วันที่ พุธ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจ้าขุนเณร แห่งกองทัพนินจาไทย คนสุดท้าย !


                       พระองค์เจ้าขุนเณร  ผู้บัญชาการกองทัพนินจาของไทย

                

                หน่วยรบพิเศษของไทย ซึ่งเป็นหน่วยที่ถูกฝึกแบบไม่ธรรมดา ซึ่งเดิมทีได้มีการเริ่มฝึกมาตั้งแต่สมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ที่รับหน้าที่นี้ได้แก่ออกญาเสนาภิมุข ซึ่งเป็นอาสาญี่ปุ่น นามตามภาษาญี่ปุ่นว่า "ยามาด้า(YAMADA)" อันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน "วิชานินจา" โดยได้แสดงต่อหน้าพระที่นั่งวังจันทร์เกษม เมืองสองแคว(พิษณุโลก) เป็นที่ประทับพระราชหฤทัยขององค์สมเด็จพระนเรศวรเจ้าเป็นที่ยิ่ง จึงทรงมอบให้จัดค่ายลับไว้ ณ ช่องเขาด้านเหนือของเมืองสองแคว (ปัจจุบันอยู่ที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ติดกับเส้นทางไปชัยบาดาล ด้านหลังภูเขาติดพิจิตร และกำแพงเพชร) พื้นที่อยู่ในซอกสลับซับซ้อน มีหินเรียงเป็นฉาก คนภายนอกมิอาจมองเห็นภายในอันคล้ายดั่งน้ำเต้าใส่สุรา มีทัศนยภาพที่พิกลยิ่งนัก ค่ายนี้ไม่ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ด้วยชำระทิ้งเสียสิ้น อนึ่งเป็นค่ายลับเฉพาะ ด้วยเหตุดั่งนี้จึงไม่มีผู้ใดได้ทราบว่าออกญาเสนาภิมุขนำทหารไปไว้ ณ ที่ใด (แลด้วยออกญาเสนาภิมุขคุมทหารกล้านี้ จึ่งเป็นที่หวาดเกรงแก่ขุนนางทั้งหลาย ร่วมกันใส่ความจนเป็นเหตุให้ออกญาเสนาภิมุขต้องถูกเนรเทศไปอยู่นครศรีธรรมราช ก็เพื่อกำจัดอำนาจบัญชาการหน่วยรบพิเศษนี้ในสมัยพระเอกาทศรศ)

               สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงคัดผู้จะเข้ารับการฝึกในหน่วยนี้ด้วยพระองค์เอง ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกนั้นจะต้องมีความพิเศษในทุก ๆ ด้าน และมีหัวใจที่เสียสละ พร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อแผ่นดินได้ในทุกวินาทีด้วยความเต็มใจ พระองค์ได้ทรงนำหน่วยรบนินจานี้ออกทดสอบเป็นครั้งแรกในการปล้นค่ายหงสาในยามค่ำคืน อันเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไทยอันลือลั่น ที่พระองค์ทรงปีนค่ายทหารหงสาด้วยพระองค์เอง พร้อมทหารไม่ถึงร้อย ก็คือหน่วยรบนินจา หรือกองอาสาอาทมาทนี้เอง นี่คือที่มาของตำนาน  "พระแสงดาบคาบค่าย" นั่นเอง(ปัจจุบันพระแสงดาบคาบค่าย อยู่ในพิพิธพัณฑสถานแห่งชาต กรุงเทพฯ) กองทหารอาสาอาทมาท ได้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ยุทธหัตถี เพราะเป็นหน่วยรบเดียวที่ติดตามไปพร้อมกับช้างพระที่นั่ง ตีกระเจิดแทรกไปหว่างกลางทัพหงสา จึงบังเกิดเป็นเหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ คือ "สงครามยุทธหัตถี" ที่องค์สมเด็จพระนเรศวร ทรงชำนะศึกด้วยยุทธกษัตริย์เพียงลำพังพระองค์ และทหารกองอาทมาท เป็นเหตุการณ์หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ อันประทับอยู่ในห้วงหัวใจของชนชาวไทยตราบเท่าทุกวันนี้

