วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่ใช่แค่แชท


ไม่ใช่แค่แชท

                การคุยทางอินเตอร์เน็ตสำหรับดิฉันนั้นไม่ใช่แค่แชทนะคะ แต่มันคือมิตรภาพออนไลน์ค่ะ วันนี้จะขอเล่าเรื่องดีๆจากมิตรภาพออนไลน์ให้ฟังนะคะ

                เมื่อตอนไปเยือนอินเดียครั้งที่สอง เป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวของคนไทยไปอินเดียพอดีเลยค่ะ ก็เลยทำให้เครื่องบินเต็มหมดทุกที่นั่ง ตอนนั้นมีสายการบินเดียวค่ะที่บินตรงจากเมืองไทยไปพุทธคยา ดิฉันได้ตั๋วเครื่องบินไปลงที่พุทธคยาแต่ขากลับต้องไปขึ้นจากโกกาต้า โกกาต้าหรือกัลกัตต้าเดิม อยู่ห่างจากพุทธคยาประมาณ500 กิโลเมตร นั่งรถไฟประมาณแปดชั่วโมงค่ะ 

แล้วดิฉันก็เดินทางคนเดียวด้วย  สถานีรถไฟที่เมืองนั้นก็เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเลยค่ะว่ามีมิจฉาชีพเยอะมาก เอาล่ะสิทำไงดี อาจารย์ที่ปรึกษาของดิฉันก็กรุณาสั่งให้หลานชายที่อยู่ข้างบ้านของท่านนั่งรถไฟมาเป็นเพื่อนแล้วก็ค้างหนึ่งคืนแล้วไปส่งดิฉันที่สนามบินตอนเช้ามืดด้วย ดิฉันก็โอเคจ่ายค่ารถไฟและค่าโรงแรมให้เพราะถือคติว่าเสียเงินไม่ว่าแต่ขอให้ข้าปลอดภัย

พอกำหนดได้เรียบรอยว่าจะไปถึงโกกาต้าวันไหนดิฉันก็บอกเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตที่คุยกันมานานแล้ว ว่าจะไปที่เมืองนั้น เขาก็บอกว่าได้ๆ บอกชื่อตู้รถไฟกับชื่อขบวนรถไฟมาแล้วจะไปรับ วันนั้นรถไฟเสียเวลาซะสี่ชั่วโมงแทนที่จะไปถึงตั้งแต่ห้าโมงเย็นกลับกลายเป็นสามทุ่ม ดิฉันก็ปรึกษาแขกที่ไปเป็นเพื่อนแล้วว่า เขาคงไม่มารับแล้วล่ะตั้งสามทุ่มแล้วก็เป็นแค่เพื่อนทางเน็ตจะมาเสียเวลาทำไม 

ปรากฏว่าเมื่อรถไฟเทียบชานชาลาสถานีโกกาต้า ดิฉันกำลังก้าวลงบันไดรถไฟก็มีมือยื่นมารับกระเป๋าพร้อมกับทักทาย นมัสเต นก  ดิฉันยิ้มออกเลยค่ะ ดีใจที่เขายอมเสียเวลามาเพราะเขาจะได้พาเราไปที่พักได้ ดีกว่าเราไปแท็กซี่กันเอง 

                                          

  ดิฉันเรียกเขาว่า jija เป็นภาษาเบงกาลีค่ะ แปลว่าพี่เขย ชื่อจริงเขาชื่อมาโนช  jijaบอกว่า ที่จริงอยากพาชมเมืองก่อนแต่ว่ามันดึกเกินไป แล้ววันรุ่งขึ้นดิฉันต้องไปสนามบินแต่เช้าคือตีสาม เดิมวางแผนไว้ว่าจะไปตีห้าแต่jijaบอกว่าเขามีสไตรค์กัน จะไม่มีรถแท็กซี่มาวิ่งเลยให้ออกไปตั้งแต่ตีสามรอนานหน่อยแต่ได้กลับบ้านชัวร์ เครื่องบินออกแปดโมงเช้าค่ะ  แล้วjijaก็ไปส่งที่โรงแรม มอบของที่ระลึกให้เป็นเศียรพระพุทธรูปแบบอินเดีย กับ พระพิฒเนศ  แล้วก็ชา จากเมืองดาร์จิลิ่ง  jijaขอโทษที่ไม่พาไปบ้านเพราะช่วงนั้นภรรยาเขาไม่อยู่ค่ะ ไปเยี่ยมลูกสาวคลอดลูกที่ต่างจังหวัด แล้วก็ต่อโทรศัพท์ให้คุยกับภรรยาและลูกสาวเขาด้วยค่ะ  ก็ได้คุยกันอยู่เกือบชั่วโมงค่ะพอjijaหาแท็กซี่ให้เราได้แล้วก็ดูว่าแขกที่มาเป็นเพื่อนดิฉันนั้นพักอยู่ห้องไหนถ้าใกล้ๆก็ไม่เป็นไร แต่นี่พักกันคนละชั้นเลยแกก็เลยไปบอกที่เคาน์เตอร์ให้แขกยามมานอนหน้าห้องดิฉันคนหนึ่ง

