วันที่ อังคาร ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Melody ที่รัก...คุณเคยดูไหม


Melody ที่รัก...คุณเคยดูไหม

สมัยเด็กๆตอนผมอายุสิบขวบเห็นจะได้มีหนังจากฝั่งประเทศอังกฤษเข้ามาฉายที่เมืองไทยในนามบริษัท Columbia Picture จำกัด ปี พ.ศ. 2514 ผมต้องบอกก่อนสมัยนั้นไม่มีปัญญาไปดูโรงภาพยนตร์ชั้นหนึ่งหรอก อาศัยที่โรงหนังศรีย่านไม่เก็บค่าตั๋วเด็กความสูงไม่เกิน 120 Cm.ผมเลยมีโอกาสเข้าไปดูฟรี แล้วก็ดูฟรีจากเช้าจรดเย็นวนรอบจนจำภาพยนตร์เรื่องนั้นในสมองได้จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้กลับบ้านเย็นไปเจอแม่ตีเพราะหนีไปไหนไม่ยอมบอกแม่ก็ยอม

Poster

ถ้าใครเป็นเด็กรุ่นผมไม่รู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือว่า เชย เลยทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า “Melody” ตั้งชื่อภาษาไทยว่า “เมโลดี้ที่รัก” เป็นภาพยนตร์รัก Style Poppy Love ของเด็กในชั้นประถมศึกษาตอนปลาย อายุก็ประมาณ 12-13 ปี เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เป็นการร่วมมือการสร้างของผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับชื่อดังที่ยังมีชื่อเสียงมาจนตราบปัจจุบัน David Putnum และ Alan Parker

mel2

ภาพยนตร์เรื่องนี้ David Putnum เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา มี Alan Parker เขียนบทร่วมกับ Andrew Birkin และ Alan Parker ยังเป็นผู้ถ่ายภาพกองที่สองของภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมี Waris Hussein เป็นผู้กำกับภาพยนตร์

mel1

ดาราแสดงนำในเรื่องนี้ซึ่งเป็นขวัญใจในวัยเด็กของผม มี Marl Lester แสดงเป็น Daniel Latimer ที่มารักกับสาวน้อยของผม Tracy Hyde ที่แสดงเป็น Melody Perkins ซึ่งตอนนั้นเจ้าหล่อนอายุเพียง 10 ขวบ โดยมีไอ้หนุ่มน้อยกวนโอ้ยย... Jack wild แสดงเป็น Ornshaw เพื่อนรักของพระเอกและเพื่อนร่วมชั้นเดียวกันกับพระเอกและนางเอก หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ดัง Mark Lester และ Jack Wild ก็ไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง “Oliver” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ Classic มาจนปัจจุบันนี้ ถึงจะมีการสร้างใหม่ก็สู้ฉบับที่สองคนนี้เล่นไม่ได้

Aus

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการเอาเพลงของวง Bee Gees มาทำเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ 7 เพลงด้วยกันไม่ว่าจะเป็น In the morning, Spicks and Specks, Give your best to your friend, Working on it night and day, First of May หรือเพลงที่เด็กรุ่นใหม่รู้จักกันดี To love somebody และเพลง Title ของภาพยนตร์ Melody’s fair ที่ฟังทีไรคิดถึงคิดถึงแฟนในวัยเด็กทุกที แถมยังมีเพลง Teach your children ของ Crosby, Still and Nash แถมมาให้ฟังอีกเพลงด้วย

Spanish

บรรยากาศในภาพยนตร์ถ่ายทำกันในประเทศอังกฤษแถบย่าน Lambeth และชายทะเลย่าน Weymouth มีแค่ฉาก Roller Coaster ที่ถ่ายทำใน Battersea Funfair ในกรุง London เผื่อคนไปเที่ยวอังกฤษอยากไปรื้อฟื้นความหลังกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ครั้งแรกตั้งชื่อว่า “Melody” แต่มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “S.W.A.L.K.” เพราะชื่อ “Melody” ไม่สื่อความหมายของภาพยนตร์ “S.W.A.L.K.” ย่อมาจาก “Seal With A Loving Kiss” ซึ่งเด็กนักเรียนอังกฤษในยุคนั้นใช้ลงท้ายจดหมาย แต่เด็กทางฝั่งอเมริกาไม่เข้าใจความหมาย คิดจะใช้ชื่อเรื่องว่า “To Love Somebody” เหมือนกันแต่ไม่work จึงกลับมาใช้ชื่อ “Melody” ตามเดิม และเมื่อส่งไปฉายทั่วโลก ยังมีชื่ออื่นๆอีก เช่น Melody fair หรือ Love Melody

