วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ด้วยสิ่งที่จำเป็นต้องทำ..ต้องสละด้วยสิ่งที่รักจะทำ


ข้าพเจ้าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ได้รับแรงกดดันจากครอบครัว เพื่อให้ได้มีงานมีการที่ดี มีชื่อเสียงหน้าตาในสังคม และแน่นอน หากพูดถึงอาชีพที่คนไทยมักเห็นว่าเป็นอาชีพที่มอบความร่ำรวยและความมั่นคงให้กับชีวิตได้

....แอร์โฮลสเตล....(เขียนถูกหรือเปล่าไม่แน่ใจ)

รู้แต่ว่าการเตรียมในการสมัครแต่ละครั้ง ช่างสิ้นเปลืองสิ้นดี

1. สอบโทอิก และต้องให้ได้คะแนนตามเกณฑ์กำหนดของแต่ละสายการบินที่ตั้งวางไว้ 1000 บาท ต่อการสอบ 1 ครั้ง และหากเค้าเก็บตัวจริงไป ก็ต้องขอ reprint ใหม่ โดยเสียตัง + เวลา อีก 100 บาท ต่อ 1 ใบ และอีก 2 วันมารับ

2. รูปถ่าย ต้องมีทั้งขนาด 1-2 นิ้ว และขนาดโปสการ์ด อีกหลายใบ รูปที่ถ่ายต้องใส่สูท แต่งหน้าทำผม และสวมรองเท้าอย่างเรียบร้อย เพราะต้องถ่ายเต็มตัว ครึ่งตัว และใบหน้า ราคาเริ่มต้นตั้ง 500-2200 บาท ต่อการถ่าย 1 ครั้ง (ราคานี้มีทั้งรวมค่าแต่งหน้าและไม่รวมค่าแต่งหน้า)

3. เสื้อผ้า....เพื่อเป็นการเอาใจคณะกรรมการ ผู้สมัครจำเป็นต้องอ่านรายละเอียด ภาพลักษณ์ของสายการบินที่ตะเข้าสมัคร อย่าง สายนนี้ชอบสีแดง เพราะฉะนั้นต้องแดงนำ สายนี้ออกจะหัวเก่า ต้องชุดผ้าไหม ฯลฯ สายนี้ request ขอแขนยาว แต่อีกสายขอแขนสั้น ก็ต้องตัดสองชุด และรูปแบบขึ้นอยุ่กับดุลยพินิจของผู้สมัครว่าจะเอาแบบไหน สีโทนไหนหรืออะไรอย่างไร อันนี้แล้วแต่ว่าจะเอาใจกรรมการมากน้อยขนาดไหนอีกที ราคาเริ่มต้น 1200 บาท(สำหรับสำเร็จรูป)

4. รองเท้า ต้องดูอีกว่าสายการบินที่จะเข้าไปนั้นมีภาพลักษณ์แบบไหน เพราะบางทีปลายแหลมเป็นอะไรที่รับไม่ได้ค่า เพราะมันดูเฉียวไป ส้นสูงแบบเข็มก็ไม่ได้ เพราะไม่เรียบร้อย...แม่เจ้ารายละเอียดทุกเม็ดจริง

5. เครื่องประดับ ต้องมุกไม่ก็เงินที่มีขนาดเล็กเท่านั้น

6. เครื่องสำอาง อันนี้เป็นความสามารถของแต่ละบุคคลที่จะแต่งเองได้หรือไม่ บางคนต้องเข้าซาลอนเลยทีเดียว แล้วก็โดนถามกลับมาว่า "อย่างนี้ถ้าไปทำงานไม่ต้องเอาช่างส่วนตัวไปเลยหรอคะ" ...แหมเว้ย ในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้ทำทรงพวกนี้กันเป็นอาชีพนะ จะมาเป็นภายในวันสองวันก็กะไร อีกอย่างทำไม่สวยก็หาว่าไม่ดูแลอีก

7. เอกสาร อันนี้ไม่เท่าไรพร้อมกันทุกคนอยู่แล้ว

     วันจริง....ตื่นแต่เช้ามาทาเล็บ ต้องเป็นสีเล็บที่ดูเข้ากันทั้งชุด ถุงน่องต้องใส่เพื่อความเรียวงามของช่วงขา กระเป๋าต้องเลือกเข้าชุดและสีต้องเข้ากับรองเท้า ...แต่ละอย่าง.....ไม่ได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใส่แม่แต้น้อย

เรียวปากที่สาดด้วยสารเคมี ใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางค์ เส้นผมที่ปนเปื้อนด้วยการตกแต่ง เสื้อผ้าที่ร้อนทึบ...

ดูอย่างไรก็อึดอัดสิ้นดี...

บางครั้ง(จนกระทั่งหลายครั้ง) ข้าพเจ้าแอบไม่เข้าใจว่า ทำไมการสมัครเข้าเป็น แอร์ฯ ถึงได้มีขั้นตอนทีวุ่นวายและมีการลงทุนที่สูงขนาดนี้ ...ถ้าเอาคณะกรรมการชุดนี้มาเป็นกรรมการคัดเลือกนางสาวไทย ท่าจะดีนะ

แล้วเมือ่ถึงเวลาที่ทุกคนกำลังรอคอย...การสัมพาษณ์ เป็นอะไรที่เป็นธรรมดาโดยทั่วไป แต่ความตื่นเต้น ความตระหนกตกใจหลายๆอย่าง ทำให้คนกังวลและประหม่าอย่างที่สุด

ด่านแรกที่ทุกคนกลัวก็คือ ด่านความสูงและน้ำหนัก ...บางคนถึงกับร้องไห้เพราะความสูงไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

นอกนั้นความยากง่ายก็แตกต่างกันตามแต่กรรมการที่แต่ละคนเจอมา

"แอร์หรอ...ไม่ต่างอะไรกับเด็กเสริ์ฟข้าวหรอก" คำตักเตือนจากแอร์รุ่นใหญ่

สุดท้ายก็ไม่พบเรื่องความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอยู่ดี...บางครั้งภาพลักษณ์ที่คัดเพ้นมาอย่างดี อาจไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านการบริการ หรือการรับผิดชอบต่อลูกค้าได้ดีเท่าที่ควร

"ทำไมสมัครแอร์"

"ความเป็นจริงมันกัดกินชีวิตพี่"

"แล้วอยากเป็นหรอ"

"ไม่ แต่แม่อยากให้เป็น"

"แล้วชีวิตที่เหลือละ"

"ขายวิญญาณสัก 4-5 ปี เพื่อให้คนข้างหลังได้ชื่นใจ ดีกว่าตกนรกหมกไหม้เพราะทำให้แม่ร้องไห้นะพี่"

"แล้วเราละ"

"ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ได้อยากทำแอร์ แต่ต้องทำเพราะต้องกินต้องใช้ ...ใครว่าเงินทองเป็นของนอกกาย ...ขอเดินเข้าไปแล้วเขกกะโหลกที แล้วที่แหลกเข้าไปเนี่ย ขอเค้ากินไม่น่าอายกว่าหรอ"

........ฯลฯ...............ก็ว่ากันไป

....เฮ่อ....เพราะความเป็นจริงมันกัดกินชีวิตแท้ๆ............

โดย room8

 

กลับไปที่ www.oknation.net