วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชวนไปดูเค้าชิงเปตรที่นครศรีฯ


        

     เย้..เย้ พรุ่งนี้แล้วสิน่ะที่ฉันก็จะได้กลับไปบ้านที่นครแล้ว จะได้กลับไปทำบุญให้กับคุณตาที่ฉันรัก จะได้กลับไปเจอพ่อเจอแม่ เจอพี่น้อง และเจอน้องหมาที่น่ารักทั้งหลายของฉัน หลังจากที่ฉันเว้นช่วงกลับบ้านมานานนับ 5 เดือน 

   กลับไปคราวนี้ฉันเล่นลางาน 3 วันติด แถมพ่วงต่อด้วยเสาร์-อาทิตย์อีก 2 วัน ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร ไม่รู้ว่ากลับมาจะโดนซองขาวจากเจ้านายหรือป่าว (ไม่น่ะ ไม่จริงหรอก) โลกคงไม่ใจร้ายกับฉันขนาดนั้น 

     พี่ที่ทำงานทำงานถามฉันว่าทำไมฉันต้องกลับบ้านช่วงนี้ งานนี้มันสำคัญยังไง ทำไมถึงต้องกลับ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ฉันรู้แต่ว่าตั้งแต่ฉันจากบ้านมาฉันต้องกลับไปบ้านในช่วงนี้ให้ได้ คงเป็นเพราะฉันโตที่นครฯ ฉันจึงซึมซับประเพณีนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ฉันรู้ว่าฉันจะมีความสุขมาก ฉันรอคอยให้ถึงวันงานเร็วๆ เพื่อที่จะได้เจอหน้าญาติพี่น้องอย่างพร้อมหน้า จะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ประเพณีนี้มันเป็นวิธีการแสดงออกอย่างหนึ่งต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ว่าเรายังระลึกถึงเขาอยู่ มันเป็นวิธีที่ทำให้ฉันเชื่อว่าถ้าทำแล้วเค้าจะได้รับในสิ่งที่เราให้  และเค้าจะมีความสุขเราจึงตั้งใจทำให้อย่างเต็มที่ 

              ฉันมักนึกถึงงานเดือนสิบตอนสมัยฉันเป็นเด็กๆ  สมัยนั้นงานจะจัดที่บริเวณสนามหน้าเมือง ใกล้ๆกับศาลหลักเมืองในปัจจุบัน  ตรงข้ามกับโรงเรียนมัธยมของฉัน มันก็ไม่ต่างไปจากงานวัดทั่วไป พ่อกับแม่มักพาฉันมาเที่ยวในงาน พาฉันไปขี่ม้าหมุน ไปนั่งชิงช้าสวรรค์ ไปดูเค้าเล่นปาหี่ ที่ฉันสงสัยมาตลอดว่ามันคืออะไร ทำไมมันถึงรู้ไปซะทุกอย่าง (อับดุลเอ๋ย ถามไรตอบได้ :ได้) ในงานก็จะมีคนจากต่างอำเภอมาออกร้านเยอะแยะไปหมดให้เราเดินแวะชมจนขาลาก  แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนสถานที่จัดงานไปใช้ที่ทุ่งท่าลาดแทนซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจากบ้านฉันเท่าไหร่ ถ้าจำไม่ผิดปีนี้คงจะตรงกับวันที่ 5-14 ตุลาคม 2550  ใครที่ไม่เคยเห็นประเพณีแบบนี้ก็ลองมาเที่ยวที่นครศรีธรรมราชในช่วงนี้ดูสิค่ะ แล้วจะรู้ว่ามันมีความหมายยังไง ทำไมคนนครฯ ถึงให้ความสำคัญกับงานนนี้นัก

          สำหรับใครบางคนที่ยังไม่รู้จักการ ”ชิงเปตร” หรือ”ตั้งเปตร” ว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ เคยได้ยินแต่คำว่า” เปตร” กัน  และความหมายของขนมต่างๆ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ ในงานมาฝากกัน

การตั้งเปรต
*-
ในการทำบุญสารทเดือนสิบ ลูกหลานจะทำขนม หรืออาหารนำไปวางในที่ต่างๆของวัด ตั้งที่ศาลาซึ่งเป็นศาลาสำหรับเปรตทั่วไป และริมกำแพงวัด หรือใต้ต้นไม้ สำหรับเปรตที่ปราศจากญาติ หรือญาติไม่ได้ทำบุญอุทิศให้ หรือมีกรรมไม่สามารถเข้าในวัดได้ พิธีกรรมทำบุญอุทิศส่วนกุศลทำได้โดยการแผ่ส่วนกุศล และกรวดน้ำอุทิศให้ เมื่อเสร็จลูกหลานจะมีการแย่งชิงขนม และอาหารกันที่เรียกว่า “ชิงเปรต”

*-
การชิงเปรต เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากการอุทิศส่วนกุศลแก่เปรต โดยมีพระสงฆ์สวดบังสุกุล พอพระชักสายสิญจน์ที่พาดโยงไปยังอาหารที่ตั้งเปรต  ซึ่งของที่แย่งมาได้ถือเป็นของเดนชาน การได้กินเดนชานจากวิญญาณบรรพบุรุษและเป็นกุศลสำหรับลูกหลาน เป็นความเชื่อที่ถือกันว่าเป็นการแสดงความรัก เป็นสิริมงคล ลูกหลานก็จะเข้าไปแย่งเอามากิน

    

         

สัญลักษณ์ของขนมที่ใช้ในการจัดหฺมฺรับ 

ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนเรือ แพ ที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ เหตุเพราะขนมพองนั้นแผ่ดังแพมีน้ำหนักเบาย่อมลอยน้ำ และขี่ข้ามได้


ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม เหตุเพราะขนมลามีรูปทรงดังผ้าถักทอ พับ แผ่ เป็นผืนได้

ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า สำหรับใช้เล่นต้อนรับสงกรานต์ เหตุเพราะขนมบ้ามีรูปทรงคล้ายลูกสะบ้า การละเล่นที่นิยมในสมัยก่อน
ขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์แทนเงิน เบี้ย สำหรับใชัสอย เหตุเพราะรูปทรงของขนมคล้ายเบี้ยหอย
ขนมกง(ไข่ปลา) เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ เหตุเพราะรูปทรงมีลักษณะคล้ายกำไล แหวน



           

โดย sweet

 

กลับไปที่ www.oknation.net