วันที่ จันทร์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

~*ใจดวงน้อย...เจ้าจะอยู่ในใจดวงนี้..ตลอดไป*~ (ภาคสอง)


~*ใจดวงน้อย...เจ้าจะอยู่ในใจดวงนี้..ตลอดไป*~
(ภาคสอง)

ความเดิม...ตอนโน้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

"แล้ว…วันที่ชีวิตตึ๊ดตื๋อต้องพลิกผันครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อคำสั่งย้ายไปกรุงเทพฯ มีมาอย่างกระทันหัน และแน่นอนเราต้องพาตึ๊ดตื๋อขึ้นไปด้วย วิธีที่จะนำสัตว์เดินทางไปด้วย(พร้อมคน) วิธีเดียวคือ รถไฟ"

.............................................................

 เนื่องจากเป็นการเดินทางอย่างกะทันหัน และไปเจอแจ็คพอตช่วง"สงกรานต์" การเดินทางด้วยรถไฟพร้อมตึ๊ดตื๋อรอบนี้จึง โกลาหลสุด ๆ เริ่มตั้งแต่โทรไปจองตั๋วรถไฟ

ชั้น 1 เต็มครับ

ชั้น 2 ล่ะ เต็มถึงวันที่ 20 ครับ

คิดไปคิดมา..เอาไงดีนะ

โห งั้น ชั้น 3 ก็ได้...ได้ครับ เหลือ 5 ที่พอดี ชื่อไรครับ...

เป็นอันว่า ได้ขึ้นรถไฟชั้น 3 ช่วงสงกรานต์แห่งเดือนเมษาที่ร้อนอบอ้าว 

เราพาตึ๊ดตื๋อไปชั่งน้ำหนักเพื่อเสียค่าตั๋ว ปรากฏว่าต้องเสียค่าตั๋วสำหรับตึ๊ดตื๋อ 92 บาท

ตัวตึ๊ดตื๋อ เองนั้น ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนไกล และเจออะไรที่วุ่นวายแบบนี้ มันจึงอยู่ไม่นิ่ง ผลุดลุกผลุดนั่งในกรงแคบ ๆ สีฟ้า บางช่วงมันนั่งนิ่ง อ้าปากแลบลิ้นออกมาหอบแฮ่ก ๆ เหมือนสุนัข  คงจะร้อน น่าสงสารมาก เราเอาน้ำให้ตึ๊ดตื๋อดิ่ม มันก็ไม่ดื่ม เอาอาหารให้ มันก็ไม่ทาน ปากก็ร้อง"เหมียวววววววว" ดังไปทั่วบริเวณ 

 ในยามนั้นสงสารตึ๊ดตื๋อจับใจ

กระทั่งได้เวลารถไฟออก ประมาณ 5โมงเย็น อากาศยังร้อน และแดดยังเปรี้ยงมาก รถไฟเริ่มแล่นตึ๊ดตื๋อยิ่งอยู่ไม่นิ่ง มันยิ่งร้อง"เหมียวววววว"โหยหวน ตะเกียกตะกายจะออกจากกรง คนนั่งตรงข้ามแรก ๆ เค้าก็ยิ้มในความน่ารัก(หรือประหลาดก็ไม่รู้) แต่พอตึ๊ดตื๋อออกอาการหนัก ๆ เข้า สีหน้าก็เปลี่ยนเป็น รำคาญอย่างเห็นได้ชัด พักใหญ่ก็เลยตัดสินใจหยิบกรงไปไว้ตรงช่องข้าง ๆ ห้องน้ำ ทว่าตึ๊ดตื๋อ หาได้หยุดไม่ มันยิ่งร้องเสียงดัง ยื่นมาออกมาสะกิดขาคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นคงจะให้ช่วยนำมันออกจากกรง เราเห็นภาพนั้นแล้วสงสารตึ๊ดตื๋อ จึงตัดใจหยิบกรงมาไว้ที่เดิม แล้วอุ้มเค้าออกมาจากกรง เอาผ้าขนหนูห่อตัวไว้แล้วอุ้มเค้านอนบนตัก เหมือนเด็ก........เท่านี้เอง ตึ๊ดตื๋อ เงียบกริบ......น้ำแห่งความสงสารเอ่อล้นออกมาจากดวงตา นี่เพราะมันกำลังหวาดกลัวนี่เอง..คิดไปต่าง ๆ นานาว่าเรากำลังทำร้ายตึ๊ดตื๋อ ให้ทรมาน แต่จะทำอย่างไรได้ จึงได้แต่ขอให้มันอดทน อนทด อีกไม่นานก็จะถึงบ้านแล้ว