ดิฉันก็นึกว่าพูดเล่น ตื่นเช้ามาเห็นนอนหลับอยู่หน้าห้องจริงๆ โอยอะไรจะขนาดนั้น  ปลอดภัยสุดๆ อิอิ  ดิฉันกับแขกที่มาเป็นเพื่อนไปถึงสนามบินอย่างปลอดภัย พอกลับมาถึงบ้านก็โทรไปขอบคุณเพื่อนๆ ปรากฏว่าแขกที่มาส่งดิฉันถูกล้วงกระเป๋าที่สถานีรถไฟโกกาต้าค่ะ

                                     

เพราะคนเยอะมากๆแล้วเขาบอกว่าแค่หันไปถามเจ้าหน้าที่ว่ารถไฟจะออกกี่โมงเท่านั้นเองที่เผลอ มารู้ตัวอีกทีตอนจะซื้ออาหารกลางวันล้วงไปในกระเป๋าก็ไม่เจอกระเป๋าสตางค์แล้ว พอไปอินเดียวครั้งต่อไปดิฉันก็เลยซื้อกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ไปฝากซะเลย  อิอิ คนไทยปลอดภัยค่ะ

                เล่ามาติดลมแล้วเขาเล่าถึงอีกสักคนนะคะ  คนนี้เป็นผู้หญิงค่ะ เป็นชาวฟิลิปปินส์  ตอนที่เจอกันในห้องแชทเธอกำลังประสบปัญหากับครอบครัวเนื่องจากเธอเป็นคริสต์ ดิฉันก็เลยแนะนำบาทหลวงคนหนึ่งให้คุยกับเธอ บาทหลวงนี้ก็เป็นเพื่อนออนไลน์ของดิฉันเหมือนกัน เอาไว้ถามเวลาสงสัยเรื่องศาสนาคริสต์ เขาก็คุยปลอบเธออย่างดี เธอประทับใจมาก เขาก็ใช้หลักคำสอนของศาสนานี่แหละค่ะเ อามาให้เธอเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

 ส่วนดิฉันก็ได้พูดคุยปลอบใจให้กำลังใจกันไปตามเรื่องตามราว เธอก็สบายใจขึ้นเข้มแข็ง เธอมีลูกชายหนึ่งคนค่ะ อายุสิบขวบ  มีวันหนึ่งเธอจะทำอาหารเย็น แล้วต้องออกไปซื้อของบางอย่างแต่เธอไม่อยากเอาลูกไปด้วยเพราะต้องปิดล็อคบ้าน เธอก็เลยบอกให้ดิฉันคุยกับลูกเธอไปพลางๆก่อน ระหว่างนั้นเธอก็จะออกไปซื้อของ  ดิฉันก็คุยกับลูกเธอ เอาล่ะสิ แชทกับเด็กสิบขวบ คุยอะไรกันดีหนอ ดิฉันก็เลยชวนคุยเรื่องliger ถามว่ารู้จักไลเกอร์ไหม เขาก็บอกว่า ไม่รู้จัก มันเป็นยังไง ตัวใหญ่แค่ไหน มันเห่าหรือเปล่า ดิฉันก็เลยเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวเกาหลีมาได้ไปดูตัวไลเกอร์ด้วยเป็นลูกผสมระหว่างสิงโตกับเสือ พ่อเป็นสิงโตแม่เป็นเสือ ถ้าพ่อเป็นเสือแม่เป็นสิงโตเขาเรียกไทก้อนว่าแล้วก็แนบไฟล์รูปไปให้ดู ก็คุยกันไปสนุกดีค่ะ  เขาพิมพ์ภาษาอังกฤษได้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น แล้วเขาก็เล่าเรื่องสุนัขที่บ้านให้ดิฉันฟัง  คุยกันเรื่องหมาๆแมวๆไปจนแม่เขากลับมา ก็มาขอบคุณที่ช่วยเลี้ยงลูกให้ 55555 เลี้ยงลูกออนไลน์ค่ะ  เก๋ซะ  

 วันหลังแม่เขามาเล่าให้ฟังว่าเขาเอาเรื่องไลเกอร์ไปคุยให้เพื่อนๆที่โรงเรียนฟังแล้วก็อวดด้วยว่า วันหนึ่งเขาจะมาเที่ยวเมืองไทยเขามีป้าเป็นคนไทย ด้วยค่ะ  หนูเอ๋ย วันหนึ่งป้าก็จะไปเที่ยวเกาะเซบูเหมือนกัน คริ คริ

วันนี้เล่าแค่สองคนนี้ก่อนนะคะ ถ้าอยากฟังอีกวันหลังจะมาเล่าต่อค่ะมีอีกหลายคนค่ะ    เพื่อนๆมีมิตรภาพออนไลน์ดีๆสนุกๆเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ 

โดย แมวเหมียว

 

กลับไปที่ www.oknation.net