วันที่ พุธ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Evil เด็กเวร โรงเรียนนรก


            “ สิ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์  ไม่ใช่เพียงสติปัญญาเท่านั้นมันรวมถึงศิลธรรมจรรยาที่บ่งบอกถึงความสามารถในการรู้ถึงข้อแตกต่างระหว่างความดีกับความชั่วด้วย ”

            ข้อความนี้ออกมาจากปากของครูทรันส์โทรเมอร์    ที่กระตุ้นให้ อิริค  พอนติ (แอนเดรีย  วิลสัน)  ตัดสินใจว่าจะแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังย่ำแย่ของเขา ให้ผกผันกลับมาดีให้ได้

            ด้วยเขาเคยได้รับฉายาว่าเป็น ‘Evil’ปีศาจ หรือเด็กเลว ในสายตาของครูใหญ่จากโรงเรียนเดิม  ที่เขาได้พยายามละทิ้งพฤติกรรมแย่ๆ  แล้วย้ายมาเรียนโรงเรียนประจำชายล้วนอย่าง สตายอร์นแบร็ก แห่งนี้เพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่   แต่สิ่งที่อิริคประสบพบเจอจากระบบของโรงเรียนใหม่  เกิดความไม่เอื้ออำนวยให้กับการกลับเนื้อกลับตัวเป็นเด็กดี  เพื่อทำตามสัญญาที่ได้รับปากกับแม่ไว้

            ย้อนไปก่อนที่อิริคจะย้ายมาอยู่โรงเรียนประจำแห่งนี้  เขาเป็นอันธพาลระดับขาลุยในวัยไม่ถึงยี่สิบ  ที่แก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังรุนแรงกับเพื่อนๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  จากภาพท่าทางกวนๆที่เขาโดนครูใหญ่ของโรงเรียนเดิมไล่ออก  ที่ดูจะไม่เป็นที่ยี่ระกับเขาเลยแม้แต่น้อย

            แต่เมื่อสภาพบนโต๊ะอาหารที่บ้าน  ซึ่งมีเพียง อิริค แม่ และพ่อเลี้ยงผู้บ้าอำนาจแล้วนั้น กับเหมือนเป็นต้นกำเนิดสาเหตุใหญ่ในชีวิตของอิริค  เมื่อเพียงอิริคทำซ้อมหล่นขณะทานข้าว  เขากับถูกตบหน้าทันที   รวมไปถึงต้องถูกตีด้วยเข็มขัดจากพ่อเลี้ยงหลังทานข้าวเสร็จ   โดยผู้เป็นแม่ทำได้เพียงหันหลังมาเล่นเปียโนเพื่อกลบเสียงของเข็มขัดที่กระทบหลังลูกชาย 

            และแม่ของเขาพยายามแก้ไขปัญหาให้ลูกชาย  ด้วยการหวังให้อิริคเรียนให้จบระดับหกที่เหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวเท่านั้น   เพราะอย่างน้อยเขาจะได้มีโอกาสในทางการศึกษาต่อไปในอนาคต   ด้วยการส่งลูกชายไปเข้าโรงเรียนประจำที่มีชื่อยังต่างเมือง  มีเพียงสัญญาระหว่างแม่-ลูกเท่านั้น  ที่อิริคก็พร้อมจะเรียนให้จบเพื่อแม่ของเขา

            ที่โรงเรียนใหม่ ด้วยชื่อเสียงอันยาวนานของโรงเรียนที่มาพร้อมกับระบบอาวุโสรุ่นพี่-รุ่นน้องเรียกว่า ‘ทีมสปิริต’ ที่ดูออกจะหนักหน่วง   ตั้งแต่บนโต๊ะทานข้าวได้มีการการจัดที่นั่งให้รุ่นพี่มานั่งปนรวมกับรุ่นน้องในแบบตามมาคุม   ซึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งอธิบายว่า แต่ละโต๊ะจะถูกจัดระเบียบตามตำแหน่งของชนชั้นสูงและลำดับความรวย   และอิริคได้ถามต่อว่า แล้วคนนอกจากนั้นละ คำตอบที่ได้รับคือ กลุ่มคนนอกเหนือจากสองกลุ่มนี้ก็จะไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้หรอก?

