วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2549

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ใช่คำตอบทุกอย่างของสังคมไทย


วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2549
            สังเกตไหมว่า ขณะที่นักวิชาการและสื่อมวลชนกำลังถกกันอย่างกว้างขวางว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ "รัฐธรรมนูญในอุดมคติ" ที่สามารถป้องกันการทุจริต การซื้อเสียง และการใช้เงินเข้ามาผูกขาดอำนาจทางการเมืองอย่างที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดที่แล้ว อีกด้านหนึ่งเราก็เห็นภาพของนักการเมืองเก่าๆ ออกมา "วาดลวดลาย" ที่ไม่มีวี่แววว่าพร้อมจะ "ปฏิรูปตัวเอง" ให้สอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของสังคมเลยแม้แต่น้อย
          เป็นภาพขัดแย้งที่ทำให้สังคมไทยต้องนั่งทบทวนให้ลุ่มลึกว่ากระบวนการสร้างชาติและการเมืองให้มีคุณภาพมากกว่าเดิมนั้นอยู่ที่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แค่ไหน และอยู่ที่การสร้างความแข็งแกร่งให้ "ภาคประชาชน" ที่แท้จริงขึ้นมามีสิทธิมีเสียงมากกว่ากติกาฉบับก่อนๆ อย่างไรบ้าง
         แน่นอนว่าการเขียนกติกาใหม่จะมีผลช่วย "ร่อนตะแกรง" ให้ได้นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ที่มีความรู้ความสามารถและละเว้นการใช้วิธีการหาเสียง ซื้อเสียง สร้างอำนาจต่อรอง แต่ไร้จุดยืนทางการเมืองเพื่อประชาชน เช่น การกำหนดวาระของ ส.ส.หรือการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาที่ให้ปลอดจากอำนาจ และอิทธิพลของเครือข่ายพรรคการเมืองอย่างแท้จริง
         การปรับโครงการของการ "ถ่วงอำนาจ" กันอย่างแท้จริงโดยให้องค์กรอิสระมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้มีอำนาจทางการเมือง ก็อาจจะช่วยป้องกันไม่ให้นักการเมืองประเภทเข้ามาเพื่อ "ทำมาหากิน" สามารถกลับเข้ามาสร้างอำนาจต่อรองเพื่อประโยชน์แห่งตนได้อีก
         แต่เอาเข้าจริง การกำจัด "นักเลือกตั้ง" ที่คล่องแคล่วเชี่ยวชาญด้านการหาคะแนนเสียงโดยไม่ต้องมีนโยบายชัดเจน และโดยใช้อำนาจเงิน และอิทธิพลที่ไม่ชอบมาพากลนั้นจะต้องเป็นเป้าหมายสำคัญแรกๆ ของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้
         ตัวหนังสือในรัฐธรรมนูญแต่เพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะ "กติกาดี" แต่ "คนเลว" ก็อาจจะลงท้ายด้วยความล้มเหลวของระบบการเมืองอย่างที่เราเห็นกัน
         พูดเอาไว้อย่างน่าคิดในประเด็นนี้คือ อาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ที่กล่าวไว้ในเวทีอภิปรายหัวเรื่อง "อนาคตการเมืองไทย : อนาคต คมช." เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า
        "หลายคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะคนร่างส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่คนใช้ส่วนใหญ่เป็นคนไม่ดี จึงเกิดข้อบกพร่อง ดังนั้น กระบวนการที่ต้องทำควบคู่ไปกับการยกร่างรัฐธรรมนูญคือการมุ่งเน้นการส่งเสริมการศึกษาและการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็ก เขาเหล่านั้นจะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี...ถ้าจะมาปลูกฝังการศึกษาให้ผู้ใหญ่คงทำได้ยาก เพราะคนรุ่นผมคงทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกเสียจากว่าจะย้อมผมขาวให้เป็นผมดำเท่านั้น เพราะไม้แก่ดัดยาก..."
        ดังนั้น ขณะที่เรากำลังผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีรูปแบบและเนื้อหาที่สามารถป้องกันการเข้ามายึดครองอำนาจโดยกลุ่มทุนและกลุ่มนักเลือกตั้ง เราก็ต้องมองกลไก "นอกรัฐสภา" หรือ "ความเคลื่อนไหวของประชาชน" ในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นอิสระจากอำนาจรัฐและอิทธิพลทางการเมืองของกลุ่มแก๊งทั้งหลาย
        อินเทอร์เน็ตได้เปิดทางให้ citizen journalism หรือ "สื่อมวลชนโดยประชาชน เพื่อประชาชน" ในการตรวจสอบการทำงานทั้งของ "การเมืองกระแสหลัก" และ "สื่อหลัก" เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจของกันและกัน จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งในการที่จะสร้างสังคมใหม่ของเราบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันและมีจริยธรรม
        การเปิดกว้างให้สื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่ของตนเองเคียงคู่ไปกับ "ภาคประชาชน" และการโหมเร่งพัฒนาระบบการศึกษาขนานใหญ่รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างค่านิยมต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการมุ่งมั่นสร้างให้ "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นพื้นฐานอันมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทยเท่านั้นที่จะเป็นการให้ความมั่นใจกับเราว่าการปฏิรูปสังคมไทยจะเกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง
        หวังเพียงแค่มีรัฐธรรมนูญในอุดมคติอย่างเดียวไม่ได้แน่นอนเพราะขณะนี้แก๊งนักเลือกตั้งและอำนาจเก่ากำลังตั้งกองกำลังศรีธนญชัยจ้องหาจุดอ่อนและช่องว่างที่พวกเขาจะรุมกันทึ้งและทำร้ายบ้านเมืองได้อีกแล้ว

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net