วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันเผากุ้ง...กิตติคุณ


วันเสาร์สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ผมออกจากบ้านตอนเที่ยงครึ่ง เพื่อไปตลาดนัดสวนจตุจักรสักชั่วโมง จนถึงเวลาประมาณบ่ายสองโมงสี่สิบห้า ผมขึ้นรถปรับอากาศสาย ๕๒๔ ลงที่เทเวศร์ แล้วมุ่งหน้าไปยังวัดมกุฏกษัตริยารามในเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง เพื่อไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ "นายกิตติคุณ เชียรสงค์" ที่เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝันจากการประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางเพื่อแสดงดนตรีที่เชียงใหม่

แต่ปรากฏว่าได้เผา(นาย)กุ้งเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งเริ่มงานกันตั้งแต่ตอนเที่ยงอย่างที่เราทราบกัน มีการแสดงดนตรีจากศิลปินเพื่อนรักกุ้ง มีการอ่านบทกลอนจากคุณวิสา คัญทัพ กวีและศิลปินเพลง(ในดวงใจของผมที่อยากพูดคุยด้วย) และเข้าสู่พิธีพระราชทานเพลิงศพต่อไป


หลังจากพิธีเผาเสร็จสิ้นลงก็ยังมีบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่แฟนเพลงที่ยังนั่งอยู่หน้าเมรุ รวมถึงคนที่มาไม่ทันเวลาเผาด้วย เท่าที่จำหน้าได้ไม่ผิดนัก...ก็มี คุณวินัย พันธุรักษ์ คุณทนงศักดิ์ ศุภการ คุณราตรี วิทวัส(ในมาดไม่ตลก) คุณชัช เตาปูน แห่ง นสพ.สยามรัฐ

และแน่นอน...สมาชิกตระกูลเชียรสงค์ ตั้งแต่คุณแม่ของกุ้ง พี่น้องของกุ้งพร้อมลูกๆของแต่ละคน ภรรยาของกุ้ง พร้อมลูกสาวที่น่ารักสองคนที่มาในชุดนักเรียนของแต่ละคน ทั้งที่วันนั้นไม่ใช่วันเรียน

ที่ขาดไปไม่ได้ คือคนที่ผมอยากพบปะพูดคุยมากที่สุด คนนั้นก็คือ คุณลุงวิเชียร อัศว์ศิวะกุล แห่งบริษัท นิธิทัศน์โปรโมชั่น ที่ยังไม่หายตายจากไปไหน

เป็นโชคบังเอิญหรือยังไง เรื่องของผมมีอยู่ว่า ผมเริ่มเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของนิธิทัศน์เพียงไม่กี่เมตร นั่นทำให้ผมคุ้นเคยกับนิธิทัศน์มากขึ้น มีโอกาสได้เหลือบเจอหน้าตาของออฟฟิศ พนักงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง ศิลปินตัวจริงเสียงจริงของค่าย บ้านผมสมัยยังอยู่ในซอยเพชรรัตน์ ฝั่งนนทบุรี ซึ่งก็ห่างจากบ้านนิธิทัศน์แค่ไม่กี่กิโลเมตร ก็มีเทปเพลงของค่ายนิธิทัศน์วางไว้ในบ้านและในรถของพ่อผม หลังจากจบอนุบาลก็เรียนต่อในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์ ถนนงามวงศ์วาน และเผอิญช่วงหนึ่งร้านอาหารที่อากุ้งเป็นเจ้าของก็ตั้งอยู่เยื้องโรงเรียน แต่อยู่ไม่นานก็เลิกไปเท่านั้น

สิบปีผ่านไป...ผมกลับมารื้อฟื้นความทรงจำโดยซื้อเทป ซีดี วีซีดีของนิธิทัศน์ตามร้านมือสองแล้วเก็บไว้เป็นกอง ผมจึงได้ยินได้ฟังเพลงจากอย่างจริงจังและได้รู้สึกถึงบทเพลง เพลงหนึ่งที่ฝังใจคือ สิ้นเยื่อขาดใย ที่ อ.มนตรี ผลพันธิน แต่งเพลงให้คณะดอกไม้ป่าร้องไว้เป็นต้นฉบับ และอากุ้งก็นำมาร้องต่อ ..ยังไงเราก็ยังไม่สิ้นเยื่อขาดใยอยู่ดี