 ตลอดคืนลมแรงโบกสะบัดทางหน้าต่างรถไฟ เราอยากหลับ แต่หลับไม่ได้สนิท เพราะตึ๊ดตื๋ออยู่ในอ้อมกอด มันนอนนิ่งหลับตา ไม่ร้องสักเอะ ผลัดอุ้มกับเพื่อนที่มาส่งบ้างบางที

คืนนี้..เป็นค่ำคืนที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นค่ำคืนที่ทรมานที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา

9 โมงครึ่งรถไฟแล่นมาถึงนครปฐม ไม่นานก็ถึงสถานีศาลายา เราเลือกลงสถานีนี้ เพราะสะดวกและใกล้บ้านมากกว่าจะนั่งไปถึงหัวลำโพง พอลงจากรถไฟมาได้เหมือนมาเจออีกโลก ความแออัดยัดเยียดและแสนจะอึดอัดหมดไป ตึ๊ดตื๋อ เองก็น่ารักพอรถไฟแล่นออกจากสถานีปุ๊บ มันก็ฉี่ออกมาปั๊บ เราจึงนำมันไปทำความสะอาด สุนัขแถวนั้น เมียงมองอยู่ไกล ๆ ตัวตึ๊ดตื๋อ เองเสียอีก ที่ใช้เล็บจิกเนื้อเราซะเป็นรอยลึก คงเพราะหวาดกลัวอยู่นั่นเอง  หลังจากโทรบอกให้คุณพ่อมารับ ก็รอไม่ถึงชั่วโมง เราก็กลับมาสู่บ้านของเราที่นนทบุรี

ที่บ้าน..

มีสุนัขที่พ่อเลี้ยงไว้อยู่ 3 ตัว พอเราวางกรงตึ๊ดตื๋อปุ๊บ พวกมันก็ทำท่าจะขึ้นมาดูหน้าสมาชิกใหม่ แต่แม่ห้ามไว้จึงได้แต่ยืนขบกรามกรอดอยู่ข้างล่าง....พ่อกับแม่และน้อง ๆ ไม่ค่อยเต็มใจนักที่จะเลี้ยงตึ๊ดตื๋อ  เนื่องจากบ้านเราไม่เคยเลี้ยแมว ไม่ชอบแมวตรงที่มันถ่ายไม่เป็นที่ ก่อความเดือดร้อน และแมวที่ลูกสาวนำมานี้ก็ไม่น่ารัก สีดำมะเมื่อม ดูน่ากลัว ได้แต่บอกว่า ให้เราดูแลเอาเอง และอย่าให้มันถ่ายเลอะเทอะ....เราก็ยิ้มออกในทันที พร้อมรับปากอย่างแม่นมั่น

สามวันแรก ตึ๊ดตื๋อ มีชีวิตอยู่ในกรง เพราะอยากให้มันชินกับสภาพที่บ้านซะก่อน จากนั้นจึงปล่อยให้มันออกมาข้างนอก แต่ดูเหมือนมันจะติดกรงเสียแล้วพอเจอหมาเห่านิด ก็วิ่งไปที่กรง ...ว้า...เสียเชิงชายหมดเล๊ยย ตึ๊ดตื๋อเรา  พอสักพักมันก็ชิน มันเริ่มเดินเล่นรอบบ้าน เริ่มแอบงีบหลับตามที่ที่มันชอบ เริ่มเป็นมิตรกับหมาทีบ้านมากขึ้น และเมื่อมันชินมากเข้า สัณชาตญาณแห่งความเป็นหนุ่มของมัน ก็กลับมาอีกครั้ง......มันเริ่มออกเที่ยว จากเที่ยวกลางวัน มาเริ่มเที่ยวกลางคืน หลาย ๆ เช้าที่ตื่นมาแล้วตึ๊ดตื๋อยังไม่กลับบ้าน เราต้องออกแรงเดินตามหาที่บ้านโน้นบ้านนี้ จนละแวกนั้น ต่างรู้จักชื่อของตึ๊ดตื๋อดี และต่างขบขันกับการกระทำของเรา ที่ออกตามหาแมวได้เกือบทุกเช้า (ก็คนมันรักนี่นา)

เมื่อทนไม่ไหว เราจึงตัดสินใจพามันไป "ทำหมัน" และด้วยกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจ เย็นวันนั้น ก็รีบนำมันไปที่คลินิคสัตว์ใกล้บ้าน สัก 2 ชั่วโมงก็มารับมันกลับ.........ตึ๊ดตื่อนอนสลบอยู่ในกรงเหมือนแมวตาย เนื้อตัวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉี่ผสมกลิ่นยา และกลิ่นควเลือดเล็ก ๆ เราไม่รู้สึกรังเกียจหรือเหม็น แต่รู้สึกสงสารมันมากกว่า คุณหมอบอกว่า น้ำเหลืองผสมน้ำฉี่ของมันจะไหลออกมาอยู่เล็กน้อย ให้ใช้ผ้าวับไว้    เมื่อมาถึงบ้านมันก็ยังสลบ ประมาณ 2 ทุ่ม มันจึงเริ่มฟื้นใช้เวลานานจึงค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นตามลำดับ จนยืนได้และเดินเซ ๆ เป๋ ๆ ปัด ๆ ปากก็ร้อง "หง่าววววววว" ออกมาอย่างเสียงหลง สติ-สตังคงยังไม่เข้าที่นัก และมันคงเจ็บ......ใจหนึ่งนึกสงสาร อีกใจก็คิดว่า นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้มันหายเที่ยว (เห็นแก่ตัวมาก ๆ เลยเรา)

