วันที่ อังคาร กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถือหุ้นเกิน ตะแบง และหน้าด้าน


                ปัญหาเรื่องการถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกินที่กฎหมายกำหนด ของท่านรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติ 3 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย นายสิทธิไชย โภไคยอุดม รมว.เทคโนโลยีและสารสนเทศ และนางอรนุช โอสถานนท์ รมช.พาณิชย์ ดูจะไม่ใช่ปัญหาเล็กๆเสียแล้ว

                เมื่อรัฐมนตรี 2 ใน 3 ประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อความสง่างามของรัฐมนตรี และมาตฐานทางจริยธรรมที่เหมาะสม ในขณะรัฐมนตรีอีกคนที่กำลังกอดเก้าอี้ของตัวไว้อย่างเหนี่ยวแน่น โดยเมินกระแสสังคมและเสียงเรียกร้องในการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ รวมทั้งเรื่องความเหมาะสมและจริยธรรม

            ไม่น่าเชื่อว่าคนที่กอดเก้าอี้แนบแน่นนั้น กลายเป็นนายอารีย์ วงศ์อารยะ ลูกหม้อกระทรวงมหาดไทย ที่ไต่เต้ามาตั้งแต่เป็นพลตำรวจ สังกัดกรมตำรวจ จนมาถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงไปเป็นเรื่องความพยายามที่จะกดดันให้พ้นจากตำแหน่งก่อนการเลือกตั้ง เพื่อจะไม่ให้ตัวเองเข้ามาความคุมการเลือกตั้ง 

                หรือแม้แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 49 และรัฐธรรมนูญปี 50 ที่มีบทเฉพาะกาลเว้นไว้ให้ ไม่ใช่เป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 40

                รวมถึงการอ้างว่าตนมาจากการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี ได้รับการขอร้องมา ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้อยากเข้ามาเอง ดังนั้นมาตรฐานที่สังคมต้องการและเรียกร้องจากท่าน จึงไม่ควรที่จะนำมาเหลือบแลสำนึกแต่อย่างใด

                หนักเข้าก็ถึงขนาดจัดม็อบดอกไม้แดง ที่นำโดยกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจากพื้นที่ต่างๆ มาให้กำลังใจถึงกระทรวง โดยปลุกเร้าตลอดเวลา ว่า “อารีย์ คนดี” จนน่าสงสัยว่ามาตรฐานของคำว่า “คนดี”ของคนจำพวกนี้เป็นอย่างไรกันแน่

                ทุกอย่างถูกนำไปตีเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งจากตัวของอารีย์เอง รวมถึงทีมงาน ซึ่งทำให้ “คนที่คิดว่าตัวเองเป็นสื่อมวลชน” บางช่องตกเข้าไปสู่หลุมพรางกับดักขนาดใหญ่ ถึงขนาด ตั้งประเด็นคำถามว่า ปัญหาเรื่องหุ้นที่ออกมาขณะนี้ เกี่ยวข้องกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่งัดข้อกับอารีย์มาตลอด ????

                ทั้งที่ข้อเท็จจริงที่นายอารีย์ไม่เคยตอบหรือชี้แจงเลย ก็คือ เจ้าตัวหุ้นที่นายอารีย์ถือครองมาเกินกว่า 5 เปอร์เซ็นต์นั้น ถือครองมาตั้งแต่เมื่อใด

                ซึ่งตามข้อมูลของป.ป.ช. นายอารีย์ถือหุ้นตัวนี้มาตั้งแต่ ก่อนปี 2547 หรือในช่วงที่นายอารีย์ ดำรงตำแหน่งรมช.ศึกษาธิการในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

                นายอารีย์จะมาอ้างได้อย่างไรว่าไม่ผิดกฎหมายใดๆ เพราะในขณะนั้นอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ถือหุ้นเกินกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ต้องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

                หรือนายอารีย์จะมาอ้างอีกว่า เท่าที่ไปเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ก็เพราะนายกฯ(ในขณะนั้น)ขอร้องอีก ตัวเองไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง จึงไม่จำเป็นต้องรักษามาตฐานจริยธรรมหรือกฎหมาย (ที่กำหนดไว้ให้พวกนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง )

                ดังนั้น ประเด็นสำคัญ คือนายอารีย์ ถือหุ้นเกินกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ จริงหรือไม่ และถ้าจริง ถือมาก่อนปี 47 ที่เป็นรมช.ศึกษาธิการ หรือไม่  ถ้าจริง ก็แสดงว่านายอารีย์ จงใจทำผิดกฎหมายตั้งแต่เป็นรมช.ศึกษาธิการ และคนที่กระทำผิดกฎหมายโดยเจตนาเช่นนี้ สมควรจะอยู่ตำแหน่งที่มีเกียรติเช่นนี้ต่อไปหรือไม่

นายอารีย์ก็น่าจะตอบตัวเองได้ว่า ควรจะทำอะไรต่อไป จะอยู่ หรือจะไป คนระดับนี้แล้ว          คงคิดได้เอง

ถ้าคิดไม่ได้ ขอพูดคำเดียวครับ

...ด้าน....มากกก

////////////

โดย กวีจงจินต์

 

กลับไปที่ www.oknation.net