วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟูจิโมริต่างกันไหมกับทักษิณ


ศาลฎีกาชิลี มีคำสั่งเป็นที่สุดให้ทางการชิลี ส่งตัวนายอัลเบอร์โต ฟูจิโมริ อดีตประธานาธิบดีเปรู กลับเปรูในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ในความผิดข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่เขาเรืองอำนาจช่วงปี 2533-2540

 

คำสั่งศาลฎีกาชิลีในวันนี้ ถือเป็นการปิดฉากความพยายามตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ของอดีตผู้นำเปรู ที่จะดิ้นรนให้รอดพ้นจากการถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในเปรู

 

นายอัลเบอร์โต ฟูจิโมริ อดีตประธานาธิบดีเปรู ซึ่งขณะนี้ลี้ภัยอยู่ที่ชิลี กำลังจะถูกส่งตัวกลับไปยังเปรู ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หลังจากศาลสูงสุดของชิลี มีคำตัดสินให้ส่งตัวนายฟูจิโมริ ไปขึ้นศาลพิจารณาคดีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทุจริตคอร์รับชั่นในสมัยที่เขาครองอำนาจอยู่ในเปรู

 

ฟูจิโมริ วัย 69 ปี ต่อสู้คดีเพื่อไม่ให้ทางการชิลีส่งตัวเขากลับไปเปรู หลังจากเขาเดินทางจากญี่ปุ่น เข้ามาอยู่ที่ชิลี ตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งล่าสุด นายฟูจิโมริ ถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านพัก ศาลสูงของชิลีกล่าวว่า คำตัดสินครั้งนี้ ศาลได้พิจารณาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน 2 ข้อหา และการทุจริตคอร์รับชั่น 5 ข้อหา คำตัดสินครั้งนี้ ถือเป็นที่สิ้นสุดโดยไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อีกต่อไป

 

ด้านนายฮอร์เก เดล คาสติลโล นายกรัฐมนตรีเปรู กล่าวว่า รัฐบาลเปรูจะไม่แทรกแซงการตัดสินคดีนี้ และให้คำมั่นว่า นายฟูจิโมริ จะได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ และการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม

 

ข้อกล่าวหานายฟูจิโมริ ว่ากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 เมื่อรัฐบาลของเขาถูกกล่าวหาว่า สั่งการให้สังหารพลเรือนในการทำสงครามปราบปรามฝ่ายกบฏชายนิ่ง พาธ โดยมีการสังหารหมู่พลเรือน 15 คน ชานกรุงลิมา ในปี 2534 อีกทั้งมีกรณีการลักพาตัวอาจารย์ และนักศึกษาไปสังหารหมู่รวม 10 ชีวิต ในปี 2535

 

ด้านนายฟูจิโมริ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว เป็นกลอุบายทางการเมือง ซึ่งเขาเชื่อว่าคำตัดสินของศาลสูงชิลีให้ส่งตัวเขากลับเปรู จะเป็นโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดกับประชาชน และต่อสู้กอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา โดยยืนยันว่า ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้นำเปรู 10 ปี เขาเป็นผู้แก้ปัญหารุนแรงที่ประเทศชาติต้องเผชิญ เช่น การก่อการร้าย และเงินเฟ้อ

ทักษิณแฝดเหมือนฟูจิโมริ

เปรู เมื่อทศวรรษ 1990อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเกษตร นำเสนอประเด็นปฏิวัติฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน จนประชาชนชาวเปรู ลงคะแนนเลือกเขาอย่างล้นหลาม

ก่อนเข้ารับตำแหน่งอัลเบอร์โต ฟูจิโมริ ประกาศต่อหน้าฝูงชนว่า

ข้าพเจ้าไม่เคยกลัวความจริงและความเป็นจริง และคนที่ไม่ต้องการให้ประชาชนแสดงประชามติแสดงว่าคน ๆ นั้นกลัวประชาชน กลัวจะสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างถ้ายอมให้ประชาชนแสดงประชามติ ด้วยเหตุนี้คนเหล่านั้นจึงพยายามหลีกเลี่ยงและหลบเลี่ยงการรับฟังเสียงประชาชน” 

