วันที่ พุธ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คลื่นใต้น้ำแสนแสบมาแล้ว … “จตุพร” ว่างงานโดดฟื้นศรัทธาธรรม


การเลือกตั้งชิงตำแหน่ง นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือที่ลูกพ่อขุนเรียกกันโดยทั่วไปว่า “อศ.มร.” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ หลายคนที่ผ่านไปมาโดยรอบมหาวิทยาลัย จะเห็นได้ว่ามีป้ายหาเสียงของแต่ละพรรคมากมาย ซึ่งในปีนี้คาดว่าน่าจะมีพรรคการเมืองของนักศึกษาไม่น้อยกว่า 6 พรรคจะเข้าร่วมชิงตำแหน่งในปีนี้

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โปสเตอร์กระดาษขนาด A3 ที่ติดโดยรอบมหาวิทยาลัยด้วยข้อความสะดุดตา อันเนื่องมาจากพรรคพิทักษ์ธรรม และพรรคสานแสงทอง ซึ่งในปีนี้คาดว่า ทั้งสองพรรคการเมืองจะลงสมัครในนามกลุ่มเดียวกัน ทำการจัดพิมพ์และติดตั้งโปสเตอร์ โดยการหยิบกระแสทางการเมือง หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาโจมตีอย่างรุนแรงและเผ็ดร้อน

โปสเตอร์ 2 ชุดที่พิมพ์ออกมา ชุดแรกเป็นกระดาษพื้นสีแดงมีข้อความว่า "14 ตุลาฯ 16, 6 ตุลาฯ 19, พฤษภาฯ 35, รธน.ฉบับ 40, ลูกพ่อขุนยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย, ภารกิจของเราวันนี้คือ รัฐธรรมนูญ-คมช. 50 ต้องเป็นประชาธิปไตยเท่านั้น" โปสเตอร์อีกชุด ใช้พื้นกระดาษเป็นสีน้ำเงิน มีถ้อยคำว่า "ประวัติศาสตร์ราม ที่ผ่านมา...สอนว่า...ลูกพ่อขุนต้องไม่รับใช้เผด็จการ, คมช.ต้องคืนประชาธิปไตยตามสัญญา" โดยโปสเตอร์ทั้ง 2 ชุดลงชื่อ พรรคพิทักษ์ธรรมและพรรคศรัทธาธรรมทั้ง 2 ชุด

หลังโปสเตอร์นี้แพร่กระจายและกลายเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอังคาร (30 มกราคม) ได้สร้างกระแสพูดถึงอย่างกว้างขวาง ถึงขนาดอดีตเลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) อย่าง “กชวรรณ ชัยบุตร” ออกมายืนยันถึงกระแสข่าว นักการเมืองบางพรรคจ่ายเงินอุดหนุนให้นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มรัฐบาล และ คมช.ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะโยงประเด็นการเมืองระดับชาติ เข้ามาผูกโยงกับการเมืองภายใน ม.รามคำแหง

“เชื่อว่า อาจจะมีนักศึกษาที่อยู่ในคราบของมิจฉาชีพเข้ามาแฝงตัวเพื่อเข้ามาหาประโยชน์จากพลังบริสุทธิ์ จากการทำกิจกรรมนักศึกษา แต่เชื่อว่า ประเด็นทางการเมืองที่เคลื่อนไหวคงไม่มีนักศึกษาคนใดให้การสนับสนุน”

แม้แต่หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะของโปสเตอร์หาเสียง ว่าการวางรูปแบบ (Layout) โทนสี และการใช้แบบอักษรนั้น อดไม่ได้ที่จะนึกถึงรูปแบบโปสเตอร์หาเสียงของพรรคไทยรักไทย ที่ใช้รูปแบบเดียวกัน ราวกับถอดแบบกันมาเปี๊ยบ ผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับโปสเตอร์หาเสียง ถึงกับเหน็บแนมว่า เผลอๆ อาจจะใช้โรงพิมพ์ทองกมล ย่าน ถ.นครไชยศรี ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ที่รับงานพิมพ์ของพรรคไทยรักไทยโดยเฉพาะ
 
