วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานพื้นบ้าน(10) ตำนานสร้างโลก(ภาค2)


...................(ความเดิมเมื่อตอนที่แล้ว).....................

          หลังจากพระเจ้าทรงส่งกระแสจิตเป็นแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลแล้วปัญหาพบว่า ประการแรกเกิดจากสัตว์ที่ฉลาดกว่านำสัตว์ชนิดอื่นมาใช้งาน ประการที่สองเกิดจากการสืบพันธุ์ที่ขาดกฎเกณฑ์

          เมื่อได้ปัญหามาพระองค์ทรงคิดหาแนวทางแก้ปัญหาประการแรกด้วยการทดลองที่ 1  โดยการสุ่มตัวอย่างสัตว์ที่มีปัญหามากที่สุด มากลุ่มหนึ่งได้แก่ มนุษย์ ควาย ลิงและสุนัข เพื่อสอบถามความพึงพอใจที่พระองค์ตัดสินใจกระทำลงไปกับสัตว์ทั้งสี่ โดยข้อมูลเบื้องต้นทราบว่ามนุษย์ได้บังคับพวกมันมาใช้งาน จนสิ้นอายุไข (เดิมพระเจ้ากำหนดให้มาชนิดละ 40 ปี)

พระองค์ทรงสัมภาษณ์ควายเป็นลำดับแรก “เป็นอย่างไรบ้างเจ้ามหิงสา เราให้ชีวิตเจ้าไปอยู่บนโลก” “ไม่ไหวเจ้าข้า พระองค์มอบอายุให้มากเกินไป ข้าทำนาเหนื่อยหลังขดหลังแข็ง ตั้งแต่อายุ 3 ปี จนแก่เฒ่า ขอพระองค์จงลดอายุหน่อยเถอะ ขอข้าเพียง 20 ปีก็พอ” ควายกล่าว

 “ไม่ได้หรอก เราตรัสสิ่งใดไปแล้วมิสามารถคืนกลับได้” พระเจ้าตรัส มนุษย์นั่งฟังอยู่ก็กราบทูลว่า “ให้ข้าพเจ้าก็ได้พระเจ้าข้า” 

ได้ช่องทางดังนั้น พระเจ้ากเลยยกอายุ 20 ปีให้มนุษย์ (รวมของเดิมเป็น 60 ปี เป็นที่น่าสังเกตว่า มนุษย์วัยนี้ คือ อายุ 40 – 60 ปีจะทำงานหนักเหมือนควาย)

เมื่อเป็นเช่นนั้น สุนัขก็ขอลดอายุเช่นกัน “ข้าเจ้าเห่าเฝ้าบ้านจนเสียงแหบแห้งอายุมากเกินไป ข้าเจ้าขอลด 20 ปีเช่นกัน” มนุษย์จึงรับเอาอีก (รวมเป็น 80 ปี เป็นที่น่าสังเกตว่า คนอายุ 60 – 80 ปีหรือหลังเกษียณ แล้วจะมานั่งเฝ้าบ้านด่าลูกด่าหลานเหมือน.....)

ลิงได้โอกาส จึงทูลขอเช่นเดียวกันกับสัตว์ทั้งสอง มนุษย์จึงรับมาอีก 20 ปี รวม 100 ปี (เป็นที่น่าสังเกตว่า คนวัย 80 – 100 ปี จะนั่งจับเจ่าคลำๆ จ้องๆ มองๆ หรือนั่งหลังคู้คล้ายลิง)

ตำนานสร้างโลก ภาค 2

การแก้ปัญหาประการที่สองอันเกิดจากการสืบพันธุ์ที่ขาดกฎเกณฑ์ พระองค์จึงดำเนินการพัฒนาด้วยการเรียกสิงห์สาราสัตว์ทุกชนิดขึ้นมาประชุม แต่มนุษย์พึงพอใจกับการผสมพันธ์แบบที่มั่วๆ อยู่จึงไม่เข้าร่วมประชุม ถึงแม้ว่าจะไม่ไปร่วมประชุมแต่ก็สั่งฝากลิงว่า "ถ้าพระเจ้าบอกว่าคนและลิงมีกฎการผสมพันธุ์อย่างไรแล้วให้มาบอกเราด้วย" 

