วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิราศอพยพ ผลงานสมัยมัธยมของ จิตร ภูมิศักดิ์


เมื่อเอ่ยถึง จิตร  ภูมิศักดิ์  ทุกคนที่อยู่ในแวดวงวรรณกรรมและวิชาการคงรู้จักกันดี เรื่องราว
และผลงานทางด้านภาษาและวรรณกรรมของจิตรยังมีข้อคิดและตำนานความเป็นมาอีกมาก
ให้น่าติดตาม ผลงานต่างๆของจิตร เคยถูกตีพิมพ์แพร่หลายในยุคสมัย ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖
และเคยถูกเก็บเผาทำลายในฐานะ "หนังสือต้องห้าม" ในยุคสมัย ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ทั้งนี้ด้วย
เกี่ยวข้องกับการเมืองและด้วยความแหลมคมของข้อความที่เสียดแทงผู้เป็นใหญ่บางคนใน
สมัยนั้น ผลงานต่างๆ ทางภาษาและวรรณกรรมของจิตรจึงกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจของคน
บางคนในยุคนั้น

แม้ใน "ทำเนียบนักขียน" ของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ สมัยหนึ่งก็เคยทำชื่อของ จิตร 
ภูมิศักดิ์ ตกหล่น

แต่ในปัจจุบัน ผลงานต่างๆของ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้รับการเผยแพร่จนเป็นที่ยอมรับกัน
โดยทั่วไปว่า จิตร  ภูมิศักดิ์ คือ นักคิดและนักเขียนคนสำคัญอีกคนหนึ่งของเมืองไทย

จอมยุทธฯ คงไม่พูดถึงผลงานในยุคหลังของ จิตร  ภูมิศักดิ์  แต่อยากย้อนกลับไปดู
ผลงานที่ถือว่าเป็นยุคแรกของการเริ่มต้นเป็นนักเขียนของ จิตร  ภูมิศักดิ์ หรือสมัย
เรียนมัธยม งานประพันธ์ชิ้นหนึ่งที่ จอมยุทธฯ อ่านเจอ คือ นิราศอพยพ  ซึ่ง จิตร
ภูมิศักดิ์ ได้ประพันธ์ไว้สมัยเรียนมัธยมจึงอยากนำมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านและ
ศึกษางานชิ้นนี้ด้วย ครับ

บทประพันธ์ นิราศอพยพ ชิ้นนี้ ได้มาจากสมุดของจิตร  ภูมศักดิ์ ที่ใช้สำหรับวิชา
บทประพันธ์สมัยเป็นนักเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชั้น ม.๖ สมัยนั้นจิตรมีเลข
ประจำตัว ๔๗๔๓

ประมาณว่า จิตรคงแต่งบทประพันธ์ชิ้นนี้ขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๔๙๒ ดูเหมือน
ว่าจิตรจะไม่แต่งส่งครู แต่แต่งเล่นๆ เพื่อรำลึกถึงความหลังครั้งที่ต้องอพยพโยกย้าย
ตามครอบครัวมาจากพระตะบอง อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ไทยต้องคืนดินแดนให้กับ
ประเทศเขมร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๘๙

บทประพันธ์ชิ้นนี้ได้แสดงความเป็น "นักชาตินิยม" ในวัยขนาดนั้นของจิตรเป็นอย่างดี
ทำให้นึกถึงโคลงอาฆาตนุสรณ์ ที่จิตรเคยแต่งบันทึกลงในสมุดประจำวัน ดังมีใจความว่า

หากสยามยังอยู่ยั้ง.......................ปางใด  เพื่อนเอย
หากสยามยังคงไทย....................คู่ฟ้า
หากสยามกลับเกรียงไกร.............องอาจ  นาท่าน
แปดเขตต์ไทยเดิมอ้า...................โอบเข้าถิ่นสยาม    

ถึงตรงนี้มาอ่าน นิราศอพยพ กันดีกว่าครับ

นิราสอพยพ (จิตร  ภูมิศักดิ์)
(หมายเหตุ  สะกด การันต์ ที่ปรากฎในบทประพันธ์ชิ้นนี้ ขอคงไว้ตามต้นฉบับเดิม)

ร่าย
๑ ศรีสวัสดิ์วิวัฒไชย...........กรุงไกรเกรียงเกริกหล้า...............เกียรติฟุ้งฟ้าฟืกขจร
นครงามเพริศแพร้ว.........บัลลังก์แก้วนวรัตน์.....................ฉัตรสุวรรณอลังการ
ทิพย์พิมานเดียรดาษ........เจดีย์มาศมณฑป...........................นพรัตน์แพรวเพริศ
เลิศพิมานพรหมมินทร์.........พระยศยินเกริกไกล.................ไพรีคร้ามขามเดช
นาประเทศต่างขยาด.........บมิอาจเหิมฮึก.............................บอาจศึกคิดรบ
ยอบยบเกล้าวันทา............นบพารามานอบ..........................มอบถวายคามเขตต์
ประเทศรื่นราบคาบ..........พระบำราบผองภัย......................ปวงโรคไป่พานพ้อง
ฝนตกต้องฤดูกาล.............ธัญญาหารอุดม...........................ราษฎร์ชื่นชมเกษมสุข
สนุกสนานค่ำเช้า...............เร้าเริงหมู่ทวยหาญ....................สำราญเริงรมย์รื่น
ชื่นชมไท้แซร่ซร้อง..........เสริญยศ ธ กึกก้อง.....................เทอดไท้จำรูญ  ยิ่งเทอญฯ