หลังจากทำหมัน ติ๊ดตื๋ออยู่ติดบ้านได้ประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นพฤติกรรมก็ยังเหมือนเดิม มันก็ยังคงเที่ยวหายไปเกือบทุกคืน เราเกือบทำใจได้แล้ว เพราะมันจะกลับมาทุกเช้า เผอิญคนข้าง ๆ บ้านมาเตือนว่า ให้ระวัง "งูเหลือม" ที่มีอยู่บริเวณที่รกร้างใกล้บ้าน ซึ่งเจ้างูตัวนี้ ได้เขมือบแมวและไก่บริเวณนั้นไปแล้วหลายตัว...ไม่ใช่คนเดียวที่เตือน แต่หลาย ๆ คนก็ให้ระวังเรื่องนี้....เอาล่ะสิ "ห่วง" วงใหม่มาอีกแล้ว

สุดท้าย เพื่อเป็นการแก้ปัญหา ว่าหากเห็นมันไปเที่ยวที่อื่นหรือไปเล่นในที่ที่อันตราย  เราจึงจัดการอัดชื่อและข้อความว่า "ใครพบแมวตัวนี้กรุณาส่งคืนที่บ้านของ........โทร........." ไว้ที่ปลอกคอของมัน   การกระทำของเราในครั้งนี้ ทำเอาชาวบ้านชาวช่องที่พบเห็นต่างฮาไปตาม ๆ กัน (ไม่เป็นไร๊...ความรักทำให้หน้าชาซะแล้ว) แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนต่างให้ความสนใจและสงสัยมาที่ตึ๊ดตื๋อ   ว่าเจ้าแมวดำ ๆ ตัวนี้มีดีอะไร จึงทำให้เราหลงรักนักหลงรักหนา...และนั่นก็เป็นที่มาที่ทำให้ชาวบ้านเริ่มหลงรักมันด้วยนั่นเอง

ในเวลาไม่นานนัก..ตึ๊ดตื๋อ ก็ กลายเป็นขวัญใจของคนทั่วไป กระทั่งลูกเล็ดเด็กแดง ที่หวาดกลัวแมว หรือเกเรแค่ไหน เมื่อมาเจอตึ๊ดตื๋อ ก็จะเข้ามาหอบ มาอุ้ม ให้น้ำ ให้ขนม ป้อนโน่นนี่ (ตามประสาเด็ก ๆ )จนบางทีผู้ใหญ่ที่เห็นก็ต้องเข้าห้ามบ้าง บางทีในทีมฟุตบอลเล็ก ๆ ของเด็ก ๆ ตึ๊ดตื๋อ ก็เข้าเหมือนไปเป็นผู้เล่นด้วย มันวิ่งไล่บอลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย......คนเฒ่าคนก็เอ็นดูมัน ยามที่มันไปเที่ยวที่บ้านเค้า ก็มีปลาให้ทานมีของเล่นมาให้เล่น เตรียมไว้ให้มันเล่น 

ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่าคนละแวกนั้นต่างหลกรักตึ๊ดตื๋อ   เจ้าแมวตัวดำประหลาด นี้ไปเข้าเต็มหัวใจเสียแล้ว......

พ่อกับแม่และน้อง ๆ เอง ก็หลงรักมันใช่ย่อย พ่อเองเป็นคนซื้ออาหารแมวมาเตรียมไว้ คอยอาบน้ำให้ คอยหาของเล่นและปฏิบัติต่อมันเหมือนมันเป็นลูกคนหนึ่ง เป็นน้องอีกคน   อาจเป็นเพราะ พ่อกับแม่เห็นลูกสาวหลงรักมัน จึงรักตาม และเพราะความน่ารักของตัวตึ๊ดตื๋อเองด้วย

ความรัก..ความอบอุ่นกำลังดำเนินไปด้วยดี   แต่เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป .....

ขอเรียนผู้อ่าน(อีกครั้ง) ว่า ติดตามตอนต่อไปนะคะ ^-^

ปล. สัญญา ว่าจะรีบเล่า  อิอิ

โดย HalfMoon

 

กลับไปที่ www.oknation.net