และที่แน่ๆ หลายคนพุ่งเป้าไปที่อดีตลูกหม้อศรัทธาธรรมอย่างโฆษกพรรคไทยรักไทย “จตุพร พรหมพันธุ์” หรือฉายาในอดีตว่า “ตู่ ศรัทธาธรรม” ว่าอยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหว สนับสนุนพรรคศรัทธาธรรมและพรรคพิทักษ์ธรรม ร่วมกันลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อศ.มร. ในปีนี้ เพื่อหวังที่จะใช้ประโยชน์จาก อศ.มร.ที่ทั้งสองพรรคได้รับในวันข้างหน้า


หากพูดถึงการขับเคลื่อนพลังนักศึกษาในช่วงปีหลังที่ผ่านมา พรรคสานแสงทองซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย ชนะการเลือกตั้งนายก อศ.มร.ในปีล่าสุด (2549) อย่างถล่มทลายด้วยกระแส “ไล่ทักษิณ” ที่มีขึ้นจากการจุดกระแสสร้างสีสัน ด้วยการวางพวงหรีดพร้อมแสดงสีสัน “รีดเลือดปู” หน้ากรมสรรพากร และการสร้างกระแสอีกหลายอย่างตามมามากมาย ทั้งการยกทัพนำปลาหมอมอบให้ ส.ส.พรรคไทยรักไทยด้วยตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการตั้งเวทีชุมนุมไล่ทักษิณด้านหน้ามหาวิทยาลัย

และในช่วงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในช่วงกลางปี 2549 ที่ผ่านมา พรรคสานแสงทอง ซึ่งมีศักยภาพเป็นถึง อศ.มร. สามารถเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำภารกิจทางสังคม ด้วยการนำทัพนักศึกษา เข้าร่วมชุมนุมสมทบกับผู้ชุมนุมบนเวทีพันธมิตรหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ หรือการชุมนุมประท้วงกันเองที่พรรคไทยรักไทย ซึ่งสร้างกระแสด้วยการนำน้ำหวานสีแดง ซึ่งเปรียบแทนด้วยเลือดสาดเข้ากับป้ายที่ทำการพรรคมาแล้ว

การเลือกตั้งในปี 2550 นี้ เป็นไปได้ว่า พรรคพิทักษ์ธรรม และพรรคศรัทธาธรรม อาจจะย้อนเกล็ดพรรคสานแสงทอง ด้วยการหยิบประเด็น “ต้านรัฐประหาร” มาใช้หาเสียงเพื่อชิงตำแหน่งนายกฯ อศ.มร.ในปีนี้

และเป็นไปได้ว่า หากชนะการเลือกตั้ง กลุ่มอำนาจเก่าอาจจะใช้ประโยชน์จาก อศ.มร.เพื่อตอบโต้รัฐบาลและ คมช.อย่างเต็มรูปแบบ ราวกับทำให้เหมือนเหตุการณ์นองเลือด ที่รั้วธรรมศาสตร์เป็นฝ่ายขับเคลื่อนพลังนักศึกษาเมื่อ 30 ปีก่อน เหตุที่ศักยภาพของนักศึกษารามคำแหง ที่เน้นการต่อสู่ในเชิงบู๊เป็นหลัก

ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองซีกไทยรักไทยเคยแสดงให้เห็นแล้วว่า สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรั้วรามคำแหงไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะ “พรรคศรัทธาธรรม” ซึ่งมีศิษย์เก่าดาวรุ่งไทยรักไทยอย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” รวมถึงซุ้มมาตุภูมิบางซุ้ม ที่สามารถเรียกร้อง “ขอแรง” น้องๆ ขอความช่วยเหลือได้เมื่อยามต้องการ

หรืออย่าง “พรรคตะวันใหม่” ที่ชนะการเลือกตั้งนายก อศ.มร.มาร่วม 4 สมัย เข้ามาบริหารงานองค์การนักศึกษา จนได้ใกล้ชิดกับฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะอธิการบดีอย่าง ศ.รังสรรค์ แสงสุข ย่อมที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ถูกฝ่ายการเมืองสกัดไม่ให้มีความเคลื่อนไหวต่อต้านใดๆ เกิดขึ้นในรั้วรามคำแหง

