วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำอธิษฐานของคุณพุ่ม : บุษบาท่าเรือจ้าง


คำอธิษฐานของคุณพุ่ม : บุษบาท่าเรือจ้าง

ใกล้ถึงวันปิยมหาราช ให้คิดถึงกวีหญิงท่านหนึ่ง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นเพชรน้ำเอกแห่งปฏิภาณกวีในสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่เด็กรุ่นใหม่อาจไม่เคยได้ยินนามของท่าน เนื่องจากหลักสูตรการเรียนมองข้ามความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ไปสิ้นแล้ว จึงเป็นวาระอันดีที่จะแบ่งปันความภาคภูมิใจในบรรพชนไทยให้ร่วมกันรับรู้ในโอกาสนี้ 

.

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเป็นปฏิภาณกวีพระองค์หนึ่ง พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เงาะป่า ในขณะที่ทรงพักพื้นจากการประชวร โดยทรงใช้เวลาเพียง ๘ วันเท่านั้น  ในรัชสมัยนั้น ได้เกิดปฏิภาณกวีขึ้นหลายท่าน เช่น กรมหลวงพิชิตปรีชากร กรมขุนบดินทร์ไพศาลโสภณ  เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) หลวงอินทรอาวุธ (เจ้ากรมทหารปืนใหญ่) แม้แต่ชาวต่างชาติมีมาอาศัยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารก็ยังใส่ใจในโคลงกลอนขั้นเป็นปฏิภาณกวี โต้ตอบเป็นโคลงกลอนได้อย่างรวดเร็ว เช่น มิสเตอร์เวนสเตนการ์ด ซึ่งภายหลังได้เป็นพระยากัลยาณไมตรี เป็นต้น 

.

ด้วยมีปฏิภาณกวีจำนวนมาก และสมเด็จพระปิยมหาราชทรงโปรดให้มีงานประชันสักวาอยู่เนืองนิตย์ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงเป็นสมัยที่มีการเล่นสักวามากที่สุด   กวีหญิงที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยนั้น คือ คุณพุ่ม ผู้ได้รับฉายา “บุษบาท่าเรือจ้าง”  มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓  ถึงรัชกาลที่ ๕  คุณพุ่มแต่งสักวาตอบโต้ได้เผ็ดร้อน ดีมาก เป็นที่สนุกสนานถูกใจผู้ฟังอย่างยิ่ง แม้แต่คนที่ถูกคุณพุ่มว่าเจ็บๆ ก็ไม่มีใครโกรธ 

.

          คุณพุ่มเป็นธิดาของพระยาราชมนตรี  (ภู่)   ข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จ

พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเรื่องประวัติปรากฏมาว่า เดิมถวายตัวทำราชการฝ่ายใน ได้เป็นตำแหน่งพนักงานพระแสง แต่ต่อมาไม่สบายทูลลา กลับออกไปอยู่บ้านบิดาแต่ยังสาว 

.

          คุณพุ่มชอบแต่งกลอนมาก่อนแล้ว แต่มามีชื่อเสียงเมื่อมาอยู่นอกวัง ในรัชกาลที่ ๓ ชอบเล่นเพลงยาวและดอกสร้อยสักวากันแพร่หลาย คุณพุ่มอยู่แพที่หน้าบ้านบิดา ข้างเหนือท่าพระ มักมีเจ้านาย คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ และข้าราชการที่สูงศักดิ์ เช่น   สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เมื่อยังเป็นหลวงนายสิทธิ แล้วเลื่อนเป็นพระนายไวย ไปติดพันเล่นสักวากับคุณพุ่มที่แพนั้นมิใคร่ขาด จนเรียกกันว่า “บุษบาท่าเรือจ้าง”  เพราะจอดแพอยู่ใกล้ท่าเรือจ้างที่ท่าพระ และมีเรื่องเกร็ดที่เล่ามาหลายอย่าง เช่น ครั้งหนึ่งคุณพุ่มเข้าแย่งพระแสงดาบของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนี้เป็นต้น แสดงว่าคุณพุ่มในสมัยนั้นเป็นคนกล้าทั้งปากทั้งมือ  

.

