วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนขับทัวร์มรณะมักจะไม่ยอมตาย


 เหตุการณ์อุบัติเหตุทัวร์มรณะ 30 ศพ คงหนีไม่พ้นเรื่องความ “ประมาท” ต้องสาวกันให้ลึกว่า ใครประมาทร่วมกันบ้าง ที่ผ่านมามักจะมีแต่คนขับโดนก่อนเสมอ ซึ่ง“คนขับ”เป็นจำนวนมากมักจะไม่ยอมตาย เมื่อเกิดเหคตุการณ์ฉุกเฉิน มักปล่อยให้ผู้โดยสารตายก่อนเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน โชว์เฟอร์ได้ปล่อยให้ประตูรถอัดกันเนินดินจนคนออกมาไม่ได้ และคงต้องดูภาพประกอบการตัดสินใจในการเลือกที่นั่งบนรถทัวร์เอาเองก็แล้วกัน  

 
อุบัติเหตุเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2550 รถโดยสารปรับอากาศ ป.2 สายอุบลราชธานี-กรุงเทพมหานคร ของ บริษัท ศรีสงวนยานยนต์ จำกัด เกิดอุบัติเหตุไฟลุกไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 30 คน บาดเจ็บ 36 คน โดยรถทัวร์คันนี้มีอายุการใช้งานมานานกว่า 36 ปี บริเวณถนนมิตรภาพ กม.140-141 ท้องที่ สภอ.หมวกเล็ก จ.สระบุรี
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น หนีไม่พ้น นายอดุลย์ บุญถูก อายุ 35 ปี คนขับรถทัวร์ “ประมาท” เพราะก่อนเกิดอุบัติเหตุรู้ว่า รถโดยสารคันนี้มีปัญหาเรื่อง “เบรก” แต่คนขับรถไม่เปลี่ยนรถคันใหม่ จอดซ่อมเอง และพยายามขับต่อไปขับต่อไปอีก จนถึงที่เกิดเหตุเบรกไม่ได้ เกียร์และเพลากลางกระเด็น ไปกระแทกกับถังน้ำมัน จนเกิดประกายไฟขึ้นที่ตัวเครื่องด้านหลัง ก่อนที่จะลุกลามย่างสดไปทั้งคัน
นายอดุลย์ คนขับรถพยายามควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทาง แต่ไม่สามารถบังคับรถได้ จึงตัดสินใจหักพวงมาลัยลงข้างทาง เพื่อใช้เนินดินเป็นจุดเบรก
 แต่นายอดุลย์ ไม่ได้ตัดสินใจว่า จะใช้รถข้างที่ตัวเองนั่งขับไปอัดเนินดิน ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ คนขับไม่ยอมให้ตัวเองเจ็บ หรือประตูคนขับปิดล็อค จึงใช้ข้างที่มีประตูทางลงผู้โดยสาร ไปพิงเนินดิน จนทำให้ผู้โดยสารที่อออยู่ประตูทางออก ตายกันเป็นจำนวนมาก
การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องตรวจสอบด้วยว่า ความประมาทของ นายอดุลย์ มีเจ้าของของบริษัทรถทัวร์แห่งนี้ประมาทร่วมด้วยหรือไม่ หรือว่ามีผู้บังคับบัญชาคนอื่นในบริษัทประมาทร่วมด้วยหรือไม่
 นายอดุลย์ ได้เปิดเผยกับสื่อจำนวนมากว่า เมื่อรถทัวร์มรณะมีปัญหาเรื่อง “เบรก” ได้โทรศัพท์แจ้งไปยังบริษัท แต่คนในบริษัทบอกว่า พยายามควบคุมรถไปให้ถึงกรุงเทพฯ ไปซ่อมที่นั่นก็แล้วกัน
 สิ่งที่ตำรวจต้องตรวจสอบเรื่อง แรงกดดันที่เกิดกับนายอดุลย์ ในเรื่องของ “เบี้ยเลี้ยง” เพราะปกติแล้ว คนขับรถ จะได้เบี้ยเลี้ยง ก็ต่อเมื่อนำผู้โดยสารไปถึงปลายทาง ถ้าไปไม่ถึง นั่นหมายความว่า เขาจะต้องถูกตัดเบี้ยเลี้ยงหรือไม่ ..??
 นอกจากนี้ยังคงต้องตรวจสอบด้วยว่า ในการขับรถระยะไกลจากอุบลรายธานีนั้น จะต้องใช้คนขับรถ 2 คน แต่ “ทัวร์มรณะ”คันนี้ มีเพียงนายอดุลย์คนเดียว เป็นคนขับ และคงต้องตรวจสอบบริษัทรถทัวร์คันอื่นนั้น มีการใช้คนขับกี่คน
 ถ้านายอดุลย์ ปฏิเสธ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคนในบริษัท เพราะเห็นว่า รถทัวร์มีปัญหาเรื่องเบรก เขาจะถูกไล่ออกหรือไม่ ไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือไม่ ..??
 ทั้งหมด จะปฏิเสธเรื่อง “ประมาททำให้คนตาย” กันไม่ได้เลย
 ในขณะเดียวกัน จากการรวบรวมข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า “คนขับ” จะไม่ยอมให้ตัวเองตายหรือบาดเจ็บ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน มักจะหักหลบเอาตัวเองรอดเสมอ เหมือนกับอุบัติเหตุหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา คนขับมักใช้ฝั่งตรงข้ามถูกชนจบย่อยเสมอ

\



 จากข้อมูลและภาพประกอบดังกล่าว คงเป็นข้อมูลใช้ประกอบในการตัดสินเลือกที่นั่งในรถโดยสารกันได้บ้างว่า “ถ้านั่งฝั่งเดียวกับคนขับ น่าจะปลอดภัยมากกว่า”
 แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสำนึกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชนที่รถโดยสาร คนขับรถโดยสาร จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งคันรถ ที่ฝากชีวิตและความปลอดภัยเอาไว้ ไม่ใช่เห็นแก่จะตักตวงรายได้เข้าบริษัทเพียงอย่างเดียว
 และหน่วยงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ทำงานเพียงเพื่อ “เต้นตามกระแส” เมื่อถึงช่วงเทศกาล “ปีใหม่” หรือ “สงกรานต์” คราวใด มักจะภูมิใจกันเพียงตัวเลขยอดคนตายเท่านั้น ต้องเข้มงวดกวดขับกับรถโดยสารตลอดไปจะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด


    ++++++

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net