                 ทหารหน่วยรบนี้ เป็นกองอาสาพิเศษ จะใช้ในราชการพิเศษเท่านั้น จึงเรียกว่า " กองอาสาอาทมาท" ซึ่งวิทยาการทางยุทธวิธี และยุทธศาสตร์ ได้ถูกถ่ายทอดมาจนกระทั่งถึงยุคกรุงศรีอยุทธยาตอนปลาย ถึงรัตนโกสินทร์ยุคต้น และถูกทำลายโดยได้ยุบกองอาสานี้ไปในสมัย ร.๔ (โดยคำแนะนำของปรึกษาทางทหารของต่างประเทศ ที่เข้ามารับราชการเปลี่ยนระบบกองทัพไทยเใหม่ เป็นแบบยุโรป...เนื่องจากฝรั่งรบโดยใช้ปืน แต่กองทัพนินจารบแบบประชิดตัว=ฝรั่งทำไม่เป็น ยังไม่รู้จักการรบกองโจร..??)  ดังนั้นกองอาสาอาทมาท หรือ หน่วยรบพิเศษของไทย จะเรียกว่า กองทัพนินจานี้ ก็สาปสูญชื่อไปจากกองทัพไทยแต่บัดนั้น

                  กองทัพนินจา หรือ กองอาสาอาทมาท ได้แสดงฝีมือให้ประจักษ์แก่ลูกหลานไทยครั้งสุดท้ายในยุคของ เจ้าขุนเณร เป็นผู้บัญชาการ เข้าทำการสู้รบใน "ศึกเจ้าอนุ" จนเป็นที่ร่ำลือกล่าวขานเป็นตำนานการรบของกองทัพไทย ตราบจนทั่วทุกวันนี้  ดังนั้น เราจะพาท่านไปพบกับ เจ้าขุนเณร ผู้บัญชาการกองทัพนินจาไทยคนสุดท้าย ว่าท่านเป็นใคร  ?


                     พระองค์เจ้าขุนเณร พระโอรสของพระเจ้าขุนรามณรงค์ หรือออกหลวงรามณรงค์ (พระเชษฐาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) พระองค์เจ้าขุนเณรทรงปฏิบัติการรบในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งพระภารกิจและวีรกรรมของพระองค์เจ้าขุนเณรในการรบที่สำคัญ ดังนี้

       ๑. การรบในสมัยสงครามเก้าทัพ กรณียกิจที่ปรากฏชัดเจนและมีความสำคัญยิ่งขึ้น คือ เหตุการณ์ในการทำสงครามกับพม่า ที่เรียกว่าสงครามเก้าทัพ ณ เมืองกาญจนบุรี ในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ ในแผ่นดินสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  พระองค์เจ้าขุนเณรได้รับหน้าที่เฉพาะกิจโดย กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหัวหน้ากองโจร คอยทำลายกองกำลังของพม่า ตัดกำลัง แย่งชิงเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์ของพม่า รบกวน รังควานแย่งชิง ทำลายกองเกวียนกองช้างกองม้าที่นำเสบียงมาจากเมืองเมาะตะมะ เมืองทวาย และตะนาวศรี นำกำลังเข้าไปทางบก และทางน้ำแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ตั้งของข้าศึก และอาศัยภูมิประเทศ เหตุการณ์ดินฟ้าอากาศในขณะนั้น จู่โจม โจมตีทำลาย และจับกุมกำลังทหารของพม่า ทำให้ข้าศึกพะวักพะวน ต้องดึงกำลังมารักษาพื้นที่ส่วนหลังมากขึ้น  เป็นการทำลายขวัญของพม่าให้ลดถอยในการสู้รบ พระองค์เจ้าขุนเณรใช้กองทัพนินจาที่พระองค์ทรงฝึกเองเพียง ๑,๘๐๐ คนเท่านั้น ที่จะต้องยันกองทัพพม่า ที่ยกมาเป็นจำนวนนับแสน ซึ่งในการปฏิบัติงานสำคัญ เป็นภารกิจเสี่ยงต่อภัยอันตรายตลอดเวลา ยากที่กำลังพลปกติทั่วไปจะกระทำได้สำเร็จ