ผลประโยชน์และสิทธิที่ได้รับจากการครองอำนาจในตำแหน่ง นายกฯ อศ.มร. นอกเหนือจากงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษา ที่ทางมหาวิทยาลัยจะเจียดให้กับ อศ.มร.อย่างน้อยปีละ 7-12 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินมาจากการเก็บค่าบำรุงการศึกษาเทอมละ 300 บาทของนักศึกษาแล้ว ยังสามารถใช้ศักยภาพการเป็น อศ.มร.เรียกกำลังพลนักศึกษาเคลื่อนทัพในกิจกรรมต่างๆ เฉกเช่นในอดีตจนกลายเป็นที่ขนานนามว่าเป็น “ขุนพลสายบู๊”


ในสถานการณ์ภายใต้รัฐประหารปัจจุบัน ที่ฝ่ายการเมืองและนักเลือกตั้งระดับชาติ อยู่ในสภาพที่แน่นิ่งจนทำอะไรไม่ได้ อันเนื่องมาจากการควบคุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งจตุพร อยู่ในสภาพกลายเป็นคนว่างงาน และเกิดความเครียดจากการถูกเว้นวรรคทางการเมือง ไม่ต่างอะไรกับ ส.ส.นักเลือกตั้งทั้งจากในพรรคไทยรักไทย และพรรคการเมืองอื่นๆ อีกหลายคน

เท่าที่เราตรวจสอบจากหลายกระแส หลายคนต่างยืนยันว่า “พรรคไทยรักไทย” ให้การสนับสนุนพรรคพิทักษ์ธรรมและพรรคศรัทธาธรรม ในการลงสมัครนายกฯ อศ.มร.ร่วมกัน ซึ่งมีรุ่นพี่อย่าง “ตู่ ศรัทธาธรรม” หรือจตุพร พรหมพันธุ์ ดาวรุ่งโฆษกฝีปากกล้าจากพรรคไทยรักไทย คอยให้การสนับสนุนและอำนวยการเลือกตั้งอยู่เบื้องหลัง

ถึงขนาดข้อความโปสเตอร์ ยังคิดไปว่าจตุพรคือคนต้นคิด ด้วยเหตุผลที่ว่าจตุพรเป็นคนชอบคิดหัวรุนแรง และพูดจาเสียดสีประชดประชัน จากการชูประเด็นความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคไทยรักไทยนำมากล่าวอ้างอยู่เสมอ ทั้งยังโจมตีคณะรัฐประหาร และรัฐบาลสุรยุทธ์อย่างร้อนแรง

พะยี่ห้อ “ตู่ ศรัทธาธรรม” ขนาดนี้ จะให้หาเสียงกันแบบธรรมดาเหมือนพรรคอื่น ก็คงไม่สมราคานัก

โปสเตอร์ดังกล่าว ถูกพิมพ์ด้วยกระดาษแข็งหลายหมื่นใบ เพื่อนำไปติดหาเสียงกันทั่วบริเวณ โดยโปสเตอร์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ติดกระจายไปทุกจุดทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ชนิดที่ว่าติดกันถี่ยิบ แค่เดินผ่านไม่กี่เมตรก็ต้องเจอโปสเตอร์อีก คาดว่าจะใช้งบประมาณในการผลิตไม่น้อย ซึ่งก็ยังเป็นที่ครหาอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ถูกพรรคไทยรักไทยให้การสนับสนุนอีกมากมาย นอกเหนือจากการจัดพิมพ์โปสเตอร์ดังกล่าว

ตามปกติทางมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนงบประมาณของแต่ละพรรค นำไปใช้หาเสียงตามสัดส่วนแตกต่างกันไป หากปีใดมีพรรคการเมืองลงสมัครมาก สัดส่วนงบประมาณก็จะได้น้อยลง โดยเฉลี่ยงบหาเสียงอยู่ที่ระดับหลักหมื่นต้นๆ ซึ่งถ้าเป็นพรรคใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนหาเสียงเยอะมาก แต่งบที่ได้รับกลับน้อยลง พรรคอาจจะต้องลงทุนด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มงบหาเสียงให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

