วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

~*ใจดวงน้อย...เจ้าจะอยู่ในใจดวงนี้..ตลอดไป*~(ภาคแรก)


~*ใจดวงน้อย...เจ้าจะอยู่ในดวงใจนี้ตลอดไป*~

(ภาคแรก)

 

                                 

                         "แมว"      เป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของพี่น้องหลายท่าน..แต่เชื่อไหมเราไม่เคยเลี้ยงแมว ไม่เคยรัก ไม่เคยสนใจ…จนกระทั่งต้องไปอยู่ต่างแดนคนเดียว…วันนึงเพื่อนให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปบ้านหลังหนึ่งในชายป่า เพื่อนพูดคุยอะไรกับเจ้าของบ้านพักใหญ่ ระหว่างที่รอเพื่อน ก็มีลูกแมวสีดำมะเมื่อมตัวเล็ก ๆ  5 ตัว วิ่งเล่นซุกซนไปมา (ราวกับลิง)  เหมือนลิงจริง ๆGlurps

                            

                           

                                        พอเพื่อนคุยเสร็จ ก็มาบอกว่า "เอาไปสิ เค้าให้ เลือกไปตัวนึง" เพื่อนหมายถึงลูกแมวพวกนี้เราก็ตกใจเล็ก ๆ พลางคิดในใจ (ยังไม่ได้เอ่ยปากขอเลยนะนี่ แล้วก็ดำ ๆ ทั้งนั้นเลย ไม่มีสีอื่นเลยอ่ะ) แต่ก็เลือก ๆ ไป 1 ตัว จากนั้นก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์จะกลับบ้าน พอมอเตอร์ไซค์เริ่มแล่น แมวตัวใหญ่สีเทา ๆ นวล ๆ วิ่งลงบันได้บ้าน ตามรถมอเตอร์ไซค์ "ปากก็ร้องเหมียวววววว ๆ"… คงตามลูกมันนั่นเอง  เจ้าของบ้านก็วิ่งมาจับมันอย่างทุลักทุเล แล้วก็ปลอบมันว่า เค้าเอาไปเลี้ยงให้ ๆ  ส่วนตัวแม่มันก็มองตาม ตัวดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าของ  ปากก็ร้องเหมียววววววววว ไม่หยุด  เจ้าตัวลูกแมวเล่า ก็ชะโงกหัวลุกขึ้นมองแม่มัน แล้วเปล่งเสียงเล็ก ๆเรียกแม่มันเช่นกัน….เป็นภาพที่สะเทือนใจไม่น้อย…นี่เราไปพรากลูกพรากแม่มันหรือนี่…..ในใจก็คิดว่า "เอาล่ะ ไม่ว่าแกจะน่าเกลียด แค่ไหนก็ตาม ชั้นจะเลี้ยงและเอาใจใส่แก อย่างดีที่สุด"….Laughing

 

                                        

                                        วันต่อมาและต่อ ๆ มาอีก 1 อาทิตย์ เราก็วุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงแมว (ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต) ไปซื้ออาหารแมว นม ทรายดับกลิ่น กรง มุ้ง ฯลฯ มาให้มัน ทั้งต้องทนกับกลิ่นเวลามันถ่าย เวลามันฉี่ จนคนข้าง ๆ บ้านแนะนำว่า ต้องเตรียมที่ให้มัน และฝึกให้มันถ่ายให้เป็นที่ทาง พามันไปถ่ายในครั้งแรก ๆ และต่อมามันจะไปได้เอง  และแนะนำให้สังเกตกิริยาอาการของมันเมื่อมันจะถ่าย จะได้อุ้มไปให้มันถ่ายได้ถูกที่..เฮ้อ เหนื่อย ๆๆๆ เอาการ แต่ก็มีเรื่องสนุกเข้ามา คือเรื่องตั้งชื่อ คิดหลายต่อหลายชื่อ มีคนแนะนำก็หลายต่อหลายชื่อ จนไปปิ๊งกับชื่อนึง ซึ่งเหมาะกับสีของมันเป็นอย่างดี.."เจ้าตึ๊ดตื๋อ" Cool