ครั้งหนึ่ง เล่นสักวาเรื่องไกรทอง ขุนธนสิทธิ์กวีเป็นไกรทอง ได้ยั่วคุณพุ่มว่า

.

      สักวาไกรทองทำลองล่อ           ชักมีดหมอออกมาแพลมแย้มให้เห็น

แล้วหยักรั้งตั้งท่าว่าเนื้อเย็น             นี่หรือเป็นภรรยาชาละวัน

ถ้าแม้ไม่ยอมเสียเป็นเมียพี่              ก็น่าที่ชีวาจะอาสัญ

ด้วยมีดหมอฤทธิ์แรงแสงเป็นมัน       แทงตะบันจนถึงปอดไม่รอดเอย 

.

          คุณพุ่มซึ่งเป็นตัววิมาลาก็โต้ตอบในทันทีว่า 

.

          สักวาวิมาลาทำตาขาว                    เห็นมีดวาวพลามแพลมวับแวมไส้

     ให้คิดกลัวตัวงอทดท้อใจ                       จึงตอบไปด้วยรสพจนา

     อย่าเป็นเมียเลยคะหม่อมยอมเป็นแม่        ฉันก็แก่รุ่นราวคราวคุณป้า

     เหล่ากุมภีร์ถมไปในคงคา                       จงเหลือบหาตามชอบระบอบเอย 

.

          การเล่นสักวานี้ ต้องแต่งโต้ตอบกันสดๆ ถ้าใครแต่งตอบโต้ได้ไม่ทันท่วงทีก็จะเป็นที่น่าละอาย และมักจะส่งคำที่หาสัมผัสยากลงท้ายไว้แกล้งกันเสมอ       เช่นครั้งหนึ่งประลองสักวากันจนใกล้สว่าง กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย นิพนธ์บทอำลาว่า   

.      

          สักวาอาลัยจะไกลลับ                  เหลือจะดับเหลือจะอยู่จนตรู่ได้

     อย่าถือโทษกันเลยหนอขออภัย            ทั้งผู้ใหญ่ทั้งผู้เฒ่าหนวดเคราโง้ง 

.

          สมเด็จพระปิยมหาราชจึงรับสั่งว่า “ท่านน้อย (กรมหมื่นมหิศร) อย่าให้คนอื่นเขาลำบาก จะเช้าอยู่แล้ว” กรมหมื่นมหิศรจึงทรงต่อเองว่า 

.

            ขอบังคมบรมบาทบทเรศ             เอาพระเดชปกเกล้าเราทั้งโขลง

    ขอพระชนม์ชนสิบสี่ปีมะโรง                  เสวยสุขทุกชั่วโมงอย่าขาดเอย

.                                  

          ย้อนกลับมาที่เรื่องคุณพุ่ม ท่านได้อธิษฐานเป็นทำนองค่อนขอดบุคคลสำคัญๆ หลายท่าน  แต่คำค่อนขอดเหล่านั้นกลับเป็นที่ขบขันมากกว่าขุ่นเคือง และคำอธิษฐานนั้นก็ช่างสัมผัสคล้องจองไม่ทิ้งลายปฏิภาณกวี ดังนี้ 

.

ขออย่าให้เป็นคนชิดของเจ้าคุณผู้ใหญ่

ขออย่าให้เป็นคนใช้ของเจ้าพระยานคร

ขออย่าให้เป็นคนต้มน้ำร้อนของพระยาศรี

ขออย่าให้เป็นมโหรีของพระยาโคราช

ขออย่าให้เป็นสวาดิของพระองค์ชุมสาย

ขออย่าให้เป็นฝีพายของเจ้าฟ้าอาภรณ์

ขออย่าให้เป็นละครของของแม่น้อยบ้า

ขออย่าให้รู้ชะตาเหมือนอาจารย์เซ่ง

ขออย่าให้เป็นนักเลงอย่างท่านผู้หญิงสมฟัก

ขออย่าให้เป็นสมปักของพระนายไวย

ขออย่าให้เป็นดอกไม้ของเจ้าคุณวัง

ขออย่าให้เป็นระฆังวัดบวรนิเวศ

.

