วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานพื้นบ้าน (12) ตำนานสร้างโลก (จบ)


ความเดิมเมื่อตอนที่แล้ว

เมื่อกลับมาถึงโลกก็รีบไปบอกมนุษย์ทันที “พระเจ้าสั่งว่าอย่างไรเจ้าลิง” มนุษย์ถาม “พระเจ้าบอกว่า เพ้อ” ลิงตอบ และมันจำที่พระเจ้าสั่งกับควายมาได้เล็กน้อยว่า “มีลูกได้ที่ละตัว และอุ้มท้องนาน 10 เดือน” 

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา คนและลิงจึงเพ้อ ไม่มีช่วงเลาที่เป็นสัด และแม้ว่าเกิดการปฏิสนธิแล้วก็ยังมีกิจกรรมทางเพศอย่างต่อเนื่อง

ภาค 3

หลังจากพระองค์เสร็จภาระกิจเกี่ยวกับโลกมนุษย์ในครานั้น ทรงดำเนินตรวจสอบจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบด้วยดวงดาวนับ ล้านๆๆๆๆๆๆ ดวง ซึ่งพระองค์สร้างไว้เฉกเช่นโลกมนุษย์

อีกล้านปีต่อมา ได้เวียนกลับมาครบที่โลกมนุษย์อีกคราหนึ่ง ตรงกับ วันขึ้น15 ค่ำเดือน 8 พระจันทร์เด็มดวงส่งสว่างทั่วดินแดนมนุษย์ซีกด้านตะวันออก พระองค์ทรงเห็นเหล่ามนุษย์ ทั้งหญิงชายเริงรมย์ เสพเมถุน ดื่มสุรา เคล้านารี มิมีแม้ผ้าปกปิดกาย สมสู่กันทั้งเป็นคู่และเป็นหมู่ โดยไม่ละอายต่อผีสางเทวดา และมนุษย์ ตั้งตนอยู่ในอบายมุข ทั้ง 6 อันมีสุราเป็นตัวชักนำ

เมื่อพระองค์เห็นเช่นนั้น จึงนึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อ 1 ล้านปีที่ผ่านมา "โอ!" พระองค์อุทาน "เราให้พรมนุษย์ผ่านลิงไปนั่นเอง เห็นทีต้องหาทางแก้เสียแล้ว"

ณ เพลานั้น พระองค์ทรงดำรัสเรียก พระโพธิ์สัตว์ ที่บำเพ็ญเพียรบุญบารมีมาหลายอสงขัยชาติ ขึ้นมาหารือ "เราเห็นว่า โลกมนุษย์ เกิดผิดอาเพศ ท่านคิดว่ากระไร" จอมจักรวาลตรัส "จงช่วยเราแบ่งเบา ชำระบาปมวลมนุษย์ ด้วยเทอญ"

สิ้นคำ พระโพธิสัตว์ มากด้วยบุญญา เสด็จลงมา ณ ชมพูทวีป องค์หนึ่ง หลังปฏิสนธิผ่าน ทศมาศ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วิสาขมาศ ระหว่างสองกรุง จอมกุมารได้ ถือกำเนิด และแสดงอภินิหาร ด้วยการเดิน 7 ก้าว

35 ปีต่อมา ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ เดืน 6 วิสาขมาศ มหาบุรุษทรงตรัสรู้ อริยธรรม อันที่จะน้อมนำไปโปรดมนุษย์ สัตว์ และเทวา

ตั้งบัดนั้นเป็นต้นมา พระศาสดาทรง ธรรมแสดงให้แจ้งใจแก่มวลมนุษย์และสัตว์ เทวดา เปรต และอสุรกาย ประกาศเผยแผ่ไป ตะวันตกจด อาฟกานิสถาน ตะวันออกจด แดนอาทิตย์อุทัย ทิศเหนือจดเทือกเขาหิมาลัย ทิศใต้จดมหาสมุทรอินเดีย

45 ปี ผ่านไป ทรงตรากตรำพระวรกาย อยู่ตามโคนไม้หนึ่ง ตามคูหาหนึ่ง ป่าดงหนึ่ง เพื่อเผยแผ่คำสอน จวบจน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วิสาขมาศ ณ เมืองกุสินารา ทรงตรัสปัจฉิมวาจาก่อนปรินิพพานว่า ปมาโท มัจจุโนปทัง "ความประมาท เป็นหนทางแห่งความตาย" ทรงประกาศฝากศาสน์ไว้กับพุทธบริษัทสี่ให้ยั่งยืน 5000 ปี ณ ดินแดนแห่งนั้น ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ฯ

ในห้วงแห่งโลกีย์ มนุษย์บังเกิดมี 3 เหล่าเผ่าพันธุ์ เหล่าหนึ่งผิวเหลือง สมณะโคดมทรงโปรดแล้ว เจ้าจักรวาล ทรงมองโลกกลมๆ อีกด้าน "โอ...ยังชนเผ่าผิวขาวและผิวดำเล่า ใคร จะโปรด"

543 ปี ต่อมา บังเกิดทารกมหัศจรรย์ ณ ดินแดน ชนผิวขาวชาวยิว อันพระเจ้าพระทานให้มาโปรด หลังจากเจริญวัย ทรงตรากตรำพระวรกาย มิได้หยุดพักผ่อน เผยแผ่คำสอน จากอิสรเอลจดยุโรป จากขั้วโลกเหนือจดทะเลเมติเตอร์เรเนี่ยน ชุมชนอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ฯ

ณ หนแห่ง แห้งแล้งท้องทะเลทราย กลุ่มชนมากมาย ลึกลงไปแอฟริกา ชาวชนเผ่าผิวดำ ขาดการแนะนำให้หลุดจากบ่วงกรรมกาม พระเจ้า (อัลเลาะห์) บันดาลให้นบีมูหมัด ทรงรับบัญชา เผยแผ่ศาสนา โปรดมนุษย์เผ่านั้น ฯ

หมดภาระกิจ ทั้งสามพระองค์ ทรงสิ้นอายุขัย กลับสู่วิมานและปรินิพพาน คงไว้แต่ พระไตรปิฎก คัมภีร์ไบเบิลและอัลกุหร่าน ฝากไว้แก่มวลมนุษย์ โดยสรุปว่า "กัณยานการี กัลยานัง ปาปการี จ ปาปกัง" ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ณ พ.ศ. 2550 ผ่านครึ่งกาลประกาศพุทธศาสนา มา 50 ปี เหตุการณ์ ดังเก่าได้อุบัติขึ้นดังที่ท่านเห็นนั้นแล ฯ

...................................................................................

นิทานเรื่องนี้ หาได้มีเจตนาลบหลู่ศาสนาไม่ แค่เป็นศาสนานุสติ

โดย ครูควนฮาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net