วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความลับและวิธีจัดการกับความลับ


ความลับไม่ใช่ของลับ 

                “นี่เป็นความลับนะ ห้ามบอกใครเด็ดขาด” เราคงได้ยินคำพูดแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เจ้าความลับนี่ เป็นอย่างไรกันแน่ แล้วอะไรจึงจะเป็นความลับ และความไม่ลับ เราจะมีวิธีการจัดการกับความลับอย่างไร

                มีข้อสังเกตง่าย ๆ ความลับ อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของคน  เรื่องราวเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อคน สัตว์ สิ่งของ ชุมชน สังคม หรือประเทศชาติ  อาจจะมีลักษณะ 

๑.      เรื่องราวปกปิด ปิดบัง ซ่อนเร้น อำพราง ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะน่าละอายหรือเป็นเรื่องน่าขายหน้า

๒.    เรื่องราวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับบางสิ่ง/บางอย่าง/บางคน ที่อาจทำให้เสียชื่อ/เสียเงินทอง/เสียใจ/เสียความรู้สึก/เสียศรัทธา/เสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

๓.    เรื่องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระดับบุคคล กลุ่มคน สังคม ประเทศ และโลก

๔.    เรื่องข้อมูลการฉ้อโกง การเอาเปรียบ เรื่องผลประโยชน์  หากใครได้ยินได้ฟังได้อ่านได้รับรู้เรื่องราวจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

ขอยกตัวอย่างความลับ  เช่น  เรื่องข้อสอบสมัยชั้นมัธยมทำได้สำเร็จจนเรียนจบ ก็ไม่อยากให้ใครรู้มันเสียชื่อเสียงมาก ๆ  หรือ เรื่องไปทำศัลยกรรมหน้าไม่อยากบอกใครอยากเป็นคนสวยแต่ไม่ใช่สวยเพราะมีดหมอ หรือ อยู่หอพักกับเพื่อนชายตั้งแต่เรียนเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย ไม่อยากให้ครอบครัวรู้  หรือ เข้าทำงานได้เพราะเป็นเด็กฝากมีคนช่วยเหลือ หรือได้ตำแหน่งระดับสูงเพราะมีคนช่วยเหลือ หรือ ลอกงานเพื่อนทำเองไม่เป็นหรอกไม่อยากบอกใครอายจัง  เป็นต้น

ในชีวิตเราคงได้ยินเรื่องราวทำนองนี้มากมาย  แล้วความลับมีแบบใดบ้าง และวิธีจัดการกับ ความลับจะทำอย่างไรดี  ช่วยคิดหน่อย ขอคิดก่อน และขอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้มุมมองเรื่องนี้ชัดขึ้นด้วย

เรื่องลับคับอก   เป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกภายในครอบครัว ตัวเอง ลูกหลาน ตระกูล ขืนบอกให้ใครรู้จะต้องมีคนเสียใจหลายฝ่าย ยกตัวอย่างเช่น  ลูกที่เลี้ยงดูอยู่ไม่ใช่ลูกจริง ๆ แต่เป็นลูกที่เก็บเอามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ๆ   หรือพี่น้องไม่ใช่พี่น้องแต่เป็นลูกคนละพ่อคุณไม่กล้าบอกลูก หรือสามีเป็นเกย์แต่เพื่อหน้าตาในวงสังคมทำให้คุณกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นต้น

                วิธีจัดการกับเรื่องลับคับอก คือ หาทางระบายออกมาบ้างด้วยการไปเที่ยวทะเล แล้วดูดีๆ ไม่มีคนเห็นตะโกน ระบายเรื่องคับอกกับท้องทะเล  อย่าเล่าให้คนอื่นฟังเด็ดขาด หรือหาวิธีออกกำลังกาย เช่น ไท้เก๊ก ชี้กง  รำกระบี่กระบอก มวยจีน  วิ่ง เดิน  ว่ายน้ำ  เทนนิส แบดบินตัน ออกกำลังกายไปบ่นไปพึมพำตัวคนเดียว หรือร้องเพลง คาราโอเกะ  เต้นรำ เล่นหมากฮอส หมากรุก หรือให้สุด ๆ ขอบโลกก็ไปกระโดดหอ พาราชูท  เล่นเครื่องเล่นโลดโผนที่ทำให้ตัวเองกรี๊ด ๆ จะได้ระบายความอัดอั้นตันใจ ให้ลืม ๆ เรื่องราวทั้งหลายให้หมด