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ว่า

.

 ขออย่าให้เป็นคนชิดของเจ้าคุณผู้ใหญ่

คนชิดของเจ้าคุณผู้ใหญ่ หรือ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์  สิงหเสนี) ถูกเฆี่ยน

หลังลายทุกคน

.

ขออย่าให้เป็นคนใช้ของเจ้าพระยานคร

 คนใช้ของ เจ้าพระยานคร (น้อย) จะถูกทำโทษนอกรีตต่างๆ เช่น เรือช้าไป

ก็ให้ฝีพายถองเรือ เป็นต้น

.

ขออย่าให้เป็นคนต้มน้ำร้อนของพระยาศรี  

คนต้มน้ำร้อนของพระยาศรีสหเทพ (เท้ง)  ต้มน้ำร้อนรับแขกทั้งวัน หาเวลาว่าง

ไม่ได้ เพราะมีแขกไปหาไม่ได้ขาด

.

ขออย่าให้เป็นมโหรีของพระยาโคราช

พระยานครราชสีมา  อยากเล่นมโหรีให้เหมือนขุนนางผู้ใหญ่ที่กรุงเทพ แต่มีแต่พวก

ข่าและลาวเชลย ก็เอามาหัดมโหรีไปตามแกน

.

ขออย่าให้เป็นสวาดิของพระองค์ชุมสาย

ถ้าเป็นมหาดเล็กคนโปรดของกรมขุนราชสีหวิกรม หรือ พระองค์ชุมสาย มักถูกจำ

โซ่ตรวน เวลาใช้ไม่ได้ดังพระราชหฤทัย

.

ขออย่าให้เป็นฝีพายของเจ้าฟ้าอาภรณ์

ฝีพายเรือพระที่นั่งของเจ้าฟ้าอาภรณ์นั้น ต้องขานยาวถี่กว่าเรือลำไหนๆทั้งหมด

.

ขออย่าให้เป็นละครของของแม่น้อยบ้า

ละครโรงอื่นๆ เล่นแลกเงิน แต่ละครน้อย ธิดาเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน)

ให้ข้าว หอม กะปิ กระเทียม ก็รับเล่น แล้วเอามาแจกเป็นบำเหน็จแก่ตัวละคร

.

ขออย่าให้รู้ชะตาเหมือนอาจารย์เซ่ง

นายเซ่งเป็นหมอดู มักทำนายให้ทุกคนที่ไปดูดวงว่า ดวงชะตาดีถึงขั้นจะได้เป็น

กษัตริย์บ้าง  เป็นขุนนางผู้ใหญ่บ้าง  เป็นเศรษฐีบ้าง ผู้คนหลงไปจ้างให้  นายเซ่งดู

ชะตา  ที่สุดนายเซ่งถูกลงพระราชอาญา

.

ขออย่าให้เป็นนักเลงอย่างท่านผู้หญิงสมฟัก

ท่านผู้หญิงฟักชอบเล่นเบี้ย มีอุบายนอกลู่นอกทางเวลาอยู่ในบ่อนเบี้ย มักทำกิริยา

ให้นายบ่อนมัวหลงดูที่ตัวท่านผู้หญิงฟัก จนเป็นช่องให้พรรคพวกแอบเปิดไปดูได้

กล่าวกันว่า เป็นนักเลงรวยด้วยเหตุนี้

.

ขออย่าให้เป็นสมปักของพระนายไวย

พระนายไวย คือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์   เวลานั้นเป็นหัวหมื่น

มหาดเล็ก เวลาเข้าเฝ้า นุ่งผ้าสมปักพื้นเขียวอยู่ผืนเดียว ไม่รู้จักเปลี่ยน

.

