วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บึ้มป่วนเมืองในภาวะนายกฯเผชิญการซักฟอกจริยธรรมเขายายเที่ยง


การลาออกจากตำแหน่งของรัฐมนตรี 3 คน อันประกอบด้วย นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.ไอซีที นางอรนุช โอสถานนท์ รมช.พาณิชย์ และนายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย อันเนื่องมาจากการถูกทวงถามเรื่องจริยธรรม กรณีถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกินร้อยละ 5 กระทั่งล่าสุดเป็นรายของ นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายสวนิต คงสิริ รมช.ต่างประเทศ ได้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างหนักภายในคณะรัฐมนตรี

แรงกระเพื่อมที่เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างรัฐมนตรีที่ลาออก กับนายธีรภัทร์ เสรีสังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในประเด็นมารยาทในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลชุดเดียวกัน

แรงกระเพื่อมที่ส่งไกลไปถึง "เขายายเที่ยง" เพราะเป็นประเด็น "มืดบอด" ทางจริยธรรมของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเขายายเที่ยงที่อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ชื่อ พล.ท.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (ยศในขณะนั้น) ได้มาโดยถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะการได้สิทธิครอบครองพื้นที่ ซึ่งเป็นเขตป่าลุ่มน้ำโซน ซี นั้น ย่อมไม่มีความเหมาะสม แม้ว่ากรณีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บอกว่าไม่มีอำนาจพิจารณา เพราะได้พ้นหน้าที่เกิน 2 ปีไปแล้ว แต่การไม่มีอำนาจตรวจสอบของป.ป.ช. ย่อมเป็นคนละเรื่องกับการผิดอาญาข้อหาบุกรุกตามพ.ร.บ.ป่าไม้

เป็นความผิดทางอาญาที่นายทวีศักดิ์ จันทะศรี ขบวนการอีสานกู้ชาติ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมป่าไม้ และหัวหน้าป่าไม้เขตจังหวัดนครราชสีมา

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า กรณีบุกรุกเขายายเที่ยงที่มี พล.อ.สุรยุทธ์ และพ.อ.ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้เกิดการแบ่งแยกเพื่อเลือกปฏิบัติระหว่างการปฏิบัติตามกฎหมายต่อบุคคลที่เป็นประชาชนธรรมดา กับนักการเมือง หรือข้าราชการระดับสูง แม้ว่าป.ป.ช.ระบุว่าการกระทำความผิดในกรณีเขายายเที่ยง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช.แต่ไม่เกี่ยวข้องว่าจะเป็นความผิดไปตามกฎหมายป่าไม้หรือไม่

เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งนายตำรวจสันติบาลที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกมารับหนังสือร้องทุกข์ในครั้งนี้ โดยไม่ยอมให้นายทวีศักดิ์เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด

กรณีเขายายเที่ยงที่ดูเหมือนสอดประสานกัน หลังจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 26 คน ได้เข้าชื่อเพื่อยื่นอภิปรายปัญหาจริยธรรมและคุณธรรมของนายกรัฐมนตรี

กรณีเขายายเที่ยงที่กำลังทิ่มแทงโดยตรงไปที่นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะความสำนึกและตระหนักในรัฐธรรมนูญ 2550 หมวดที่ 13 เรื่อง จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ดังนั้น จึงมีความพยายาม "เบี่ยงประเด็น" ไป โดยมีการชิงจังหวะวันที่ 30 กันยายน ต่อเนื่องวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งผบ.ทบ.ของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และการเข้ารับตำแหน่งผบ.ทบ.คนใหม่ของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น "ระเบิด" ที่คนรู้เรื่องการวางจรยุทธ์ นั้น ประเมินได้ไม่ยาก

ประเมินไม่ยาก เพราะการระเบิดใจกลางเมืองหลวงของประเทศ แต่ไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยระดับสูงภายในทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่ล่อแหลมอื่น เหมือนฝ่ายรัฐรู้ว่าเป็นฝีมือใคร

คนระดับวางจรยุทธ์ ที่มีกันทั้งฝ่ายพันธมิตรประชาชน และภายในวอร์รูมรัฐบาล

มีการหยั่งเชิงแล้วปล่อยข่าว โยนกันไปมาระหว่าง 2 ฝ่าย ว่าฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ลงมือ โดยภายหลังจากระเบิดมีการโทรศัพท์จากฝ่ายหนึ่งไปยังหัวหน้าข่าวที่ตนเองสนิทแล้ววิเคราะห์ที่มา สาเหตุเป็นฉากๆ

ระเบิดเมื่อคืนวันที่ 30 กันยายน เหมือนว่าจะเกิดการหยั่งรู้ว่า วันที่ 3 ตุลาคมนี้ จะมีการชุมนุมของประชาชนชาวอีสาน

ประชาชนชาวอีสานในขั้วของพันธมิตรประชาชน ที่มีระดับแก่นแกนมวลชน ลงมาเช็คกระแส และวางกำลัง หรือที่เรียกว่า "ทำงานมวลชนพื้นที่" ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา

พื้นที่อีสานที่รัฐบาลชุดนี้บอดสนิท โดยจะดูได้จากการโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

พื้นที่อีสานที่ไม่เอากับรัฐบาลชุดปัจจุบัน

พื้นที่อีสานที่ขอให้จับตาปฏิกิริยาของหลวงตามหาบัว ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวเนื่องโดยตรง แต่จะเป็น "แรงบวก" เพิ่มความไม่พอใจในรัฐบาลให้เป็นเท่าทวีคูณ

ข่าวสะพัดอีกเรื่องหนึ่งคือ เงินช่วยเหลืออดีต พคท. ที่กลับใจมาร่วมพัฒนาชาติไทยนั้น ไปไม่ถึงมือ "พี่น้องสหายเก่า" บ้างก็ว่ามีการ "ชักหัวคิว 30 เปอร์เซ็นต์" ทำให้อดีตสหายเก่าของนายกรัฐมนตรี เริ่มหวั่นไหวและตีตนออกห่าง

เพราะฉะนั้น การเลือกทิ้งไพ่ "ระเบิดลวง" ก็ไม่น่าจะต่างอะไรกับ "คาร์บ๊องส์" ที่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลือกที่จะใช้กลบกระแส "ขาลง" เนื่องจากจนกระทั่งบัดนี้ ยังเป็นเพียงสำนวนคดีที่ล่องลอย และกำลังจะหายไปกับสายลม

เพราะฉะนั้น ระเบิดในวันที่ 30 กันยายน จึงเป็นระเบิดที่ฝ่ายจ้องจะอภิปรายเรื่องจริยธรรมและคุณธรรมนายกรัฐมนตรี มิได้หลงกลแต่อย่างใด

มิได้หลงกลเพราะหวังจะเห็นการเป็นแบบอย่างที่ดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ด้วยการยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ หมวดที่ว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ด้วยการแสดงความรับผิดชอบต่อการครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย

โดย รักษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net