            โทษขั้นแรกของการทำอะไรไม่เข้าหูเข้าตารุ่นพี่ก็คือ การใช้จุกขวดพริกไทยทิ่มหัว ตามด้วยการถูกให้ยืนในมุมอับ และแรงที่สุดเป็นการถูกกักตัวในวันสุดสัปดาห์  นั่นเป็นโทษที่ดูเล็กน้อยมากสำหรับอิริค  เพราะเขาไม่อยากกลับบ้านไปพบพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว   ดังนั้นเมื่อรุ่นพี่เริ่มแสดงแสนยานุภาพใส่เขาอย่างไร้เหตุผล เช่น เผลอพูดคำหยาบ หรือเดินไม่ระวังทางถูกรุ่นพี่เดินชน ก็จะถูกทำโทษ   อิริคจึงปฏิเสธไม่ยอมทำตามทุกข้อกล่าวหา  เพื่อจะได้ไม่ต้องกลับบ้าน  แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับรุ่นพี่ที่มองเป็นการแข็งข้อกับอำนาจที่พวกเขามีอยู่

            ว่าไปแล้วบนโต๊ะอาหารที่โรงเรียนและที่บ้าน  สำหรับอิริคนั้นไม่ได้แตกต่างกันเลย  เมื่อมีผู้วางอำนาจบนโต๊ะอาหารทั้งสองสถานที่ใส่เขา   ถึงแม้ว่าดูจะเป็นการหนีเสือปะจรเข้รึเปล่านั้น  ชวนให้คนดูต้องตามเฝ้าติดตามดูต่อไป

            นั้นไม่ใช่เพียงแค่ระบบอาวุโสรุ่นพี่-รุ่นน้องเท่านั้นที่ก่อเค้าว่ามีปัญหาขึ้น   ภายในห้องเรียนวิชาเกี่ยวกับชาติพันธุ์และเผ่าพันธุ์มนุษย์ ยังมีครูหัวโบราณที่ตัดสินคนจากภายนอก จากลักษณะรูปร่าง ด้วยการกล่าวชม อิริค เสียเลิศเลอว่าสายตามั่นคง คางแข็งแกร่ง มีเชื้อสายผู้ดีแบบชนชาติเยอรมัน 

แต่กลับตำหนิ ปิแอร์  แทงกีย์ (เฮนริก  ลุนด์สตอร์ม)  เพื่อนรูมเมทของอิริค ที่ฉลาดเรียนเก่งที่สุดในห้องว่า มีบุคลิกแย่ สายตาไม่ดี จมูกหนา ท่อนขาบาง เท้าแบน  ซึ่งเปรียบเสมือนการแยกชนชั้นและตีค่าของคนโดยทางสายตา  ช่วงหนึ่งหนังล้อเลียนฉากชั่วโมงเรียนดังกล่าวด้วยเสียงเพลงที่ร้องดังๆว่า stupid…stupid ที่ต่อเนื่องกับฉากถัดๆมา

            แม้แต่ในสระน้ำของโรงเรียน ก็มีการจองเวลาว่ายน้ำให้เฉพาะนักกีฬาทีมว่ายน้ำของโรงเรียนมีอภิสิทธิ์มากกว่าใครๆ  ดังนั้นอิริคจึงขอใช้สิทธิ์บ้างด้วยการพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถอยู่ในทีมว่ายน้ำโรงเรียนได้   โดยได้รับการสนับสนุนจากครูแบร์ก ครูพละที่เห็นพรสวรรค์ด้านการว่ายน้ำของเขา

            เมื่อไม่สามารถกำหราบเด็กใหม่ได้  นับเป็นการเสียหน้ารุ่นพี่อย่างประธานสภานักเรียน ออตโต  ซิลเวอร์ฮีม (กุสตาฟ  สการ์สการ์ด) เป็นอย่างมาก  แถมอิริคยังทำตัวโดดเด่นได้เป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมโรงเรียนอีก   ดังนั้นแผนการสั่งสอนน้องใหม่จึงเริ่มมีมาเป็นระยะ ทั้งการสั่งให้ขัดร้องเท้า ขุดดินขณะฝนตก ค้นห้องกลางดึก หรือทะเลาะหาเรื่อง   ซึ่งอิริคก็ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร    แม้ แทงกีย์ เพื่อนร่วมห้องจะคอยเตือนให้เขาระวังตัว เพราะว่าเขาทำตัวโดดเด่นเกินไปแล้ว  และแนะนำว่าควรยึดหลักอดทนอดกลั้นแบบของ มหาอาตมะ  คานธีก็ตาม  

แต่อิริคก็ได้พยายามสะกดกั้นอารมณ์ไม่ใช้ความรุนแรง เพราะโทษของการทำร้ายรุ่นพี่นั้นมีสิทธิ์ถูกไล่ออกง่ายๆ   ฉะนั้นนั่นคือสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่เขาได้รับปากกับแม่ว่า เขาจะไม่ทำพังเสียก่อนที่เข้าจะเรียนจบ   ฉากต่อๆมาอะไรก็ตามที่ไม่เกินเลยไป เขาก็พยายามอะลุ่มอล่วยมากขึ้น  หรือโทรกลับไปหาแม่เพื่อความสบายใจและระลึกถึงสัญญาที่เขาเคยให้ไว้