                   

              กองทัพนินจาของพระองค์เจ้าขุนเณรโดยมากปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ส่วนหลังของกองทัพพม่า พื้นที่ปฏิบัติการเข้าใจว่าอยู่ในเส้นทางเมาะตะมะ - ด่านเจดีย์สามองค์ – ท่าดินแดง – ไทรโยค – ท่ากระดานกับเส้นทางทวาย – บ้องตี๋ – ไทรโยค – พุตะไคร้ – ช่องแคบ – ท่าด่าน เป็นระยะเวลา ๒ เดือนเศษ

                        ครั้นถึง  ณ  วันศุกร์ เดือน ๓ แรม ๔ ค่ำ ปีมะเส็ง ก็ตรัสสั่งให้กองทัพไทยเข้าระดมตีค่ายพม่าพร้อมกันทุกค่ายในเวลาเดียวกัน พม่าก็แตกฉานทั้งกองทัพที่ ๔ และ กองทัพที่ ๕ ไทยได้ค่ายหมดทุกค่าย ฆ่าฟันล้มตายเสียเป็นจำนวนมาก ที่เหลือตายก็แตกหนีไป  กองทัพนินจาของพระองค์เจ้าขุนเณรก็ซ้ำเติม ฆ่าฟันพม่า และจับส่งมาถวายอีกหลายพันคน

 

 ๒. สงครามปราบเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์   
กรณียกิจครั้งสุดท้ายของพระเจ้าขุนเณร ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ จากเอกสารของ ฯขุนนคเรศฯ เรื่อง "บันทึกลับ เจ้าพระยาบดินทร์เดชาฯ "  ได้พบพระนามของพระองค์เจ้าขุนเณรอีก ได้พิจารณาข้อความตอนหนึ่งที่ขุนนางผู้ใหญ่ ได้นำหนังสือกราบบังคมทูลถึงการปฏิบัติการรบกับกองทัพพระเจ้าอนุเวียงจันทน์ ในฐานะกองโจร และกรมพระราชวังบวรสถานมงคลแม่ทัพหลวงทรงตรัสว่า “ พระองค์เจ้าขุนเณรเขาเคยได้กระทำการศึกสงครามชำนิชำนาญ  มาแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง แต่ครั้งท่านเสด็จไปตีพม่าที่เขาชะงุ้ม  ราชบุรี ครั้งนั้น พระองค์เจ้าขุนเณรเขาได้เป็นนายทัพกองโจรไปตีกองลำเลียงพม่า เขาเคยมีชัยชนะมาแล้ว ” ยังมีข้อความตอนหนึ่งกล่าวว่าในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ สันนิษฐานว่าพระองค์เจ้าขุนเณรมีพระชนมายุเกิน ๖๐ พรรษา และได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็นนายทัพกองโจรคุมกำลังกองโจร  ซึ่งเป็นคนพม่า  คนทวาย และเป็นนักโทษมาแล้ว จำนวน ๕๐๐ คน ภายหลังให้ทหารเมืองนครราชสีมามารวมด้วยอีก ๕๐๐ คน โดยให้พระณรงค์สงครามเป็นหัวหน้า  กองโจรต่างชาติซึ่งนำโดยแม่ทัพไทยได้เริ่มออกปฏิบัติการรบแบบกองโจร  ในขณะที่กองทัพหลวงเข้าตีค่ายทหารลาวที่หนองบัวลำภู  ค่ายส้มป่อย  ค่ายทุ่งลำพี้  และค่ายเขาช่องสารเป็นลำดับไป 

