วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

+~ใจดวงน้อย เจ้าจะอยู่ในใจดวงนี้..ตลอดไป~+(ตอนจบ)


+~ใจดวงน้อย เจ้าจะอยู่ในใจดวงนี้..ตลอดไป~+

(ตอนจบ)

ความ

เดิมตอนโน้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน (อีกครั้ง)

อาจเป็นเพราะ พ่อกับแม่เห็นลูกสาวหลงรักมัน จึงรักตาม และเพราะความน่ารักของตัวตึ๊ดตื๋อเองด้วย ความรัก..ความอบอุ่นกำลังดำเนินไปด้วยดี  

         .......................................................................

 แต่แล้ว....เย็นวันหนึ่ง น้องชายชวนไปช้อปปิ้ง ตอนขึ้นรถก็ยังลูบหัวมันที่บันไดบ้าน สั่งมันว่า อยู่บ้านดี ๆ อย่าซนแล้วก็ร้องฝากพ่อที่กำลังรดน้ำต้นไม้ให้ช่วยดูแลตื๊ดตื๋อด้วย

         ประมาณ ทุ่มกว่า ๆ ก็กลับมา หลังจากที่ขนของลงจากรถแล้ว ก็ตะโกนเรียกมัน

"ตึ๊ดตื๋ออออออออออ"...............................เงียบ.................

"ตึ๊ดตื๋ออออออออออ"...............................เงียบ.................

"ตึ๊ดตื๋ออออ"...........................................เงียบ.................

"ตึ๊ดตื๋อ!!"..............................................เงียบ.................

"ตึ๊ดตื๋อ!!!  ตึ๊ดตื๋อ  ตึ๊ดตื๋อไปไหน  ตึ๊ดตื๋อ!!"....................เงียบ.................

"ตึ๊ดตื๋ออออ"..........................................เงียบ.................

"ตึ๊ดตื๋ออออออออออออออออออออออออออออ"

ตะโกนเรียกซ้ำ ๆ แบบนี้ ทั้งน้ำตา เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเงียบ ไร้เสียงโต้ตอบ พ่อแม่และทุกคนต่างปลอบว่า มันคงไปเที่ยว สักพักคงมา เราพยายามคิดไปแบบนั้นด้วย แต่ก็ไม่วายฉวยไฟฉาย เดินออกตามหาบริเวณรอบ ๆ บ้าน เมื่อมีแต่ความว่างเปล่าไร้เสียงโต้ตอบเรายิ่งร้องไห้ ทุกคนปลอบใจว่า ให้รอสักพัก มันก็จะกลับมาเอง   4 ทุ่มผ่านไป ยังไร้แววตึ๊ดตื๋อ อยู่เฉยไม่ได้แล้ว....รีบคว้าไฟฉายแล้วออกตามหาไปทั่วหมู่บ้าน ปากก็ตะโกนเรียกชื่อ ถามคนบ้านโน้น ถามบ้านนี้ ว่าเห็นมันบ้างไหม... ไม่มีใครเห็นมันเลย ทุกคนที่รู้ข่าวว่ากำลังตามหา"ตึ๊ดตื๋อ" ต่างก็ให้กำลังใจ-ปลอบใจและรับปากว่า หากเจอจะนำมันไปส่งที่บ้าน แต่เราก็ยังคงดั้นด้นตามหามันต่อไปแม้ว่าจะดึกดื่นและน่ากลัวแค่ไหนก็ตาม

เกือบตี 1 เราเดินกลับบ้าน น้ำตานองหน้า พ่อกับแม่และน้อง ๆ ยังไม่นอนทุกคนรอฟังข่าว พอเห็นเรากลับมามือเปล่า ทุกคนล้วนตาแดงๆแล้วก็ปลอบใจว่า มันคงไปเที่ยว รอพรุ่งนี้...พรุ่งนี้เช้ามันต้องกลับ

 

วันรุ่งขึ้นเราตื่นมาก็รีบออกไปหน้าบ้าน ปากก็เรียกชื่อมัน แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จิตใจห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรง  โทรไปลางานด้วยใจที่สิ้นหวังสุด ๆ แล้วก็ออกตามหาที่บ้านโน้น บ้านนี้ ทุกที่ ที่คาดว่ามันจะไป.....แต่ก็ยังไร้วี่แวว.....ตกบ่ายเราจึงมาถึงบ้าน แม่รีบออกมาหน้าบ้านไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง เราปล่อยน้ำตาออกมาเหมือนเด็ก ๆ ซึ่งกิริยานี้ก็แทนคำตอบ เมื่อแม่เห็น ดวงตาของแม่ก็เริ่มแดง  แม่ปลอบใจ รออีกวันมันก็คงจะมา อาจจะไปติดตัวเมียที่ไหนสักแห่ง