 

                                  เจ้าตึ๊ดตื๋อโตวันโตคืน อ้วนเอา ๆ ขนสีดำเป็นมัน ค่อนข้างซน ไม่ค่อยอ้อน เวลาหิวจะร้องเสียงดัง และบางทีก็วิ่งขบขาเราเวลาที่จัดอาหารไม่ทันเวลา…ความคุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้น ก่อตัวจนกลายเป็นความรัก และเรื่อยไปถึง "ความผูกพัน"Smile

 

                                     ตึ๊ดตื๋อ  มีโรคประจำตัวอยู่อย่าง ตรงที่มันมักจะท้องเสียเวลากินปลานึ่ง อาจจะเป็นเพราะกระเพาะมันชินกับอาหารแมวมาตั้งแต่เล็ก และอาการท้องเสียนี้มักเรื้อรัง จนต้องพาไปพบสัตวแพทย์บ่อย ๆไปคราวใดมันก็ถูกจับฉีดยา 1 เข็ม ทุกครั้ง และมียามากินต่อที่บ้าน จนทำให้เราป้อนยาแมวได้คล่องแคล่วในกาลต่อมา…อีกสิ่งที่ได้จากการเลี้ยงเจ้าตึ๊ดตื๋อ ก็คือ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการและโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้กับแมว นั่นเพราะครั้งหลัง ๆ สัตวแพทย์บอกว่า เจ้าตึ๊ดตื๋อ ป่วยบ่อยแบบนี้ มันอาจจะเป็น "เอดส์แมว" ตอนนั้นเราตกใจมาก แต่สัตวแพทย์ปลอบใจว่า มันไม่ได้ร้ายแรงเหมือนเอดส์คน แต่มันจะติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย จึงเป็นที่มาของการที่ต้องศึกษาๆๆๆ เรื่องราวของแมวให้มากขึ้นCool

                                                              

  

                           

                                   เมื่อมันโตจนเต็มหนุ่ม สัณชาตญาณของความเป็นสัตว์ก็เริ่มสำแดงฤทธิ์ เจ้สตึ๊ดตื๋อเริ่มหายไปในช่วงกลางวัน เย็น ๆ จึงจะกลับ ข้าวปลาไม่กินมากอย่างแต่ก่อน ไป ๆ มา ๆ กลายไปว่าหายไปตอนกลางคืน…คืนแรกที่มันหายตัวไป เราตามหามันไปทั่วหมู่บ้าน ด้วยความเป็นห่วง ตาหาไปน้ำตาก็ไหลไป ถือไฟฉาย 1 กระบอกฉายส่องไปทั่ว กระทั่งป่ารกหลังกุโบร์ก็ไม่หวาดกลัวที่จะเดินเข้าไปตามหามัน..จนเที่ยงคืนกว่าไปแล้วก็ไม่พบ ทุกอย่างเงียบสงัด ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงกระพรวนกรุ๊งกริ๊งของมัน กลับมาบ้านร้องไห้ จนตาบวม คิดว่ามันคงไปแน่แล้ว …..รุ่งเช้าตื่นมามันก็ยังไม่มา..โหหห ไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำงานเลย โทรบอกเพื่อนว่าลางาน เพราะแมวหาย เพื่อนๆ ก็ช่วยกันปลอบ ฟังเพื่อนปลอบไปก็น้ำตาไหลพรากไป ในใจก็คิดว่า ถ้ามันตาย ก็ขอให้เจอศพมัน ไม่อย่างงั้นคงไม่เลิกค้นหาแน่…Cry

                                 