วิธีที่ดีที่สุดคือ  เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป คุณควรเปิดเผยหรือเล่าความจริงให้คนนั้นรู้ความจริง แต่ควรเปิดเผยเมื่อพร้อมเมื่อเขาโตขึ้นมีความรับผิดชอบและกล้าที่จะยอมรับความจริง คุณค่อยเล่าความลับให้เจ้าตัวฟัง แต่ไม่ควรให้คนอื่นรู้นอกจากเจ้าตัวเท่านั้น หรือจดบันทึกเรื่องราวต่าง เก็บไว้อย่างมิดชิด แล้วทำพินัยกรรมให้เจ้าตัวอ่านเรื่องนี้ด้วยตนเอง หรือถ้าคุยแน่มากขนาดนั้นก็เก็บไว้กับคุณคนเดียวความลับให้ตายไปพร้อมกับคุณก็ยังได้ แต่คุณต้องเป็นระดับเซียนจริง ๆ นะ

เรื่องลับคนนินทา    เป็นความลับที่คนชอบนินทา เป็นเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง  เรื่องที่คนนินทาอาจเพราะอิจฉาตาร้อน หรือกลัวคนอื่นจะดีกว่าต้องหาปมด้อยของเพื่อน หรือหมั่นไส้ หรือไม่พอใจเป็นการส่วนตัว หรือประพฤติตัวผิดวัฒนธรรมของชุมชน ประเด็นร้อนที่ชอบพูดคือ อวดรวยรวยไม่จริง  ขี้เกียจ  ขี้เหนียว  พูดจาก้าวร้าวหยาบคาย สกปรก กินมูมมาม แต่งตัวเชย ตู้ทองเคลื่อนที่ จอมเบ่งคุยโวโอ้อวด สวยแต่โง่  ฉลาดแต่ไม่เฉลียว หล่อแต่บื่อ เฒ่าหัวงู คนไร้ยางอาย ดีแต่พูดไม่ชอบทำงาน  ทำงานขยันแต่โง่  รู้มากเอาเปรียบเพื่อน ฉลาดแต่ขี้โกง ขี้เหล้าและเจ้าชู้ เหล่านี้เป็นต้น

วิธีจัดการกับคนนินทา คือ ไม่ต้องเอาใจใส่ ไม่ต้องสนใจเพราะการนินทาเป็นเรื่องของโลก ไม่ต้องเอาใจใส่เฉย ๆ ไว้ อย่าไปแก้ตัวต่อล้อต่อเถียงเสียเวลา จงใช้เวลาไปทำงาน ไปศึกษาเล่าเรียนดีกว่ามาสนใจเรื่องไร้สาระ รกหู รกตา และทำให้เป็นกังวลคำถ้อยคำ ท่าทาง ท่าทีเยาะเย้ยถากถางของใครบางคน จงคิดว่าเรากับเขาอยู่ด้วยกันชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แต่เราอยู่กับตัวเองยาวนานมาก ยกตัวอย่างเช่น  อยู่โรงเรียนกับเพื่อนแค่นั่งเรียนในห้อง ออกไปคุยตอนพักเที่ยง ตอนเย็น ตอนเช้า เจอกันจริง ๆ ไม่นานหรอก ส่วนใหญ่เราอยู่คนเดียวกับความคิด จงอย่าคิดทำร้ายตนเอง จงคิดดี คิดดี จงทำแต่สิ่งดีงาม  ไม่มีใครรู้ใครเห็นเรื่องของคุณจริง ๆ หรอกนอกจากตัวเอง คุณก็รู้แก่ใจตัวเองว่าเราทำดีแล้วให้วางความรู้สึกแค่นี้พอแล้ว

