วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2549

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทราบแล้วเปลี่ยน...สุวรรณภูมิกำลังเจอคู่แข่งรอบด้าน


วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาฯ
       ไม่ต้องแปลกใจถ้าหากเวียดนามจะคิดการใหญ่ เพื่อสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ เพื่อแข่งกับ "สุวรรณภูมิ" ของไทย และ "จางงี" ของสิงคโปร์ เพราะเป้าหมายของการเป็น "ศูนย์กลาง" แห่งธุรกิจนั้น ย่อมไม่มีใครสามารถผูกขาดเอาไว้ได้
        โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ไม่สำคัญเท่ากับความสะดวกสบายและประสิทธิภาพของการให้บริการการบินนานาชาติ
 แค่มองแผนที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็จะเห็นว่ากรุงเทพฯ ได้เปรียบในแง่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์มากกว่าสิงคโปร์และเวียดนามเป็นแม่นมั่น แต่การได้เปรียบด้านที่ตั้งอย่างเดียวไม่พอ เพราะท้ายสุดจะไปสรุปกันที่สัจธรรมของ Survival of the fittest อันหมายถึง การอยู่รอดของคนที่ทำตัวเองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
        ณ วันนี้ สนามบินสุวรรณภูมิใหม่เปิดมากว่า 3 เดือนแล้ว ยังมีปัญหาคาราคาซังอยู่หลายด้านและดูเหมือนจะยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถแก้ไขให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดลงไปได้ เพราะผิดกันตั้งแต่ตัวโครงสร้าง รูปแบบ และเมื่อปัจจัยการเมืองเป็นตัวตัดสินเหนือข้อพิจารณาทางด้าน "บริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด" การแก้ปัญหาก็ย่อมจะวนเวียนอยู่เหมือนลิงแก้แห ขาดความเด็ดขาดชัดเจนที่บอกไม่ได้ว่าอะไรมาก่อนมาหลัง
        ออกจากสุวรรณภูมิไปลงสนามบินจางงีของสิงคโปร์วันนี้ จะรู้สึกว่าของเขาเล็กลงไปถนัดตา แต่ตรวจสอบเพิ่มเติมจะรู้ว่าเขาไม่ยอมเสียตำแหน่งแชมป์ไปง่ายๆ...มองออกนอกสนามบินจางงีเดิมจะเห็นเขากำลังสร้าง terminal ใหม่อีกสองปีกอย่างคึกคัก...แน่นอนว่า เขารู้ว่าเขากำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างเข้มข้นจากไทยและเวียดนามในอนาคตอันใกล้
        ความจริง ถ้าวิจัยให้ลึกกว่านั้นสิงคโปร์ มองสนามบินเมืองใหญ่ๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง กวงโจว เซี่ยงไฮ้ เป็นพันธมิตร และคู่แข่งพร้อมๆ กันไปในตัวแล้ว เขามองสุวรรณภูมิเพียงเป็นคู่แข่งข้างบ้านที่ต้องระวังแต่ต้องไม่ถูกจำกัดไว้เพียงแค่นี้...เพราะเขามองหาตลาดที่ใหญ่กว่าในอนาคต 5 ถึง 10 ปีข้างหน้าแล้ว
        จุดรับผู้โดยสารเข้าออกใหม่ ที่เรียกว่า terminal ของสิงคโปร์นั้น เขาทำเพื่อตอบสนองความต้องการของบริการสองกลุ่มใหญ่ นั่นคือพวกระดับบนที่ต้องการความสะดวกสบายและพร้อมจะจ่ายแพงเพื่อบริการพิเศษนั้น กับสายการบินประหยัดที่นับวันจะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารด้วย ฉะนั้น เขาไม่ต้องการตกเที่ยวบินไหนทั้งนั้น คนรวยเขาก็เอา คนบินราคาประหยัดเขาก็รับ เพราะเขาถือว่าสำคัญทั้งสองกลุ่ม
        ขณะเดียวกัน ผู้บริหารสุวรรณภูมิวันนี้ยังไม่สามารถตัดสินได้เลยว่า จะกลับไปใช้สนามบินดอนเมืองสำหรับสายการบินประหยัด หรือจะขยับขยายส่วนไหนของสุวรรณภูมิ เพื่อตั้งรับการแข่งขันอย่างทันท่วงที
        ไม่ต้องบอกก็ได้ใช่ไหมครับว่า เรื่องโกงกินใหญ่โตกันในการก่อสร้างสนามแห่งนี้ตั้งแต่ยุคสมัยของรัฐบาลก่อนนั้น ทำให้ทุกอย่างมีคำถามและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การพัฒนาสนามบินแห่งใหม่ เพื่อเอาชนะสิงคโปร์ให้เด็ดขาดนั้นเกิดอุปสรรคเหลือเกิน
        น่าเจ็บใจไหมล่ะ...สิงคโปร์ แข่งกับเราทุกทาง แต่ขณะเดียวกัน ก็แอบมาซื้อหุ้นของชินคอร์ปจากตระกูลของทักษิณ ตอนเป็นนายกฯ หวังจะดูดกลืนผลประโยชน์ด้านโทรคมนาคมและสถานีโทรทัศน์เพิ่มเติมไปอีกด้วย...มือหนึ่งทุบหัวเรา อีกมือหนึ่งก็ล้วงตับเรา
        ที่ต้องเขียนเรื่องสนามบินนานาชาติวันนี้ ก็เพราะข่าวยืนยันว่าเวียดนามกำลังเตรียมจะสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ที่จังหวัดด่งนายทางใต้ของเขา โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบๆ 3 แสนล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์การบินแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชีย
        รัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติแผนแม่บทของสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ของเวียดนาม ซึ่งจะชื่อ Long Thanh (ลองทัน) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และได้ใช้เวลาศึกษาความเป็นไปได้ 18 เดือน จะใช้พื้นที่ประมาณ 30,000 ไร่ มีทางวิ่งขึ้นลงหรือรันเวย์ 4 ช่องทาง ยาวช่องทางละ 4 กิโลเมตร กว้าง 60 เมตร พร้อมจะรับเครื่องบินโดยสารทุกประเภท
        ไม่ต้องบอกก็คงจะเห็นแล้วใช่ไหมว่า ปีใหม่นี้จะต้องเป็นปีที่เราต้องตัดสินใจทำอะไรกับสุวรรณภูมิให้ชัดเจนเด็ดขาด...จับคนโกงมาลงโทษให้สาสม และลงมือบริหารให้สมกับภาษีและความหวังของคนไทยทั้งชาติได้แล้ว

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net