            ดังนั้นฉายาใหม่ที่เขาได้รับจึงเป็น ‘ไอ้ปอดแหก’  หลังจากเขาปฏิเสธคำท้าไม่ไปลานเวทีสังเวียนชก  ที่ใช้ระบบชกแบบหมาหมู่มีรุ่นพี่สองคนต่อรุ่นน้องหนึ่งคน แม้ในใจเขาจะไม่เคยกลัวเลยก็ตาม   และใช่ว่าจะมีเพียงแม่และแทงกีย์ เท่านั้นที่คอยเอาใจช่วยเขา  ยังมีแม่ครัวสาวเสิร์ฟคนสวย มาร์จา (ลินดา  กิลเลนเบิร์ก) ที่แอบชอบวิธีการแก้ปัญหาแบบไม่ยอมใครถ้าไม่มีเหตุผลพอของเขา  จนเกิดเป็นมิตรภาพที่ดี  ดังนั้นช่วงสุดสัปดาห์ที่เขาโดนกักอยู่ในโรงเรียน  เขาจึงมีมาร์จาเป็นเพื่อนคุย

            ในเมื่อไม่สามารถเล่นงานรุ่นน้องหัวดื้อแบบไม่ได้ดั่งใจแล้ว   แผนใหม่ของ ซิลเวอร์ฮีม จึงเริ่มด้วยการเล่นงานคนใกล้ตัวอิริคอย่าง แทงกีย์ เพื่อนผู้คงแก่เรียนแต่โต้ตอบใครไม่เป็น ด้วยวิธีการสกปรกต่างๆ  แม้อิริคจะพยายามช่วยเหลือ  แต่เรื่องที่เขารับปากแม่ไว้ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา   เพราะก่อนหน้านี้อิริคยอมให้ซิลเวอร์ฮีมต่อยเขาอยู่ข้างเดียวจนเลือดสาด พออาจารย์ใหญ่มาพบก็เพียงแต่พูดว่า “พอแล้วนักเรียน” พร้อมทั้งซิลเวอร์ฮีมก็ไม่ได้รับการลงโทษใดๆเลย เหตุผลเพียงเพราะว่าเขาเป็นลูกคนใหญ่คนโตมีบุญคุณกับทางโรงเรียนเท่านั้น

            วิธีหนึ่งที่อิริคได้รับคำแนะนำจากครูแบร์ก คือ การว่ายน้ำแข่งขันให้ชนะลูกชายผู้อุปถัมภ์โรงเรียนอีกคน  โดยครูบอกเขาว่า  “ ถ้าชนะ...จะไม่มีใครกล้าแตะต้องเธอ”   แต่วิธีการดังกล่าวไม่ได้ผล  หลังจากเขาชนะแล้วกลับทำให้เหตุการณ์เลวร้ายกว่าเดิม  เมื่อผลที่ตามมาคือ แทงกีย์ ถูกซ้อมจนหมดความอดทนขอลาออกจากโรงเรียน  และมาร์จา แม่ครัวคนสวยถูกไล่ออก   ทำให้อิริคพูดกับครูแบร์กอย่างน้อยใจว่า

“ ไหนครูบอกว่าจะไม่มีใครแตะต้องผม   ครูพูดถึงเรื่องศักดิ์ศรี  แต่ที่นี่...มันไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเลย” 

เมื่อไร้คนเคียงข้าง  ก็ถึงคราวที่รุ่นพี่ต้องการจะเล่นงานตรงๆกับอิริคแล้ว  ดังนั้นจดหมายจากมาร์จาจึงถูกเป็นข้ออ้างจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพื่อเอาโทษจนถึงขั้นอิริคต้องออกจากโรงเรียน  ดังนั้นคำพูดของครูที่ดีผู้สอนวิชาสัตว์ปีกอย่างครูทรันส์โทรเมอร์  จึงช่วยเตือนสติเขาขึ้นว่า 

“ สิ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์  ไม่ใช่เพียงสติปัญญาเท่านั้นมันรวมถึงศิลธรรมจรรยาที่บ่งบอกถึงความสามารถในการรู้ถึงข้อแตกต่างระหว่างความดีกับความชั่วด้วย ”

และคำกล่าวของแทงกีย์ หลังจากที่เคยมอบหนังสือกฏหมาย(เนื่องจากทนายความ เป็นอาชีพในฝันของอิริค) เป็นของขวัญวันคริสต์มาสให้เขาที่ว่า

“ กฏโรงเรียนไม่ควรอยู่เหนือกฏประเทศ” ก็ช่วยจุดประกายให้เขาพอมองเห็นหนทางในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขาครั้งนี้ก่อนที่จะสายเกินไป...

