วันที่ ศุกร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จะเลือกคบเพื่อนชายหรือเลือกผลไม้กันแน่



            มาลินีปิดโทรทัศน์หลังจบรายการสัมภาษณ์ อาจารย์หญิงชื่อดังผู้มาก
ด้วยประสบการณ์ชีวิต
           
            ผู้ดำเนินรายการสาวสวยและแขกรับเชิญเป็นคนอารมณ์ดีทั้งคู่  คำถาม
คำตอบจึงสนุก  ให้แง่มุมที่น่าคิดเกี่ยวกับวัยรุ่นที่ชอบคบเพื่อนต่างเพศรวมทั้ง
ประเด็นการตัดสินใจเลือกชีวิตคู่และชีวิตโสด
           
            บางคนอยากมีแฟนและแต่งงานก่อนวัยอันควร  ยังไม่รู้จักว่าความรับผิดชอบ
ครอบครัวเป็นอย่างไร    เหมือนเด็กที่อยากขับรถยนต์ทั้งที่เท้ายังเหยียบไม่ถึงคันเร่ง
ขอให้ได้ลองขับสักครั้งพอสนุกก็อยากลองอีก    โดยไม่คำนึงถึงอุบัติเหตที่อาจเกิดขึ้น
           
            บางคนรักความโสด   ไม่คิดอยากจะมีครอบครัว    ยิ่งถูกเร่งเร้าจัดการให้ยิ่งบ่ายเบี่ยง  
 แถมโกรธนักถ้าใครถามว่าเมื่อไรจะแต่งงานเสียที  
             สมพลเพื่อนสนิทคนหนึ่งของมาลินีก็เช่นกัน    มักจะบ่นแรงๆให้ฟัง
           
            “ไม่หนักไม่เบากะโหลกกะลาผู้ใดสักกะหน่อย   ถามอยู่ได้ “
            “ใช่พ่อใช่แม่จะห่วงอะไรนะ   ยุ่งที่ซู๊ด”   ดารกาเพื่อนสุดเปรี้ยวอีกคนผสมโรง    เพราะ
ไม่ชอบให้ญาติมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัว
                     

               เพื่อนในกลุ่มมีกุหลาบเท่านั้นที่แต่งงาน   นอกนั้นยังสมัครใจอยู่ใน โซนปลอดเนื้อคู่  
 แต่จับกลุ่มกันทีไรมิวายจะแทรกเรื่องนี้เป็นน้ำจิ้ม
                       
              บ่ายวันนี้ก็เช่นกัน    เพื่อนๆนัดเจอกันที่ร้านของกุหลาบ  หลังจากอิ่มปากอิ่มท้อง

ก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ    พอบทสนทนาวกเข้าเรื่องแต่งงาน  
             

               สรารีวรรณหรือน้องหนูเบ้ปาก
                       
              “แต่งให้โง่    ผู้ชายร้อยทั้งห้าร้อย เหมือนวัวแก่แล้วชอบกินหญ้าอ่อน    กินใกล้เรียบ
ก็ไถลไปกินไกล  แถมยังกลับบ้านไม่ถูก”
          

              “แล้วกระบือละ ” ดารกาอยากรู้ว่าเป็นยังไง
              

               "สมัยนี้กระบือตัวงามๆไม่ค่อยมี”น้องหนูตอบ
               

                 “ยังพอหาได้  จะเอาไหม  “  ศรรามแหย่
                       
                  สรารีวรรณส่งสายตาค้อนให้วงใหญ่
                        
                 “แบบที่กำลังพูดแถมเกวียนก็ไม่เอา”
                  

                   ศรรามยิ้มเย้ยตอกกลับทันควัน
                 

                   ”ลักษณะฮิปโปก็ไม่มีใครอยากได้”      
                 

                  “ระวังตัวแกเองจะได้แบบปลาทองนะเพื่อน   “   สมพลแกล้งเตือน             
                 

                  มลินีหัวเราะ   มองตู้ปลาที่วางโชว์อยู่ในร้าน  “ปลาทองสวยดี    แต่บางครั้งมองนานๆ

แล้วเวียนหัวและเหนื่อยแทน”     

                   “นั่นแหละ  นั่นแหละ   ปลาทองว่ายวนปากพะงาบไม่หุบทั้งวัน     เหมือนผู้หญิง

ตุ้ยนุ้ยพูดมาก   แต่งตัวสวยเดินฉุยฉายไปมา”
                   

                     "นายศรหัก    ปิดปากซะ”   ว่าแล้วน้องหนูก็หยิบส้อมจิ้มแตงกวาจ่อปากศรราม

ที่เอาช้อนแกว่งไปมาตรงหน้าเธออย่างจงใจ
                    

                       มาลินีจุ๊ปาก  “  เบาๆ     เกรงใจกุหลาบหน่อย  ลูกค้าเต็มร้านเลย”
          