เรื่องลับคนสาบช่าง   เป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาอีกระดับขนาดทำผิดศีลธรรม และผิดกฎหมายบ้านเมือง  ยกตัวอย่างเช่น โกงจนมีการฟ้องร้อง   มีภรรยาน้อย  มีชู้  ลักขโมย เล่นการพนัน   

วิธีจัดการกับความลับประเภทนี้ คือ อย่าร่วมยินดีในบาปกรรมของผู้อื่น เคยได้ยินไหมเวลาโจรขโมยของ ตำรวจจับโจรได้ โจรบอกว่ามีสมัครพรรพวกคอยให้กำลังใจ คุณก็เป็นสมัครพรรคพวกคนหนึ่งที่ดีใจเหลือเกินที่โจรขโมยของสำเร็จ เพราะฉะนั้นติดร่างแหเข้าคุกด้วยเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นใครเขาเลว ชั่วก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้าเราเข้ากลุ่มเท่ากับเราติดร่างแห เป็นพวกเดียวกับเขา  ไม่ต้องไปยินดีหรือยากรู้เรื่องเลวทรามต่ำช้าของคนอื่น    ช่างเขา เราต้องวางตัวและวางใจเป็นกลาง เรื่องที่ได้ยินได้เห็นอาจจะจริงบ้างไม่จริงบ้าง เราก็ไม่รู้จริงสักหน่อย มันเป็นเรื่องของความลับของคนคนนั้นที่จะรู้ซึ่งแก่ใจ ไม่มีใครรู้ดีเท่าเจ้าของเรื่อง  เราไม่ยุ่งเรื่องของคนอื่นเขาเรื่องของเราก็จะจบสิ้นง่ายดาย

เรื่องลับคนชอบสอดรู้สอดเห็น  เป็นเรื่องลับที่คนอยากรู้อยากเห็น  ของดารา นักร้อง นักดนตรี  นักเทนนิส นักบอล นักยกน้ำหนัก นักเทคอนโด้  เรื่องแปลก ๆ ที่คนอยากรู้จัก  หรือสิ่งที่คนดัง/คนที่คนชอบ/หลงรัก/เป็นที่นิยม ทำอะไรอยู่คนอยากดู อยากรู้ เรื่องเหล่านั้น ทำให้เรื่องราว/รูปภาพ/คำพูด/การกระทำ/งานอดิเรก/กิจวัตรประจำวัน หรือเป็นที่สนใจของสังคมและโลก หรือบางครั้งก็เป็นคนที่แย่ ๆ ที่สังคมจับตามองได้อีกเหมือนกัน ที่อยู่ในความสนใจและสามารถเป็นข้อมูลขายได้เพื่อไปลงในหนังสือ วารสาร บทความ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ทำให้เรื่องความลับของบุคคลเหล่านี้ขายได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะว่าคนอยากรู้/อยากเห็น/อยากดูเรื่องราวชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ ทำตัวให้ดีดีล่ะตัวใครก็ตัวมัน

 

                เรื่องลับปางเป็นปางตาย  อันนี้ต้องถือว่าเรื่องลับสุดชีวิตจิตใจ เป็นเรื่องอันตรายระดับสูงมากเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง  อันได้แก่  ค้าอาวุธ  ค้ายาเสพติด  ค้ามนุษย์  ค้าของเถื่อน  ฟอกเงินซื้อเสียง  ล้มบริษัท  หากคุณแอบไปได้ยินได้รู้ได้เห็นมา หากคุณบอกใครไปนั่นอาจอันตรายถึงแก่ชีวิตของคุณได้ พึงระวังคุณต้องมีหลักฐานประกอบมากพอจริง ๆ จึงติดต่อกับตำรวจ หรือส่งข่าวให้กับสื่อมวลชนต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์  แต่ให้ติดต่อโดยห้ามให้เปิดเผยแหล่งข่าวเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

                เอาเป็นว่าความลับจะไม่ใช่ความลับ เพราะถ้าเปิดเผยเรื่องลับก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป แต่ถ้าของลับแล้วเปิดเผย โอ้ย.......ไม่เหลืออะไรเป็นความลับอีกแล้ว

 

 

 

โดย อนงค์

 

กลับไปที่ www.oknation.net