       สำหรับทัพหลวง กรมพระราชวังบวรฯ ได้โปรดเกล้าฯให้กรมหมื่นนเรศร์โยธี กรมหมื่นเสนีย์บริรักษ์   เป็นแม่ทัพใหญ่ นำกำลังเข้าประชิดทหารลาวที่ค่ายส้มป่อย  เจ้าหน่อคำแม่ทัพใหญ่ค่ายส้มป่อยนำหน้าทหารเข้าตีค่ายทหารไทย  พระยาเสน่หาภูธร และพระยาวิสูตรโกษาแม่ทัพหน้า  ยกทหารออกต้านทานสัประยุทธ์ ยิงแทงกันเป็นสามารถ ยังไม่แพ้ชนะกันทั้งสองฝ่าย ไทยไพร่พลน้อยกว่าลาวจึงล่าทัพเข้าค่ายปีกกา ปิดประตูค่ายรักษามั่นไว้ กรมหมื่นนเรศร์ฯ แม่ทัพใหญ่ได้ทราบข่าวจากม้าเร็วว่า กองทัพหน้าถูกล้อมไว้ จึงยกกำลังเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดยประมาท  ถูกพระยาแสนหาญ กับพระยาน่านมือเหล็กแม่ทัพกองซุ่มของลาวคุมทหารแปดพันคน ซุ่มอยู่ข้างป่าดงตะเคียนยกพลเข้าโจมตีกองทัพกรมหมื่นทั้งสองพระองค์ ต่อสู้ตะลุมบอน ฟันแทงกันด้วยอาวุธทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไทยเสียเปรียบจึงถูกฝ่ายลาวล้อมไว้อีกทัพหนึ่ง

                    ฝ่ายพระองค์เจ้าขุนเณรซึ่งเป็นแม่ทัพกองทัพนินจา ก็ยกกองทัพพม่าทวายไปซุ่มคอยตีกลองลำเลียงลาวอยู่ในป่าหลังค่ายทุ่งส้มป่อย แล้วสามารถจับพลลาวได้เจ็ดคน ถามได้ความว่า “ เจ้าหน่อคำเป็นแม่ทัพใหญ่คุมพลทหารพันแปดร้อยยกไปตีกองทัพไทย และให้ท้าวเพี้ยคุมพลทหารพันหนึ่งรักษาค่าย แล้วเจ้าหน่อคำจัดการระวังทางป่าและลำธารเป็นสามารถ “ พระองค์เจ้าขุนเณรมีความวิตกกังวลนักจึงดำริอุบายที่จะไปช่วยกองทัพไทยฝ่ายกองหน้าที่ถูกล้อมไว้  จึงสั่งไว้ชีวิตทหารลาวทั้งเจ็ดคน แต่จับยึดเป็นเชลยอยู่หกคน  ให้ทหารไทยปลอมตัวเหมือนลาวปลอมหาบคอนแทนหกคน  รวมทหารลาวที่ปล่อยตัวไปหนึ่งคนเป็นเจ็ดคน พาพวกไทยหกคนเข้าไปในค่ายลาว ถ้าสำเร็จตามประสงค์  พระองค์เจ้าขุนเณรจะปูนบำเหน็จให้ เมื่อฝ่ายลาวขอรับอาสาตอบแทนพระกรุณาที่พระองค์เจ้าขุนเณรทรงไว้ชีวิตให้ พระองค์เจ้าขุนเณรจึงตรัสรับสั่งพระณรงค์สงครามให้เป็นแม่กองคุมทหารนินจาของพระองค์(อาทมาตทะลวงฟัน) และคุมพลทหารห้าร้อย ถืออาวุธสั้นและมีคบเพลิงสำหรับตัวทุกคน  จะได้เผาค่ายลาว ให้ยกไปซุ่มอยู่ตามชายป่าห่างค่ายลาวประมาณ ๔๐ เส้น หรือ ๕๐ เส้น พอควรการให้ทันท่วงที ถ้าเห็นลาวพาไทยหกคนเข้าไปในค่าย  เผาค่ายเจ้าหน่อคำได้แล้ว ให้พระณรงค์สงคราม ยกกองทัพอาทมาตรีบเร่งต้อนพลโห่ร้องกระหน่ำสับทับ หนุนเนืองกันเข้าไปหักค่ายให้พังลงแล้วไฟเผาค่ายลาวไหม้สว่างขึ้น  พลทหารเจ้าหน่อคำก็จะตกใจ พว้าพวังทั้งข้างหน้าข้างหลัง ก็จะถอยทัพล่าถอยไปเอง ไทยที่อยู่ในที่ล้อมก็จะออกได้ แล้วจะได้เป็นทัพกระหนาบด้วย พระองค์เจ้าขุนเณรจึงตรัสสั่งไทยทั้งหกคนที่แต่งกายเป็นลาวนั้นว่า " ถ้าเข้าค่ายลาวได้ ให้ไล่ฆ่าฟันลาวในค่าย คลุกคลีตีลาวไป อย่าให้ลาวทันตั้งตัวหาอาวุธได้ ให้นำคบเพลิงเผาค่ายลาวขึ้นด้วย