โคลง ๔ สุภาพ
๒  อยุธเยศยศโยคฟ้า.....................เมืองอินทร์
ยศยิ่งล้ำธานินทร์...........................เจิดฟ้า
บุรรัตนโกสินทร์............................เลอเดช  นาพ่อ
ยศยิ่งยศเลอหล้า.............................ยิ่งฟ้าเมืองใด

๓  กรุงไทยยศโยคฟ้า...................ยศยง  จริงฤๅ
แดนผละจากร่มธง.......................แปดเตื้อ
อยุธเยศยศหย่อนลง......................ฤๅเดช  เลอพ่อ
เลอเดชใยบเกื้อ............................ปล่อยด้าวแดนศูนย์

๔  หลวงพิบูลอุส่าห์กู้..................จัตน-  ครีมา
เสริมยศเสริมเกียรติขะจาย............แจ่มหล้า
ถวัลย์ท่านเลยละ..........................ฤๅเหตุ  ใดพ่อ
สี่เขตต์จึงลับข้า...........................ขุ่นข้องหมองฤดี

๕  สี่นครคืนเพื่อนแล้ว................จำลา
ลาจากพระตะบองมา...................สลดล้น
ไม่ตายจักได้คลา.........................มาสู่  อีกแฮ
จำจากฝืนจิตต์ด้น........................จากแล้วนครา

๖  ขอลาปวงเพื่อนพ้อง................ทุกคน
ลาก่อนห้องเรียนจน.....................เก่าอี้
ลาก่อนยอดยุวคนธ์.....................จำจิตต์  ลาแม่
ลาก่อนเถิดถิ่นนี้..........................ไม่ช้ามาเยือน

๗  รถสะเทือนหวูดสะท้าน...........ปฐพี
เสียววาบหวามฤดี........................เรียกน้อง
รถพาจากบุรี................................จากแม่
หูพี่ยินแม่ร้อง...............................ร่ำไห้คนึงหา

๘  คราใดพี่จากเจ้า......................สักวาร
ยามจากนิ่มนงพาล......................เนตรช้ำ
ครานี้พี่จากนาน.........................จงอยู่  ดีแม่
โอกาสดีจักกล้ำ..........................เยี่ยมเยื้อนยุวคนธ์

๙  ผลกรรมเราประกอบไว้.........ปางใด  แม่เอย
จึงพรากพี่มาไกล.......................จากน้อง
ฤๅเทพท่านพึงใจ........................เมิลพี่  โศรกฤๅ
ตันจิตต์อกสะอื้นร้อง.................วุ่นว้าหฤทัย

๑๐  สหัสสนัยภูวนารถท้าว.........ทัศนา  ใดฤๅ
จัตุพักตรบเบือนมา.....................สู่พื้น
กฤษณนิทรเลอวา.......................สุกรีหลับ  ฤๅพ่อ
สองวิโยคโศรกสะอื้น.................ต่างท้าวทำเมิล

๑๑  เดินทางมาจวบเข้า...............ทัพไทย
หวลจิตต์คิดคนึงใน...................อกเร้า
ภาพทับติดตรึงใจ......................เตือนอยู่  เสมอแฮ
แรงพี่ปลูกค่ำเช้า........................คู่เคลี้ยจู่จี๋

๑๒  ทับพี่พี่ปลูกไว้....................ไป่งาม
สุขยิ่งอยู่ตึกราม...........................ดอกน้อง
กระทัดรัดเล็กสมนาม................พออยู่  สองแฮ
เย็นค่ำแขนสอดคล้อง.................เลียบหน้าทับไท

๑๓  คนึงไปใจให้ยิ่ง..................กังวล
ทับท่อมฤๅจักทน......................ยึดเยื้อ
กริ่งแม่ลืมคนจน.......................ลืมท่อม  ทับแฮ
ตึกใหญ่ชายอื่นเอื้อ....................จักยิ้มแย้มสรวล

๑๔  หวลจิตต์คิดใคร่แล้ว.........สกิดใจ
ขอท่านทวยเทพไท...................โปรดข้า
ดลจิตต์แม่อย่าไถล...................เหห่าง  กูแฮ
คุณท่านจักเจิดจ้า......................ไป่ช้าจักสนอง