และเมื่อเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดี ฟูจิโมริ ทำในสิ่งที่คนอื่นคิดว่าทำไม่ได้ ให้เป็นไปได้ เพราะเปรู ในเวลานั้นมีปัญหาเกี่ยวกับการก่อการร้าย และมีปัญหาเงินเฟ้อสูงถึง 7000% แต่ฟูจิโมริ ก็ทำให้เศรษฐกิจชาติ เกิดความมั่นคง สร้างความกดดันให้กับฝ่ายก่อการร้าย จนผู้นำฝ่ายก่อการร้าย อบิลมาแอล กูสแมน ยอมเข้ามอบตัวในที่สุด 

อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเปรู ได้ด้วยความร่วมมือของหัวหน้าฝ่ายสืบราชการลับที่ชื่อ วาลดิมิโร มอลเตสติโน

ต่อมาในปี ค.ศ.1992 ฟูจิโมริ และมอลเตสติโน ประกาศยึดอำนาจ ประกาศยุบสภา แล้วสถาปนารัฐบาลแห่งชาติ เพื่อบริหารประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาชาติทำได้อย่างรวดเร็ว ฟูจิโมริ  เห็นว่าทางเดียวคือให้ฝ่ายบริหาร มีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ โดยอ้างสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือบริหารประเทศ

การกระทำครั้งนั้น ทำให้โลกทั้งโลกเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ความเป็น “เผด็จการในคราบพลเรือน” ประกอบกับ ฟูจิโมริ มั่นใจว่าเขามีคะแนนนิยมสูงสุดในเวลานั้น เขาจึงประกาศให้มีการเลือกตั้งในเดือนกันยายน ปีค.ศ.1992 และผลก็ปรากฏว่า “พรรคแกรมบิโอ 90” หรือ “นูลามายอรา” ของเขาได้รับชนะ มีที่นั่งในสภาเกินครึ่งหนึ่ง

อีก 1 ปีต่อมา (ค.ศ.1993) เมื่อรัฐสภา รับรองรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นโดยนักกฎหมายที่อยู่ในอำนาจของฟูจิโมริ ซึ่งอำนาจรัฐสภา รวมทั้งกองกำลังของชาติ ได้ตกมาอยู่ในมือของฟูจิโมริ เพียงคนดียว เขาก็เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง 360 องศา และกลายเป็น “เผด็จการในคราบพลเรือน” อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมๆ กับการเริ่มขจัดฝ่ายตุลาการ ที่เป็นขวากหนาม และรวบอำนาจศาลมาเป็นของประธานาธิบดี

ด้านฝ่ายตุลาการ ที่พยายามลุกขึ้นมาต่อต้านซึ่งก็ทำได้เพียง 2 สัปดาห์ ฟูจิโมริ ก็ใช้อำนาจเด็ดขาดปลดผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ออกจากตำแหน่งทั้งหมด และรวมทั้งปลดคณะกรรมการสภายุติธรรม ซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลสูง 20 คน อัยการ 30 คน

เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ถูกต่อต้านอีก ฟูจิโมริ ได้ออกพระราชกำหนดให้ประธานาธิบดี มีอำนาจเหนือฝ่ายศาลยุติธรรม ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การปลด ผู้พิพากษา และอัยการ นี่คือการหยุดยั้งหลักประกันความยุติธรรมและความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการ

ปี ค.ศ.1995 ฟูจิโมริ ให้อภัยโทษพลเรือนที่ถูกกล่าวหา ถูกสอบสวน รวมทั้งถูกฟ้องร้องจากเหตุการณ์ปราบปราบขบวนการก่อการร้าย ขณะที่รัฐสภา ภายใต้อำนาจ ฟูจิโมริ ได้ออกกฎหมายที่ชื่อ 26492 โดยห้ามศาลยุติธรรม ตีความกฎหมายฉบับนี้ในความหมายอย่างกว้าง ซึ่งจะเปรียบไปแล้วก็เหมือนกับ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ออกโดยฝ่ายบริหาร ภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 

ข้อมูลจาก นิตยสาร TheCityJournal ฉบับที่ 36 วันที่ 17-31 ธันวาคม 2548

http://thecityjournal.blogspot.com/

 

โดย รักษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net