Evil เกมส์ชีวิต...ลิขิตลูกผู้ชาย  เป็นตัวแทนหนังจากประเทศสวีเดนที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ของสาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม 2003 ในรอบห้าเรื่องสุดท้าย  จากงานกำกับของผู้กำกับหน้าใหม่ มิคาเอล  ฮาร์ฟสทรอม   ด้วยสไตล์การนำเสนอในแบบฉบับที่แสนคุ้นตาคล้ายหนังฮอลลีวู้ดมาก  ต่างกันเพียงดารานำที่ไม่คุ้นเคยหน้าเท่านั้น   ถ้าตัดส่วนนี้ทิ้งอาจทำให้ใครหลายคนนึกว่ากำลังดูหนังฮอลีวู้ดที่พบเห็นกันบ่อยๆ   ฉะนั้นหนังสวีเดนเรื่องนี้จึงมีความง่ายในการเข้าถึงเนื้อหา  รวมทั้งดูสนุกสนาน มีอาการช่วยลุ้นกับตัวเอกไปตลอดเวลา

แม้เรื่องราวใน Evil จะกล่าวถึง คนที่ไม่ยอมไหลตามกระแส ตามน้ำ ตามระบบ  มีความเป็นตัวของตัวเองสูง   โดยส่วนตัวละครอื่นๆจะเป็นประเภทสุดๆแบบเลวก็เลวตลอด  คนดีก็ดีจนนิจนิรันดร์ ที่มักพบเห็นบ่อยในหนังทั่วๆไปอยู่ก็ตาม   แต่การที่มีเพียงพระเอกของเรื่องคนเดียวเท่านั้นที่มีลักษณะความเป็นคนซึ่งมีทั้งดี-เลวสองด้านในตัว  ก็ดูคล้ายกับเขาเป็นผู้คนจริงๆขึ้นมา  ความสมจริงจึงเกิดขึ้นตามมาพร้อมด้วยความน่าเชื่อถือ ที่เกิดผลดีกับแนวทางของหนัง ที่ทำให้ผู้ชมเกิดอาการ ‘อิน’ถึงขั้นคอยเอาใจช่วยมากยิ่งขึ้น

ถ้าหากชีวิตคนเราต้องพบกับผู้คนมากมายอย่าง คนบ้าอำนาจ (พ่อเลี้ยงและซิลเวอร์ฮีม) คนละเลยต่อหน้าที่ (อาจารย์ใหญ่โรงเรียนประจำ)  ที่ยังยึดติดอยู่กับระบบอาวุโสในทางผิดๆซึ่งอิงตามอำเภอใจตนเองและผู้พวกพ้องที่เกี่ยวข้องแล้ว    สำหรับส่วนที่พอจะต้านทานอำนาจดังกล่าวได้นั้นคงเป็นเพียงกำลังใจของฝ่ายผู้ที่ถูกกระทำซึ่งมักเป็นตัวแทนของคนเดินดินธรรมดาทั่วไปแล้ว(เช่นอิริค)   น่าจะเหลือเพียงบุคคลอันเป็นที่รัก(แม่และมาร์จา) รวมทั้งมิตรภาพจากเพื่อนและคนที่เคารพนับถือ (แทงกีย์ ครูแบร์ก และครูทรันส์โทรเมอร์ )เท่านั้น  ถึงแม้จะมีจำนวนที่น้อยกว่าแต่ผลทางจิตใจนั้นต่างกันมาก หรือถ้ามองในแง่มุม เหลี่ยมมุมให้ดีแล้ว มันมีมากเกินคำบรรยายแน่นอน

ซึ่งเป็นเพียงข้อคิดหนึ่งจากหนังอย่าง Evil ที่เข้าทำนองดูหนัง-ดูละครแล้วย้อนดูตัว(เอง)และคนรอบข้างบ้าง  และไม่เกินเลยนักกับชีวิตของผู้คนทุกวันนี้ที่ต้องเผชิญกับคนอีกมากหลาย ทั้งคนดี คนเลว คนบ้าอำนาจ คนเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ   ดูๆแล้วบทบาทของอิริคในเรื่องก็ออกจะสนุกกับการใช้ชีวิตในวัยที่พ้นผ่าน   นับได้ว่าเป็นตัวอย่างเล็กๆหนึ่ง  ของคนที่ถูกกระทำอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนผู้เลวร้าย น่าจะเหมาะกับชื่อของบทความนี้   Evil...เด็กเวร โรงเรียนนรก

 

โดย STILLWATER

 

กลับไปที่ www.oknation.net