เฉกเช่นทุกปี จะพบเห็นการหาเสียงของบางพรรค ที่ทุ่มทุนจัดทำโปสเตอร์ และลงทุนติดตั้งป้ายคัดเอ้าท์ขนาดใหญ่มากจนผิดปกติ จนกลายเป็นที่สังเกตว่า อาจจะมีบุคคลภายนอกให้ทุนสนับสนุนการเลือกตั้งอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยยังไม่มีระบบตรวจสอบการใช้เงิน ปล่อยให้แต่ละพรรคหาเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีการลงโทษ หรือกวดขันใดๆ กับพรรคที่มีพฤติกรรมดังกล่าว

กระแสการต่อต้านรัฐประหารที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และคลื่นใต้น้ำที่คอยก่อกวน และสร้างความวุ่นวายในหลายพื้นที่ ความเป็นไปได้ที่ฝ่ายการเมืองที่ให้การสนับสนุน จะใช้เวทีองค์การนักศึกษาชักใยอำนาจนักศึกษาเพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและ คมช. จนทำให้เกิดความแตกแยก เฉกเช่นเหตุการณ์นองเลือดในอดีตหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่กำลังรอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา
 
หลายฝ่ายเห็นว่าในขณะนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ หากสถานการณ์ไม่สุกงอม และพฤติการณ์ของรัฐบาลและ คมช.ยังไม่ส่อเจตนาให้เห็นเด่นชัดนัก อีกทั้งนักศึกษาส่วนใหญ่มีวิจารณญาณพอ คงไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกเสียจากจะถูกล้างสมอง อีกทั้งประเด็นต่อต้านรัฐประหารที่เคลื่อนไหวกันอยู่ตอนนี้ คงไม่มีใครเห็นด้วยหรือสนับสนุน เพราะจะเห็นได้ว่าตอนนี้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเริ่มคืบหน้าไปมาก และมีสัญญาณออกมาแล้วว่า อีกไม่นานการเลือกตั้งจะกลับมาอีกครั้ง

ถึงกระนั้น คมช.ก็ไม่ควรวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากกลุ่มอำนาจเก่ามากจนเกินไป ถึงขั้นมีกระแสข่าวลือว่าจะใช้กฎอัยการศึกและเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งภายในมหาวิทยาลัย ที่กลายเป็นข่าวลือในหมู่นักศึกษาจนสร้างความวิตกกังวล ปล่อยให้ลูกพ่อขุนได้ตัดสินใจเอาเองว่า พรรคที่นำประชาธิปไตยในสถาบันมากล่าวอ้าง โดยมีกลุ่มอำนาจเก่าระดับชาติอยู่เบื้องหลังนี้ สมควรจะได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเฉกเช่นพรรคไทยรักไทยหรือไม่

อีกทั้งยังเห็นว่า บุคคลหรือฝ่ายการเมือง ไม่ว่าพรรคไหนหรือฝ่ายใดก็ตาม ที่หยิบประเด็นระดับชาติมาหาเสียงโจมตี เพื่อสร้างกระแสจุดเด่นให้พรรคตนเองเกิดความน่าสนใจ น่าจะคำนึงถึงชื่อเสียงของทางมหาวิทยาลัย และผลดีผลเสียที่จะเกิดต่อบ้านเมือง มากกว่ามุ่งหวังที่จะเอาแต่โจมตี เพื่อเอาชนะทางการเมืองมากกว่า


ใบปลิวต้าน คมช.โผล่เต็ม ม.ราม
โปสเตอร์โจมตีรัฐบาล และ คมช.ปรากฎให้เห็นทั่วมหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากมีข่าวว่า นักการเมืองระดับชาติ จ่ายเงินให้นักศึกษาบางกลุ่ม เพื่อให้เคลื่อนไหวทางการเมือง http://www.nationchannel.com/xnews/index.php?news_id=5324

ตามข่าวระบุว่า มีการสนับสนุนงบประมาณ 2 ล้านบาท !!!

โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net