในการคุกคามขบวนการประชาชน ซึ่งเน้นไปที่ผู้นำขององค์กร

มีการลอบสังหารผู้นำสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ ผู้นำกรรมกร ผู้นำนักศึกษา

และนักหนังสือพิมพ์ฝ่ายก้าวหน้า และในคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2519

เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน

ก็ถูกลอบสังหาร    การเลือกตั้งครั้งที่ 2 ในปี 2519 ฝ่ายปฏิกิริยาก็ประสบ

ความสำเร็จ สามารถสกัดผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยมฯ ,พรรคแนวร่วมฯ

และพรรคพลังใหม่ ได้ส.ส.รวมกันเพียง 6 คน โดยพรรคสังคมนิยมฯ

ได้มาเพียง 1 คน คือ อ.ไร่น่าน อรุณรังสี จากพัทลุง

                 

                  การล้อมปราบนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างโหดเหี้ยม

                                                  เมื่อเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม 2519

                                             ขอบคุณภาพจาก http://www.9dern.com

และหลังเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 6 ตุลาคม

2519 พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยก็ถูกปิดตามประกาศของคณะปฏิรูป

แต่พรรคกลับไม่ยอมยุบพรรค ประกาศการต่อสู้ต่อไป โดยก่อนหน้านี้หลังจาก

เริ่มมีการข่มขู่คุกคามผู้นำของพรรค ก็ได้มีผู้นำพรรคบางส่วนนำโดยไขแสง สุกใส,

อินสอน บัวเขียว ได้เดินทางเข้าสู่ฐานที่มั่นภูพานเพื่อเตรียมปูทางให้กับน้องๆ

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2519 ชุดที่สองเดินทางสู่ฐานที่มั่นทางภาคเหนือ

ในวันที่ 7 สิงหาคม 2519* ได้แก่ ธีรยุทธ บุญมี , ประสาร มฤคพิทักษ์,

วิสา คัญทัพ ฯลฯ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม  กรรมการ

และสมาชิกพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ก็มุ่งหน้าสู่ฐานที่มั่นสีแดง

พร้อมกับประกาศว่า “พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยจักไม่ยอมยุบพรรค

แต่จะยืนหยัดต่อสู้ต่อไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

และพลังรักชาติรักประชาธิปไตยต่างๆ “

                       

 

                        เพลง นกสีเหลือง - ผลงานเพลงของวินัย  อุกฤษณ์

                            จากอัลบั้มคอนเสิร์ต 15 ปี คาราวาน ชุดที่ 1

และในที่สุดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยก็ต้องยุติบทบาทไปหลังจากการ

อ่อนกำลังลงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอันเนื่องจากปัญหาความ

ขัดแย้งในทางสากล และความขัดแย้งภายในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

เอง กรรมการของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยตัดสินใจออกจากป่าคืนสู่เมือง

                         เพลง  คืนรัง  คำร้อง/ทำนอง โดย สุรชัย จันทิมาธร


* ข้อมูลจาก http://www38.websamba.com/newcomrade บอกว่าเป็นวันที่ 7 สิงหาคม แต่มีนักศึกษา ที่เข้าป่าไปก่อนหน้านั้นให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นวันที่ 2 สิงหาคม ไม่ใช่ 7 สิงหาคม ท่านผู้ใดมีข้อมูลเพิ่มเติมโปรดให้ข้อมูลกับเจ้าของบล็อก เพื่อแก้ไขเอกสารให้ถูกต้อง

หมายเหตุ 

1.บทความนี้เป็นเอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง "พรรคการเมืองและทิศทางสังคมนิยมในประเทศไทย" จัดโดยกลุ่มศึกษาพรรคการเมืองทางเลือก  ขอบคุณข้อมูลจาก

ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD.)

(http://www.oknation.net/blog/ypd)

มติชนออนไลน์ (http://www.matichon.co.th)

กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตยสยาม (http://www38.websamba.com/newcomrade)

2.โปรดสนับสนุนศิลปินเพื่อชีวิตด้วยการสนับสนุนสินค้าที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์  สนใจเพลงของคาราวาน เชิญที่ http://www.caravanonzon.com

                                  

โดย ประชาชน2535

 

กลับไปที่ www.oknation.net