                

                       ครั้นเมื่อแผนการที่พระองค์เจ้าขุนเณรได้วางไว้สำเร็จ สร้างความอลหม่านให้แก่พลลาวเป็นอันมาก รวมทั้งช้างงาในค่ายลาวที่ตกมันน้ำมันอยู่ เห็นแสงไฟสว่างจ้าก็ตกใจแตกปลอกออก ไล่แทงผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก แล้ววิ่งหายเข้าป่าไปในค่ำนั้น  ฝ่ายพระยาไชยสงคราม ท้าวสุวรรณ ท้าวหมี สามนายคุมพลทหารพันหนึ่ง อยู่รักษาค่ายที่ทุ่งส้มป่อย เห็นเชิงศึกไทยกระชั้นตีเข้ามาในค่ายได้โดยเร็วดังนั้นก็ตกใจ จะรวบรวมทหารให้เป็นเป็นหมวดเป็นกองออกต่อสู้ก็ไม่ได้ ด้วยรี้พลแตกตื่นตกใจมาก จะกดไว้ไม่อยู่  จึงปล่อยให้แตกแหกค่ายหนีไปซ่อนภายในป่าทั้งนายไพร่ได้บ้าง ที่ตายก็มากที่เหลือตายก็มี

       ขณะนั้นกรมหมื่นนเรศร์โยธี กรมหมื่นเสนีย์บริรักษ์ ทั้งสองพระองค์ที่อยู่ในที่ล้อมลาวทอดพระเนตรเห็นกองทัพลาวที่ล้อมอยู่นั้นล่าถอยไป จึงเข้าพระทัยชัดว่า ชะรอยจะมีกองทัพไทยผู้ใดไปจุดไฟเผาค่ายลาว ลาวจึงได้ล่าถอยไป จึงตรัสสั่งให้นายทัพ นายกองไทยเร่งรีบยกพลติดตามทัพลาวเจ้าหน่อคำที่ล่าถอยหนีไปนั้นให้เต็มมือ เจ้าหน่อคำสู้พลางถอยหนีมาพลาง เดินทัพรุดหนีมาตามทางในป่า ก็พอมาปะทะพบกองทัพพระองค์เจ้าขุนเณรที่ยกมาเป็นทัพกระหนาบหลังเจ้าหน่อคำ เจ้าหน่อคำกระทำศึกดุจดังฟองสกุณาปักษาชาติ อันถูกพายุพัดมาประดิษฐานตั้งกลิ้งกลอกอยู่ริมก้อนศิลาที่เป็นแง่อันแหลม

 

        ฝ่ายกองทัพไทยทั้งหลายไล่พิฆาตฆ่าฟันแทงลาวตายเป็นอันมาก  ศพลาวซ้อนทับกันเต็มไปทั้งป่า  นายทัพนายกองไทยเก็บเครื่องศาสตราวุธต่างๆ ไว้ได้ทุกอย่าง จับได้ช้างใหญ่ขนาดพลาย ๔๙ เชือก ช้างพัง ๔๑ เชือก ช้างเล็กไม่ถึงขนาดรวมทั้งพลายพังด้วยเป็น ๑๗๔ เชือก ม้า ๓๔๖ ม้า โคกระบือ ๖๐๐ เสบียง อาหารพร้อมบริบูรณ์  เจ้าหน่อคำแม่ทัพใหญ่หนีไปกับทหารร่วมใจสองร้อยเศษ ไปถึงค่ายเขาสาร  ทหารไทยจับได้ไม่  หลังจากเสร็จสิ้นการศึก กรมพระราชวังบวรฯ ตรัสเรียกพระองค์เจ้าขุนเณรให้เข้ามาเฝ้าในที่ใกล้ และพระราชทานพระแสงดาบฝักทองคำองค์หนึ่งแด่พระองค์เจ้าขุนเณรเป็นรางวัล

