วันที่ อังคาร ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หัวอกนักข่าวตร.หลังจากถูกผบ.ตร.ด่า


หลายครั้งที่นักข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องมีปัญหากระทบกระทั่งกับแหน่งข่าวซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าใจว่าการกระทบกระทั่งระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นธรรมชาติที่"คนข่าว"ต้องเจอ

แต่ปัญหาเกิดขึ้นหลายครั้ง ย้อนไปตั้งแต่ครั้งที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ขึ้นเป็นรักษาการผบ.ตร.ได้ไม่นาน นักข่าวไปสัมภาษณ์ถามบางอย่าง ซึ่งท่านอาจจะไม่อยากตอบ ก็ปัดไมค์นักข่าวทีวีช่องหนึ่ง ครั้งนั้นทำให้นักข่าว"บอยคอต"ไม่ทำข่าวอยู่พักหนึ่ง แต่หน้าที่ต้องหาข่าวก็ต้องดำเนินต่อไป สุดท้ายก็กลับมาทำงานกันในฐานะนักข่าวกับแหล่งข่าวเหมือนเดิม

อีกครั้งที่ที่สร้างความไม่พอใจให้นักข่าวบางคนเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อนักข่าวถามคำถาม กรณีที่นักเรียนนายร้อยตำรวจคนหนึ่งไปพังผับที่ลาลิก้าผับ ถามคำถามยังไม่ทันจบว่าผับแห่งนี้ปิดตี 5 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็สวนกลับมาทันทีว่า พวกคุณควรเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีตั้งคำถามใหม่ สนใจกันแต่เรื่องเหี้ย เรื่องระยำ ทำไมไม่ทำข่าวดีๆ อย่างนักข่าวต่างประเทศที่เสนอข่าวเครื่องบินวันทูโกตกก็พยายามหาฮีโร่ที่ช่วยคนอื่น แต่นักข่าวไทยกลับเสนอแต่ความผิดพลาด

เป็นคำพูดหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นนักข่าว ซึ่งปกติเราก็ทำข่าวทุกด้านอยู่แล้ว แต่เรื่องที่มันไม่ปกติเรื่องที่ไม่ดีก็ต้องเสนอมากหน่อยเพราะคนสนใจ เหมือนทฤษฎีที่ร่ำเรียนกันมา อย่างคำพูดที่ว่า "หมากัดคนไม่เป็นข่าว แต่คนกัดหมาเป็นข่าว"เพราะมันไม่ปกติ

เหตุการณ์ครั้งนี้ก็เงียบไปอีกครั้งเพราะไม่มีใครทำอะไร ไม่ได้ไปฟ้องร้อง ร้องเรียน นักข่าวทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นต่างรู้สึก"เจ็บ" โดยเฉพาะดิฉันที่อยู่ในเหตุการณ์ 

อีกไม่กี่วันต่อเรื่องก็เงียบไม่มีใครหยิบมาพูดกันอีก ผู้ประกาศข่าวทีวีก็พูดวิจารณ์กันแค่วันเดียว

แต่วันนี้ที่ต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะดิฉันจะขึ้นไปสำนักงานผบ.ตร.ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 7 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจะขึ้นไปสัมภาษณ์ทำข่าว แต่เมื่อนิ้วจิ้มที่ลิฟเพื่อจะกดขึ้นไป ตำรวจสันติบาลที่คุมอยู่หน้าประตูลิฟกลับบอกว่าห้ามขึ้น ขึ้นไปไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานก่อน ดิฉันก็เข้าใจว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวของ ผบ.ตร. แต่ดิฉันก็แค่ขึ้นไปทำหน้าที่ในฐานะนักข่าวประจำไม่ได้จะไปทำอะไรที่เป็นไปในทางร้าย

ทำให้รู้สึกว่ามันเกินไปหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ ซึ่งปกตินักข่าวก็แทบจะไม่มีใครขึ้นไปที่สำนักง่านผบ.ตร.อยู่แล้ว เพราะท่านเคยบอกว่านักข่าววุ่นวายไม่มีมารยาทที่ไปออกันอยู่หน้าห้อง แต่ถึงคราวจำเป็นก็น่าจะมีการประนีประนอมกันบ้าง

ถือเสียว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองและให้เกียรติเคารพในหน้าที่ของกันและกันบ้าง

โดย พี่คนโต

 

กลับไปที่ www.oknation.net