๑๕  เสียงก้องหวูดครื้นพ่าง........ธรณี
รถเคลื่อนจากสถานี...................แช่มช้า
ช้าแช่มดั่งเพื่อนมี......................อาวรณ์อยู่
โอ้ทัพไทยทับข้า.......................จากแล้วเหงาหงอย

๑๖  กลอยใจเบือนหน้าจาก........สถานี
รถห่างจากทุกที.........................จิตต์เศร้า
นานนักสักกี่ปี............................จึงจัก  พอแฮ
หวลคิดจิตต์รุมเร้า.....................รุ่มร้อนวนเวียน

๑๗  คลองตะเคียนรถผ่านแล้ว.....โหยหา
เฌอตะเคียนไป่ปะตา....................สักต้น 
เหลือบเห็นแต่ยุพา........................ลอยทั่ว
จิตต์พี่รุมร้อนล้น..........................เรียกร้องครวญคราง

๑๘  รูปนางลอยทั่วพื้น...............นภา
อาแม่ยิ้มเยือนมา.........................ยั่วเย้า
ทนต์มุกเนตรมฤคา.....................คมขลับ
ยามสพดังจักเร้า.........................พี่ให้คืนชม

๑๙  ลมฮือมาจากเบื้อง...............บูรพา
หอมกลิ่นเกษกนิษฐา.................โบกเคล้า
เฌอจันทรกลิ่นเชยมา.................ดังกลิ่น  ปรางแม่
กลิ่นเกษกลิ่นปรางเร้า...............พี่ให้คนึงหา

๒๐  รถพาพี่ลิ่วล้ำ.....................บันใดสวา
รถหยุดหาลิงไพร......................ไป่พ้อง
บันใดไป่ปะตา..........................ลิงบ่  พบแฮ
มีแต่นามเรียกร้อง......................สืบเนื่องนมนาน

๒๑  ชานชลาอึงอื้อหมู่...............ปวงชน
ญวนเขมรจีนระคน...................วุ่นคว้า
หอบลูกหอบหลานขน...............ของดะ  รถแฮ
แก่งแย่งแซงออกหน้า.................ป่ายขึ้นเกรียวกราว

๒๒  ถึงคราวพิบัติแล้ว..............จำจร
บ้านเกิดเมืองมารดร...................ประวาสทิ้ง
บ้างเรียกร่ำอาวรณ์......................ลูกแม่
รถเคลื่อนแม่ฟุบกลิ้ง..................ลูกชะเง้อแลหา

๒๓  เมิลนาเห็นทุ่งเวิ้ง..............ใจหาย
รถวิ่งตัดผันผาย.........................เร่งร้อน
ไพศรพณ์อ่อนตามสาย..............ลมโบก
เป็นคลื่นวิ่งยอกย้อน.................ดั่งน้ำใจคน

๒๔  ปุถุชนตายเท่านั้น.............แน่นอน
หวลจิตต์ถึงบังอร....................แน่งน้อย
ครานี้พี่ไกลสมร......................เหินห่าง  แม่นา
จิตต์แม่อาจเลือนคล้อย............ดั่งพริ้วไพศรพณ์

๒๕  สังหรณ์จิตต์คิดแล้ว..........หมดฉงาย
บนเทพไทเมื่อสาย.....................โปรดข้า
หากจิตต์แม่ยังคลาย..................เชือนห่าง  กูแฮ
ทวยเทพไทเจ้าฟ้า......................กลั่นแกล้งอกกู

๒๖  รวีชูดวงช่วงขึ้น...............แรงแสง
เพลิงรุ่มรุมอกแสลง.................ยิ่งแท้
เพลิงรุมใช่รุมแรง....................รวีส่อง  ภาสนา
หากอกพี่เพียบแปร้..................รุ่มร้อนเพลิงกาม

๒๗  สามสถานีผ่านแล้ว..........โหยหา
ไป่เท่าจากกนิษฐา....................อกไหม้
เสียววาบปราบอุรา..................ครวญคร่ำ  แม่เอย
จากแม่เพียงยามให้..................วุ่นว้าทรวงคนึง

๒๘  ถึงสะเดาเห็นยอดเร้า........ไหวลม
หวนระฦกยามทรามชม............ลวกให้
แม่ลวกหวานหมดขม...............รสอร่อย  นาแม่
โฉมแม่จักนั่งไห้......................ลวกแล้วใครกิน

๒๙  ผินหน้ามาสู่เบื้อง.............สถานี
เงียบเชียบคนไป่มี...................สักน้อย
รถเคลื่อนห่างทันที.................โดยรีบ  เร็วแฮ
สะเดาลับสายตาคล้อย.............จากแล้วสรวยสะเดา

ต้นฉบับมีแค่นี้ เข้าใจว่าจิตรคงแต่งนิราศอพยพไว้แค่ ๒๙ บท

ที่มา :  ถนนหนังสือ ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ เดือนกรกฎาคม ๒๕๓๐

โดย จอมยุทธเมรัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net