mel3

ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบล้มไม่เป็นท่าเหมือนกัน ในอังกฤษนักวิจารณ์ภาพยนตร์ให้ Credit กับภาพยนตร์แต่ภาพยนตร์ไม่ทำตลาดในแง่ธุรกิจ จนบริษัทญี่ปุ่นเอาไปฉายในประเทศญี่ปุ่นและประสพความสำเร็จในด้านการตลาดเป็นอย่างมาก รวมทั้งเพลงประกอบจากภาพยนตร์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า รวมทั้งสาวน้อย Tracy Hyde ก็ไปดังระเบิดอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและย่านเอเซีย

Tracy-mark

นี่คือคู่พระคู่นางในวัยเด็กรุ่นผมที่พยายามเลียนแบบโดยไม่มีเรื่อง Sex เข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนวัยรุ่นในยุคนี้ ขอเพียงให้รักตามประสา Poppy Love ก็พอ แล้วกลับไปบ้านถูกแม่ตีเพราะไถลกลับบ้านดึก เพราะมัวไปมองหลังคาบ้านของสาวเจ้า

Group

นี่คือโฉมหน้าไอ้ตัวร้ายเพื่อนพระเอกและนางเอกที่ชวนพระเอกและนางเอกหนีโรงเรียน จนโดนครูตี แล้วพระเอกตัวน้อยก็หนีไอ้ตัวร้ายไปอ้อนนางเอก

Jack-Mark

ภาพยนตร์เรื่องนี้ผมว่ามีอิทธิพลสำหรับเด็กรุ่นผมหลายๆคน เพราะสอนให้เป็นกบฎต่อระบอบการศึกษาของโรงเรียนในวัยเด็กน้อยๆ และสอนให้รู้จักรักตั้งแต่วัยเยาว์ถึงจะไม่รุนแรงและร้ายกาจเหมือนในสมัยปัจจุบัน แต่ก็เป็นภาพยนตร์รักของเด็กๆที่ดูได้สบายใจ แถมเพลงประกอบภาพยนตร์ก็เพราะ ผมรู้จักวง Bee Gees และชอบมากยิ่งขึ้นเมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้

Misc

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกทัศน์ในวัยเด็กของผมเปลี่ยนไป รู้จักความรักเพื่อน รักเพศตรงข้ามที่ไม่มี Sex เข้ามาเจือปน รู้จักการลองผิดซะบ้างเพื่อให้ชีวิตมีสีสรร แทนที่จะทำตัวเป็นคนดีตลอด เพราะถ้าเราไม่รู้จักสิ่งผิด เราจะรู้จักสิ่งที่ถูกได้อย่างไร

Tracy

นีแหละสาวน้อยที่เป็น Idol ของผมมาตั้งแต่เด็กและยังจำเธอได้ทุกฉาก ถ้าคุณๆอยากหาภาพยนตร์เรื่องนี้มาดูผมว่า ยังพอมีขายอยู่ เพลงประกอบภาพยนตร์ ผมว่าก็ยังมีขายอยู่เช่นกัน เพราะเคยไปหลงหามาได้ในประเทศไทยนี่แหละ แต่เป็นสิบปีที่แล้ว แต่บอกให้ไหมทำไมผมกลับบ้านเย็น เพราะผมดูภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ชั้นสองและภาพยนตร์ฉายควบกับภาพยนตร์อีกเรื่อง บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ ถ้าแม่ผมรู้สมัยนั้นตีผมตายแน่ๆ ภาพยนตร์ควบอีกเรื่องเป็นหนังฝรั่งเหมือนกันชื่อว่า “นางเปลือยกลางไพร” แล้วจะไม่ให้ผมใจแตกตั้งแต่สมัยเด็กๆได้ยังไง...

07 - Melody Fair_B...

โดย Jui

 

กลับไปที่ www.oknation.net