                               แล้วมันก็กลับมา หลังตอนบ่ายในอีกวัน โหหห อัลฮัมดุลิลละห์ ดีใจสุด ๆ เราเรียกมันด้วยความดีใจ มันก็รีบลุกขึ้นวิ่งอย่างเร็วมากระโจนใส่เรา ตัวเบาหวิวเลย (คงไม่ได้กินอะไรเลย) เพื่อนบ้านบอกว่า มันคงไปติดตัวเมียมา อุ้มมันเข้าบ้าน ให้น้ำให้ข้าว แล้วก้พาไปอาบน้ำ ซึ่งมันก็คงเพลีย นอนหลับปุ๋ย ไปด้วยกัน ทั้งคนทั้งแมว Smile

 

                         

                        คืนหนึ่ง….กลับมาจากข้างนอก ดึกแล้วเรียก "ตึ๊ดตื๋อ" ตั้งแต่ก้าวเข้าบ้าน…เงียบ…เรียกซ้ำแล้วซ้ำอีกก็เงียบ…เอาแล้ว..ใจไม่ดีอีกแล้ว เดินไปทางหลังบ้าน…เริ่มได้ยินเสียงกุ๊งกริ๊ง ๆ เป็นระยะ  อยู่หลังบ้านแน่เลย ร้องเรียกมัน แต่มันก็เงียบ เลยเปิดประตูหลังบ้าน เปิดไฟ..พอไฟสว่างภาพที่อยู่ตรงหน้าทำเราแทบช็อก….ตึ๊ดตื๋อกำลังนอนหงายอยู่บนฝ่าเท้าของสุนัขตัวเขื่อง 1 ตัว กับสุนัขรายรอบอีก 2 เราออกเสียงไล่สุนัขไป ประกอบกับตึ๊ดตื๋อก็ดิ้นรน ให้หลุดออกจากวง สุนัขยิ่งข้ำมัน จนเราต้องเอาไม้กวาด เขวี้ยงไปถึง 2 ครั้ง วงจึงกระเจิง พอกระเจิงเท่านั้น ตึ๊ดตื๋อก็วิ่งมากระโจนใส่ แล้วก้ปืน ๆๆขึ้นมาบนหน้า ทำท่าจะไปบนศีรษะ ตัวสั่นระริก เนื้อตัวคละคลุ้งและเปียกชุ่มไปด้วยกลิ่นและน้ำลายสุนัข ในนาทีนั้น เราไม่สนใจอะไรแล้ว กอดตึ๊ดตื๋อไว้แน่น ปากก็พร่ำปลอบมัน เอามือลูบ ๆ บนตัว อยู่นานนนน นานจนมันคงรู้สึกผ่อนคลาย จึงค่อย ๆ อุ้มมันไว้บนตัก และกล่อมจนดีขึ้น จากนั้นก็พามันไปอาบน้ำ สระขน ซึ่งตอนนั้นอากาศเย็น น้ำก็เย็น มันก็คงทรมาณมาก กรีดร้องเสียงดัง พอเสร็จก็เช็ดตัวมันจนแห้ง ให้ยา แล้วก็ชำระล้างตัวเอง…จนสะอาด ออกมาจากห้องน้ำ ตึ๊ดตื๋อก็หลับไปแล้ว…ในใจนั้นนึกตำหนิตัวเอง ที่ไม่ล็อกบ้านให้แน่นหนา จนตึ๊ดตื๋อถึงรุมจนได้Frown

 

                                   

 

 แล้ว…วันที่ชีวิตตึ๊ดตื๋อต้องพลิกผันครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อคำสั่งย้ายไปกรุงเทพฯ มีมาอย่างกระทันหัน และแน่นอนเราต้องพาตึ๊ดตื๋อขึ้นไปด้วย วิธีที่จะนำสัตว์เดินทางไปด้วย(พร้อมคน) วิธีเดียวคือ รถไฟ 

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ขออนุญาตเรียนท่านผู้อ่านว่า  โปรดติดตามนะคะ 

โดย HalfMoon

 

กลับไปที่ www.oknation.net