       การปฏิบัติการแบบกองโจรของพระองค์เจ้าขุนเณรในพื้นที่การรบดังกล่าว ทำให้การรบของทัพหลวงได้รับชัยชนะรวดเร็วขึ้น แก้ไขสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำแก่ข้าศึก กลายเป็นการได้เปรียบอย่างคาดไม่ถึง ใช้กลยุทธ์เฉพาะหน้าที่เสี่ยงแก่ชีวิต และการแพ้ชนะชั่วเวลาอันสั้น ใช้การพิจารณาสถานการณ์ความรู้ในด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับข้าศึกได้ถูกต้อง ใช้การลวง การจู่โจม ความเด็ดขาด ปฏิบัติการการรบอย่างกล้าหาญรุนแรง รวดเร็ว พฤติกรรมการรบของพระองค์ท่านเป็นอย่างกองโจรโดยแท้ และยังเป็นตัวอย่างที่เป็นแนวทางของการรบแบบกองโจรในสมัยนี้ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง

         ปัจจุบันทางราชการได้สร้างเขื่อนขึ้นมาจึงให้ชื่อว่า เขื่อนเจ้าเณร ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เขื่อนศรีนครินทร์  บ้านเจ้าเณรตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จว.กาญจนบุรี ปัจจุบันถูกน้ำท่วมหมดแล้วรวมทั้งเมืองท่ากระดาน  ด่านแม่แลบ  และด่านกรามเชียง( แก่งเรียง-ม่องคอย) ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่ง

            เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพระองค์เจ้าขุนเณร พระโอรสของเจ้าขุนรามณรงค์ หรือออกหลวงรามณรงค์ (พระเชษฐาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) พระองค์เจ้าขุนเณร ที่ทรงผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคนแรกแห่งรัตนโกสินทร์ ปฏิบัติการรบในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งพระภารกิจและวีรกรรมของพระองค์เจ้าขุนเณรในการรบที่สำคัญให้ปรากฏแก่อนุชนชาวไทยรุ่นหลังสืบไป

           ดังนั้น กองทัพไทยจึงได้มีหนังสือรายงานขออนุมัติ ทบ. เพื่อขอพระราชทานนามค่ายทหารของ กรมรบพิเศษที่ ๕ ว่า “ค่ายพระองค์เจ้าขุนเณร” ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามค่ายทหาร ให้แก่ กรมรบพิเศษที่ ๕ ซึ่งมีที่ตั้งปกติถาวร  ณ  ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ค่ายขุนเณร ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานนามค่ายทหาร ประกาศ  ณ  วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลตำรวจเอก ชิดชัย  วรรณสถิต รองนายกรัฐมนตรี ลงในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑ ง หน้า ๑๓ ลง ๓ มกราคม ๒๕๔๙


 อ้างอิง         ๑. กรมศิลปากร,  กรม. พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตเลขา เล่มที่ ๒ ปี ๒๕๑๖. 
                ๒. พลโทรวมศักดิ์  ไชยโกมินทร์. บทความ พระองค์เจ้าขุนเณร.
                      ๓. ตำนานวัดยานนาวา, พระธรรมบาล, ฉบับทูลเกล้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พ.ศ.๒๔๕๖
                ๔.พลตรีบัญชา  แก้วเกตุทอง. สงครามเก้าทัพ.
                ๕. เอกสาร ฯขุนนครฯ, บันทึกลับ เจ้าพระยาบดินทร์เดชาฯ


อ่านเนื้อหาการรบของพระองค์เจ้าขุนเณรที่สมบูรณ์ได้จาก เรื่อง " บันทึกลับ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา ภาค7 "

โดย Delta1

 

กลับไปที่ www.oknation.net