ขออย่าให้เป็นดอกไม้ของเจ้าคุณวัง

เจ้าคุณวัง ธิดาของเจ้าพระยามหาเสนาฯ บุนนาค เป็น เจ้าจอมมารดากรมหมื่น

สุรินทรรักษ์ ท่านเป็นช่างร้อยดอกไม้ฝีมือดียิ่ง ต้องร้อยดอกไม้ไปช่วยงานเขา

ไม่เคยขาด จนดอกไม้ในสวนของเจ้าคุณวังไม่มีโอกาสได้บานกับต้น

.

ขออย่าให้เป็นระฆังวัดบวรนิเวศ

ระฆังวัดอื่นๆ ตีเวลาจวนรุ่งกับจวนค่ำ วันละ ๒ เวลา  แต่เมื่อพระบาทสมเด็จ

พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศ โปรดให้ตีระฆังเป็น

สัญญาณัติสงฆ์ในการอย่างอื่นอีก เช่น ตีเรียกสงฆ์ลงโบสถ์เช้าค่ำ เป็นต้น ระฆังวัด

บวรนิเวศ จึงถูกตีมากกว่าระฆังวัดอื่นๆ

.

         ยังมีบทสักวาที่แสดงฝีปากอันเผ็ดร้อนของคุณพุ่มอีกเป็นจำนวนมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดจำได้จบบท  จากที่มีบันทึกไว้ คุณพุ่มกล่าวไว้ในเพลงยาวเฉลิมพระเกียรติว่า เมื่อรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดจะให้เข้าไปทำราชการในพระบรมบรมมหาราชวังอีก แต่พอใจจะอยู่นอกวังจึงทูลขอตัวเสีย แต่มาชั้นนี้คุณพุ่มอายุล่วงเข้าถึงกลางคน และไม่บริบูรณ์พูนสุขเหมือนเมื่อบิดายังมีชีวิตอยู่ในรัชกาลที่ ๓ คงมีแต่ฝีปากกลอนเป็นสมบัติสิ่งสำคัญสำหรับตัว แต่ก็ยังมีผู้นับหน้าถือตา เวลาเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่เล่นสักวา มักเชิญให้ไปบอกสักวาเนืองๆ  ครั้งหนึ่ง กรมหลวงภูวเนตรนรินทร์ฤทธิ์ ทรงรู้ว่า ในวงสักวานั้น มีคุณพุ่มรวมอยู่ด้วย จึงทรงเย้าคุณพุ่มว่า 

             สักวาวันนี้พี่สังเกต             เหมือนพุ่มพวงดวงเนตรของเชษฐา

        มิได้เล่นลับลี้หลายปีมา                ......

คุณพุ่มรู้ว่าเป็นกรมหลวงภูวเนตรฯ ก็ตอบทันทีว่า 

            สักวาน่าจะโห่ให้เรือล่ม          นี่หรือกรมภูวเนตรเศษสวรรค์

      เอานายทิมเข้ามาทวนพอควรกัน       เหมือนอย่างหั่นใบขี้เหล็กให้เด็กยำ 

       นี่คือเอกปฏิภาณกวีศรีสยามท่านหนึ่ง ที่ไม่อาจหาสิ่งวิเศษใดมาทดแทน  

แม้ท่านจะจากเราไปนานเพียงใด เราชุมชนชาววรรณกรรมกาพย์กลอน ขอน้อมจิต ระลึกถึงท่าน และขอสืบสานสิ่งที่ท่านรัก คืองานแห่งกวีสืบไป....

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล 

.คนเจ้าบทเจ้ากลอน และ แนวพินิจบทร้อยกรอง. โดย ประจักษ์  ประภาพิทยาคาร 

ปรับปรุงพิมพ์ครั้งที่ ๓  ที่โรงพิมพ์สุนทรกิจการพิมพ์  เมษายน ๒๕๑๖

..

http://www.geocities.com/wannakadeethai/mainthai.html

..

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rattanakosin225&group=1&date=01-06-2007&gblog=27

..

ขอบคุณ..http://www.oknation.net/blog/buzz/2007/03/25/entry-2  สอนเพลง

โดย อิมกุดั่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net