                      กุหลาบแต่งงานกับลูกชายเจ้าของร้านเบเกอรี่  ตามที่พ่อแม่ตกลงกันไว้โดย

ไม่มีการประท้วง   ทำงานบริษัทสองปีก็ออกมาช่วยทางบ้านพัฒนาร้าน    โดยเพิ่มชนิดขนม

หลากหลายขึ้นเพิ่มการทำไอสครีมโฮมเมด   คนติดใจทั้งรสชาติและอัธยาศัย     ยิ่งได้ใบการันตี

จากเหล่านักชิมติดเต็มร้าน  ลูกค้ายิ่งเพิ่มมากจนต้องขยายร้านจากตึกแถวห้องเดียวเป็นสามห้อง 

โดยเสริมอาหารกลางวันจานด่วนและกาแฟสดหอมกรุ่น    กุหลาบเองขัดคำขอของพ่อแม่สามีไม่ได้   

 ต้องลาออกจากงานประจำมาช่วยดูแลการเงินและบริหารลูกจ้าง
                    

                        “ทำไมไม่ขายแฟรนด์ไชส์”  สมพลเคยถามตามกระแสที่กำลังฮิต
                   

                       “ไม่อยากรวย    “ กุหลาบ ตอบสั้นเหมือนกวนแต่เป็นความจริง
                   

 จะมีใครสักกี่คนที่คิดอย่างสามีภรรยาคู่นี้  ทำงานตามกำลังที่มี   ทั้งจัดสรร

เวลาอบรมดูแลลูก   เอาใจใส่ทุกข์สุขของพ่อแม่แต่ละฝ่ายอย่างลงตัว                                              
                         

                          มาลินีและเพื่อนๆชื่นชมสมชายแฟนกุหลาบ      และดีใจที่เพื่อนมีครอบครัว

สมบูรณ์พูนสุขแบบติดดิน   ไม่ฝันที่จะมีชีวิตเลิศเลอฟุ้งเฟ้อหรูหรา
                     

                         “เค้าอยากแต่งงาน”  น้องหนูกระซิบข้างหูมาลินีเมื่อเดินออกจากร้านมาที่รถ
                     

                         “กับใคร? “มาลินีทำสีหน้าตื่นเต้นระคนงวยงง
                      

                         “ยังไม่รู้”  น้องหนูหัวเราะเสียงใส
                       

                         “บ้า”  มาลินีหัวเราะตาม    เมื่อวานเพื่อนรักคนนี้ยังบอกว่าหมู่นี้ก่อน

นอนทุกคืนชอบเปิดเพลง แอบเหงา  ของพิธีกรที่ชอบสาระแน  บทเพลงและน้ำเสียง

ของเขาช่วยผ่อนคลายความรู้สึกอ้างว้างได้ไม่น้อย    เธอกระเซ้าว่าคนอย่าง น้องหนูไม่เหงา

แต่อาจจะเฉาถ้าไม่ได้ต่อปากต่อคำกับศรราม                            
                            
                        

                          มาลินีคิดว่าสมัยนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้หญิงที่จะอยู่เป็นโสด 

 แต่พ่อแม่ของเธอกลับไม่เห็นด้วย   พยายามพูดให้เธอสนใจคบหาคนรู้ใจ   มากกว่าเฝ้า

ทำแต่งาน    เธอเข้าใจดีว่าท่านทั้งสองห่วงใยลูกสาวคนเดียว  แต่เธอไม่อยากให้มีเมนู

สนทนาหาเนื้อคู่ระหว่างทานอาหารเกือบทุกมื้อ  

                          คำตอบที่หยุดพ่อแม่มิให้เอ่ยเรื่องนี้ก็คือ 
                    
                         “ถ้ามีผู้ชายดีๆผ่านเข้ามา  นีจะจับไว้   หากมีอยู่ใต้ทะเล  นีก็จะงมหา

 พบตัวที่ก้นเหวก็จะฉุดขึ้นมา   “
                       
                          พ่อแม่ถึงกับอ้าปากค้าง     ฟังเธอเพ้อต่อด้วยอาการสงบ          
                       
                         “ถ้าปั้นได้ นีก็จะปั้นเป็นรูปร่างตามใจชอบ   ให้ได้ แบบแบรดพิตต์   พระเอกที่แม่บอกว่าหล่อ "  
                        

                          "ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้  นีก็จะขอเลือกแบบ  สด  สะอาด ข้างในไม่เน่า  ไม่เสีย 

 แล้วละคะ    คุณพ่อคุณแม่ขา”
                     
                          แล้ว เธอก็ได้ยินพ่อกระซิบถามแม่ว่า
                       
                        

                         “ ยายนีจะเลือกคบเพื่อนผู้ชายหรือเลือกผลไม้กันแน่นะ  ?  แล้วเมื่อไรคุณจะได้อุ้มหลาน ?    ”
                         
                           เสียง แม่หัวเราะร่วน   ก็แม่เองเห็นเนื้อในหวานหอมของเงาะ  เหมือนพ่อที่แม่ชอบว่า

เป็นผู้ชายที่จิตใจดี  เพียงแต่   หาความหล่อมิได้  เงาะป่ายังไงยังงั้นทีเดียวเชียวละ  

โดย YEEKENG

 

กลับไปที่ www.oknation.net