วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

RAFA "THE ROTATION GAFFER" BENITEZ


                     

              ผมไม่จำเป็นต้องสาธยายเกี่ยวกับรูปเกมระหว่างลิเวอร์พูล กับ มาร์กเซย์ เพราะเชื่อว่าเดอะ ค็อปและเหล่าแฟนบอลคงได้เห็นผลงานชิ้น"โบว์ดำ"ของลิเวอร์พูลกันไปหมดแล้ว

              ก่อนหน้านี้ มีเสียงเรียกร้องจากเดอะ ค็อปให้ราฟาเลิกนโยบาย"โรเตชั่น"เสียที เนื่องจากนับวันฟุตบอลลิเวอร์พูลยิ่งขาดทีมเวิร์ก รวมถึงจินตนาการและมูฟเมนท์ ที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

              อย่างไรก็ตาม ผมไม่อาจปฎิเสธถึงความสามารถของราฟา ผลงานแชมป์ลาลีกา , แชมเปียนสลีก , ยูฟ่า คัพ และเอฟเอ คัพ ตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดี

              นอกจากนี้ ผมยังสนับสนุนนโยบายโรเตชั่นอีกด้วย..

              อ่านถึงบรรทัดนี้ เดอะ ค็อปหลายคนอาจอยากปิดหน้าต่างบล็อกนี้อย่างถาวร แต่ช้าก่อน...

              โรเตชั่นในควาหมายของผม ไม่ใช่การเปลี่ยนนักเตะ 5-6 คนในทุกๆนัด หากแต่ หมายถึง การมี "11 ตัวจริง" และสอดแทรกด้วยตัวสำรอง ยามที่ตัวจริง เหนื่อยล้า , บาดเจ็บ , ติดโทษแบน หรือฟอร์มตก

               ตัวสำรองจึงต้องมีคุณภาพไม่แตกต่างจากขุนพลหลักมากนัก

               เมื่อมีอดีตขุนพลลิเวอร์พูลในยุค"รุ่งเรือง"ออกมาตำหนิถึงความเหมาะสมในนโยบายโรตชั่น ราฟาตอกกลับว่าฟุตบอลสมัยนี้ กับ สมัยก่อนนั้น "ต่างกัน"

               ราฟา คงลืมไปว่า ฟุตบอลลีกสมัยก่อนต้องยืนระยะยาวนานถึง 42 นัด และเมื่อรวมกับเกมยูโรเปี้ยน คัพ , เอฟเอ คัพ , ลีก คัพ และเกมจิปาถะต่างๆ ก็จะกลายเป็นกว่า 60 นัด ไม่ต่างจากสมัยนี้

               ต่างกันก็ตรงที่ ในฤดูกาล 1976/77 กุนซือชั้น "ครู" อย่าง บ๊อบ เพสลี่ย์ ใช้นักเตะเพียง 21 คนทั้งฤดูกาล โดย 3 คนในนั้น ได้แก่ ไบรอัน แคทเทิล , อเล็กซ์ ลินด์เซย์ และอลัน วอดเดิล ลงเล่นไปเพียงคนละ 2 , 1 และ 1 นัดตามลำดับ โดยตัวหลักอย่าง เรย์ คลีเมนซ์และเอ็มลีน ฮิวจ์ ลงเล่น"ครบ"ทั้ง 62 นัด ส่วนเรย์ เคนเนดีและฟิล นีล ก็ยืนระยะได้ถึงคนละ 61 นัด

                ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลนั้นด้วยแชมป์ลีก , ยูโรเปี้ยน คัพ , ลีก คัพ และรองแชมป์เอฟเอ คัพ

                หลังจากนั้นในปี 1978/79 ปู่บ๊อบ ยังคงใช้นักเตะเพียง 18 คน โดย 3 คนในนั้น ได้แก่ เดวิด แฟร์คลัฟ , แซมมี ลี และสตีฟ ออกริโซวิช ลงเล่นไปเพียง 10 , 2 และ 1 นัด โดยขาประจำอย่าง เคนนี เดลกลิช , เรย์ เคนเนดี และฟิล นีล ลงเล่น"ครบ"ทั้ง 54 นัดในปีนั้นเช่นกัน ขณะที่แกรม ซูเนสส์ และเรย์ คลีเมนซ์ ก็ลงไปวาดลวดลายคนละ 53 นัด

                 ลิเวอร์พูลมีถ้วยแชมป์ลีกไปอวดเดอะ ค็อปอีกครั้ง ซึ่งตลอดทั้ง 42 นัด เครื่องจักรสีแดงผลิตสกอร์ได้ 85 ครั้งและเสียเพียง 16 ประตู                 

                 นับตั้งแต่ ปาโก อเยสเตราน มือขวาของราฟา ลาออกไป เพราะขัดแย้งกับเจ้านาย น่าสังเกตว่าฟอร์มของลิเวอร์พูลดิ่งเหวลงทุกที และเมื่อรวมกับประเด็นที่ สตีฟ ไฮเวย์ อดีต ผอ.อคาเดมีของลิเวอร์พูล ผู้ปลุกปั้นสตีฟ แม็คมานามาน , ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ , ไมเคิล โอเว่น , เจมี คาร์ราเกอร์ และสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ลาออกไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เพราะถูกราฟา ก้าวก่ายการทำงาน จึงเป็นการตอกย้ำความจริงที่ว่า ราฟามี"อีโก้"สูงเกินไป ที่จะยอมรับว่าทีมของเขาขาดทีมเวิร์ก เพราะ นโยบายโรเตชั่นของเขาเอง 

                กุนซือสแปนิช อ้างว่า นักเตะของเขาจะไม่สามารถรีดฟอร์มสุดยอดได้ในช่วงท้ายฤดูกาล หากพวกเขาลงเล่นในช่วงต้นฤดูกาลมากเกินไป

                 หากแต่แฟนเดอะ ค็อปย่านปากน้ำ ถามว่า มันจะมีประโยชน์อันใด ในการระเบิดฟอร์มสุดยอดท้ายฤดูกาล หากโดนทีมจ่าฝูงทำคะแนนทิ้งห่างไปแล้ว 10-20 คะแนน

โดย ปรัชญ์ปรีชาศีล

 

กลับไปที่ www.oknation.net