ตลอดทั้งบ่าย เรานั่งห่อเหี่ยวอยู่หน้าบ้านเฝ้ารอการกลับมาของตึ๊ดตื๋อ ใครผ่านไปผ่านมา ต่างก็ไถ่ถามทุกข่าวคราว แม้เรารู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องตอบว่า "ยังไม่เจอ" แต่ก็ต้องจำใจตอบออกไป เพราะรู้ว่าที่ทุกคนไถ่ถามกัน ก็เพระเป็นห่วงมันเหมือนกันนั่นเอง

ตกเย็น ทุกคนในบ้าน ต่างมารวมกันที่หน้าบ้าน 

พ่อ.....ตัดกิ่งแต่งต้นไม้

น้องชาย...หยิบฝักบัวมารดน้ำ

แม่กับน้องสาว  เด็ดพริก เด็ดผัก เตรียมทำกับข้าว

ต่างคนต่างหากิจกรรมเล็ก ๆ มาทำหน้าบ้าน เพื่อที่จะได้สนทนาถึงเรื่องเศร้าที่พวกเรากำลังเผชิญและเพื่อทำให้บรรยากาศดูไม่เครียดเกินไป 

"หรือจะมีใครจับมันไปขาย" น้องชายออกความเห็น

"ใครจะเอาไปล่ะ แมวดำ ๆ แบบนี้" น้องสาวค้าน

"มันดำสวย ดำปลอด แล้วก็อ้วน ก็ไม่แน่หรอก...เย็นวันนั้นพ่อเห็นใครขับรถมาวนเวียนมั่งมั้ย" แม่หันไปถามพ่อ

"ไม่มีนะ" พ่อตอบสั้น ๆ ปากคาบบุหรี่

เฮ้อออออออ.......หรือว่าเราจะออกไปเดินหาที่สวนจตุจักรดี...ความคิดหนึ่งแวบมาในสมอง

หนึ่งอาทิตย์กับการรอคอยที่ไร้วี่แวว ในที่สุด...เราตัดสินใจชวนน้องชายไปสวนจตุจักรเพื่อตามหาตึ๊ดตื๋อ แม้น้องชายจะออกไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่ก็ยอมไปโดยสดุดีกับเหตุผลที่ว่า

ให้พวกเราได้พยายามตามหาเค้าอย่างเต็มความสามารถที่จะทำได้ก่อนนะ  ถ้าไม่เจอแล้วจริง ๆ จะได้ทำใจเพราะเราพยายามแล้ว

เรากับน้องชายเดินฝ่าความร้อนกลางเดือนสิงหาเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ในโซนสัตว์ของสวนจตุจักร แต่ก็ไม่พบ...เรานั่งรถกลับบ้านด้วยน้ำตานองหน้า น้องชายเองก็ขับรถอย่างเดียว ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากปาก เมื่อมาถึงบ้านเราก็เก็บตัวเงียบ...บรรยากาศของบ้านในช่วงนั้นเงียบสนิท ทุกคนเหมือนไร้ชีวิต พอเริ่มเย็นย่ำพวกเราก็ออกมานั่งหน้าบ้าน หากิจกรรมเล็ก ๆ น้อยๆ ทำบ้าง แต่จุดประสงค์ที่แท้จริง เหมือนพวกเรารอคอยใครสักคนต่างหาก...ซึ่งแน่นอน เค้าก็คือ"ตึ๊ดตื๋อ "นั่นเอง

วันหนึ่งเพื่อนนำแมวพันธุ์ผสมเปอร์เซียมาฝาก เผื่อว่าจะคลายความเศร้าลงไปได้บ้าง แมวตัวนี้พ่อตั้งชื่อให้ว่า "เจ้าตัวเล็ก" เพราะขนมันฟู แต่เมื่อรวบขนแล้วตัวมันเหลือเล็กนิดเดียว....."ตัวเล็ก" ทำพวกเราค่อยสดชื่นขึ้นมาบ้าง แต่ทุกคนก็ยังรอคอยตึ๊ดตื๋อ และเมื่อทุกคนพูดถึงตึ๊ดตื่อทีไร ตาก็เริ่มแดงน้ำตารื้น ทันที

 

จากวันนั้น จนวันนี้กว่า 3 ปีแล้วที่ตึ๊ดตื๋อหายไป....เราและทุกคนยังรอคอยการกลับมาของมันเสมอ พร้อมกับคำถามที่ยังคงคาใจ...."ตึ๊ดตื๋อหายไปไหน" 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร "เจ้าตึ๊ดตื๋อ" แมวสีดำปลอด ตัวอ้วนกลม แมวตัวแรกที่เราเลี้ยง แมวตัวแรกที่เปลี่ยนทัศนะในเรื่องการเลี้ยงแมวของครอบครัว...แมวตัวเดียวที่ซื้อใจของทุกคนด้วยความน่ารัก....

ยังอยู่ในดวงใจของพวกเราอยู่เสมอ...

"ตึ๊ดตื๋อ"...ใจดวงน้อย...เจ้าจะอยู่ในใจของพวกเรา..ตลอดไป
 

 

โดย HalfMoon

 

กลับไปที่ www.oknation.net