เมื่อสัตว์ทุกชนิดมานั่งประชุมอย่างพร้อมหน้า พระองค์จึงสอบถามปัญหาสัตว์ทุกชนิดได้ความว่า พระองค์ยังไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ในการสืบและผสมพันธุ์ ดังนั้นสัตว์จึงดำเนินกิจกรรมไปตามอำเพอใจ บ้างผสมข้ามชนิด  บ้างชนิดผสมข้ามวงศ์ บ้างผสมข้ามตระกูล ฯลฯ ทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ

นอกจากนั้นยังไม่มีการกำหนดระยะการตั้งท้อง ระยะการเป็นสัด ในสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม และการวางไข่การฟักไข่ในสัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน 

เมื่อพระองค์ทราบถึงปัญหา จึงมีพระบัญชากำหนดกฎเกณฑ์การสืบพันธุ์ของสัตว์เป็นรายชนิดไป โดยที่สัตว์แต่ละชนิดนั่งฟังอย่างเป็นระเบียบและจดจำคำสั่งของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด  ต่างจากลิงแทนที่จะนั่งฟังเหมือนสัตว์อื่นๆ กลับไปนั่งใกล้แท่นพระที่นั่งพระเจ้า พลางสะกิดถามพระเจ้าแผ่วๆ ว่า “คนกับลิงล่ะเจ้าข้า” พระเจ้าเอามือปัดออกแล้วก็สาธยายกำหนดกฎเกณฑ์สัตว์อื่นๆ ต่อไปเพราะมีมากมายหลายหมื่นพันชนิด เช่น พระองค์ทรงสั่งกระบือว่า “ให้เจ้าเป็นสัด 20 วันต่อหนึ่งครั้งๆ ละ 2-3 วัน ในระหว่างที่ไม่เป็นสัตว์หรือขณะอุ้มท้องห้ามมีเพศสัมพันธ์ เจ้าออกลูกได้คราวละ 1 ตัว และตั้งท้องนาน 10 เดือน ส่วนสุกร ให้ออกลูกเป็นครอกเพราะเจ้าต้องเป็นอาหารสัตว์อื่นๆ ระยะการเป็นสัดและการผสมหรือมีเพศสัมพันธ์เช่นเดียวกับควาย แต่เจ้าอุ้มท้องนาน 115 วัน ฯลฯ” 

ลิงนั่งฟังอย่าร้อนใจว่าเมื่อไหร่พระเจ้าจะบอกกฎเกณฑ์การผสมพันธ์ของคนและลิงเสียที จึงสะกิดถี่ๆ และถามว่า “คนและลิงล่ะท่าน” พระเจ้าเกิดความรำคาญจึงห้ามปรามเจ้าลิงเพื่อไม่ให้รบกวนว่า “เพ้อ” เมื่อลิงได้ยินสายคำนั้นก็เข้าใจว่าพระเจ้าบอกวิธีการและกฎเกณฑ์ให้แล้วจึงเดินทางกลับด้วยความดีใจ เพราะสัตว์อื่นมีกฎเกณฑ์มาก ส่วนตนกับคน เพ้อ

เมื่อกลับมาถึงโลกก็รีบไปบอกมนุษย์ทันที “พระเจ้าสั่งว่าอย่างไรเจ้าลิง” มนุษย์ถาม “พระเจ้าบอกว่า เพ้อ” ลิงตอบ และมันจำที่พระเจ้าสั่งกับควายมาได้เล็กน้อยว่า “มีลูกได้ที่ละตัว และอุ้มท้องนาน 10 เดือน” 

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา คนและลิงจึงเพ้อ ไม่มีช่วงเลาที่เป็นสัด และแม้ว่าเกิดการปฏิสนธิแล้วก็ยังเพ้อๆๆ จนคลอด

(ติดตามภาค 3 ตอนต่อไป)

โดย ครูควนฮาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net