ในวันนั้นแม้ผมจะมาไม่ทันวางดอกไม้จันแต่ก็อาศัยการยืนเคารพศพแทน จากนั้นจึงได้กราบคารวะคุณลุงวิเชียร แล้วผมก็บอกความในใจสักนิด และสัมภาษณ์ไปว่าตอนนี้ยังมีหนังสือที่ระลึกของกุ้ง(ปกดำ)เหลืออยู่มั้ย ท่านก็ตอบว่า...หมดแล้ว แต่ผมก็อาศัยการยืมจากมือของคนอื่นมาดูสักนิดแล้วคืนกลับไป
ผมใช้เวลาพูดคุยกับท่านแค่ไม่กี่คำถาม แต่ท่านต้องมีเวลาในการจัดมอบเงินให้กับครอบครัวเชียรสงค์
"คุณลุงวิเชียรครับ...ผมขอโอกาสหน้าที่บ้านนิธิทัศน์ก็แล้วกัน"

เวลาสี่โมงเย็น ผมยืนอยู่ลานจอดรถหน้าวัด เพื่อร่วมแสดงความยินดีให้กับครอบครัวเชียรสงค์ ที่ได้รับเงินบริจาคจากผู้ร่วมงานที่ซื้อซีดี วีซีดี ผลงานเพลงของอากุ้ง เป็นจำนวนครึ่งล้านบาท โดยงานนี้คุณลุงวิเชียรเป็นผู้มอบเงินบริจาคเอง ท่ามกลางเสียงปรบมือ ทดแทนน้ำตาของหลายคนที่หายไปเป็นปลิดทิ้ง



ภาพนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณบุรุษอีกท่านหนึ่งที่ทำให้อากุ้งรุ่งโรจน์อยู่ในวงการเพลงเป็นแห่งแรก(แรก) ท่านผู้นั้นคือ คุณเต่า อโซน่า ซึ่งวันนั้นท่านมาในชุดขาวทั้งเสื้อทั้งกางเกง ท่านจึงถ่ายให้ผมซึ่งยืนข้างกับภรรยา และลูกสาวของกุ้ง และผมก็ได้พูดคุยกับพวกเธอเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ด้วยอัธยาศัยที่ดี



สี่โมงครึ่ง ผม ญาติมิตร และแฟนเพลงของอากุ้ง ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อให้ทางวัดได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพรายต่อไป วันนั้นผมไม่ได้เอาน้ำตากลับบ้านเลยแม้แต่หยดเดียว เป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้สัมผัสกับมวลมิตรแฟนเพลง และบุคคลสำคัญที่ผมเคารพรักที่สุด..ของที่สุด เพราะผมหวังว่าสักวันอาจจะได้เจอและพูดคุยกับพวกท่าน พวกเขา พวกเธออีก


แม้ว่าตัวอากุ้งจะไปสู่สรวงสวรรค์แล้ว แต่เสียงเพลงที่อากุ้งขับขานยังอยู่ไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับบทเพลงที่ผันผ่านห้วงเวลาก็ยังคงรักษาไว้เป็นอภิมหาอมตะนิรันดร์กาล


ผมได้รับข่าวดีว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ก็จะมีคอนเสิร์ตรำลึกอากุ้งเกิดขึ้นที่ศาลาเฉลิมกรุง ถ้าคอนเสิร์ตไม่จัดเพราะความไม่สะดวกบางประการ ก็อาจมีผลงานที่เกี่ยวกับกุ้งตามมาอีกเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบ็อกเซ็ท หรืออาจจะเป็นละครชีวิต เมื่อถึงวันนั้น ผมคงมีโอกาสไปสัมผัสกับญาติๆ ของอากุ้งอีกสักที เราอาจได้ยินเสียงร้องของเมียหนึ่งลูกสองของกุ้งกันสดๆให้ผมได้แสดงความชื่นชม ไม่แน่ว่าอาจจะมีใครพาน้องคนใดคนหนึ่งไปเข้าสู่วงการเพลงตามรอยทางของคุณพ่อ


สุดท้าย....ผมขออนุญาตนำสิ่งที่ผมคิด-ทำขึ้นมากับมือ มาให้ทุกท่านในที่นี้ได้แสดงความรู้สึกกันสักนิดหนึ่ง 
ผมขอเรียกผลงานนี้ว่า ... "แผนที่ชีวิต กิตติคุณ เชียรสงค์"

นี่คือแผนที่ชีวิตจากวันแรกถึงวันสุดท้ายของอากุ้ง พร้อมกับคำกลอนจำนวนสองบทที่ผมแต่งขึ้นเอง (ที่ไม่ใช่ วิสา คัญทัพ) ซึ่งจะให้เราได้เห็นเพียงที่นี่...ที่เดียว

เชิญอ่านดูและสามารถคอมเม้นท์กันได้



สวัสดี

โดย มงกุฎ2529

 

กลับไปที่ www.oknation.net