วันที่ พุธ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปอยู่ “พันพรรณ” กัน : บ้านดินที่แม่แตง เจียงใหม่


|

ไปอยู่  “พันพรรณ”  กัน

"หนึ่งลมหายใจ"

ฤดูฝนปีนี้เรามีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ที่สวนพันพรรณของ พี่โจน จันได ฅนสร้างบ้านดิน ใจดีฅนนั้น   เดิมทีพี่โจนเป็นชาวยโสธร ต่อมาย้ายถิ่นฐานบ้านเรือนไปตั้งรกรากใหม่ที่ชายเขาบ้านแม่โจ้ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่  แล้วตั้งชื่อไร่ว่า สวนพันพรรณ  พันพรรณ หมายถึง ความหลากหลายพันชนิด

           วันที่เรามาถึงเป็นช่วงต้นฤดูฝน  พี่โจนไม่อยู่ ไปสหรัฐกับแฟน (ชื่อเพ็กกี้ เป็นชาวอเมริกัน) และลูกชาย (ชื่อ ด.ช.ทาน) เพื่อไปจัดอบรมสร้างบ้านดินที่นั่น ๓ เดือน เหลือไว้แต่ฅนงานกับแม่ครัวเฝ้าสวนสองฅน และจัสติน หนุ่มผิวสีจากเกาะอังกฤษที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ฅนงานผู้ชายชื่อพี่จานี ทำงานเก่ง หนักเอาเบาสู้ ชอบฟังวิทยุทุกวัน  ส่วนแม่ครัวชื่อพี่นาคอ ฅนนี้พูดน้อยแต่ทำอาหารอร่อยมากและชอบทำกับข้าวไปฟังวิทยุไปเหมือนกัน  ทั้งคู่เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอที่พี่โจนจ้างมาทำงานในไร่

           จัสตินเป็นหนุ่มผิวดำที่เกิดในอังกฤษ  ช่วงนี้ลาออกจากงานที่สถานีโทรทัศน์เพราะรู้สึกเบื่อ จึงเก็บเงินแล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปในเอเชีย  ที่ผ่านมาไปเที่ยวลาวแล้วเข้าเมืองไทยมาทางแม่สาย จากนั้นก็มาพบสวนพันพรรณโดยบังเอิญจึงใช้เวลาที่เหลือ ๒ เดือนอยู่ที่นี่ จัสตินบอกว่าชอบที่นี่เพราะสงบดี ชอบอ่านหนังสือ มักจะมีหนังสือพ็อกเก็ตบุคถือติดตัวตลอด อ่านจบเล่มนี้ก็ถือเล่มใหม่เข้ามาแทน ตอนที่เราเจอจัสตินเป็นช่วงสองอาทิตย์สุดท้ายของการใช้ชีวิตที่นี่ก่อนที่เขาจะกลับไปอังกฤษ เราจึงมีโอกาสให้จัสตินช่วยสอนภาษาอังกฤษให้นิดหน่อย เขาบอกว่าปลายปีนี้อาจจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เราก็หวังเช่นนั้น

            สวนพันพรรณมีเนื้อที่ประมาณ ๒๐ ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงามมาก อยู่บนเนินเขาลูกเล็ก ๆ ออกมาจากบ้านแม่โจ้  ที่นี่จึงมีความสงบมาก  จากเนินเขาในสวนเราจะเห็นวิวรอบ ๆ เป็นเทือกเขาสวยงามสลับซับซ้อนอยู่ไกล ๆ  มองเห็นบ้านแม่โจ้อยู่เบื้องล่าง  ดูสงบสุขทุกเวลา  บางวันตอนเช้า ๆ เราจะเห็นทะเลหมอกไหลล้นออกมานอกเบ้าภูเขาด้วย เป็นความสวยงามที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร 

           ที่นี่มีบ้านดินอย่างน้อย ๙ หลัง น่ารักน่าอยู่ทั้งนั้น  แต่ละหลังมีรูปแบบการออกแบบที่โดดเด่นเฉพาะตัว หาใครเลียนแบบได้ยาก อยากเห็นว่าน่าอยู่อย่างไรต้องมาชมด้วยตาตนเอง ยังมีอาคารหอประชุมขนาดมินิที่ยังสร้างไม่เสร็จ พี่โจนบอกว่าระหว่างวันที่ ๒๒ พฤศจิกายนปีนี้ถึงมกราคมปีหน้าจะมีการสอนทำบ้านดินโดยใช้อาคารหอประชุมนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติการเรียนรู้และลงมือสร้างไปในตัว  เสร็จเมื่อไหร่คงใช้งานได้สารพัดประโยชน์เมื่อนั้น 

            กระเถิบไปทางด้านหลังของสวนพันพรรณ ณ เนินเขาลูกย่อม ๆ อีกลูกหนึ่ง  มีบ้านพักตากอาการออกแนวโฮมสเตย์ ชื่อ “บ้านอยู่สบาย” เป็นรีสอร์ทบ้านดินเช่นกัน  เจ้าของกิจการเป็นคู่สามีภริยาและเป็นเพื่อนซี้กับพี่โจน ชื่อ กฤตกับเยา ทั้งคู่เพิ่งจะฉลองฮันนี่มูนกันไปหมาด ๆ น่าอิจฉาตาร้อน

         ทุกสัปดาห์ที่รีสอร์ทบ้านดินของ กฤตกับเยา มีคอสสอนทำอาหารมังสวิรัติให้กับฝรั่งด้วย  เราเลยโชคดีมีโอกาสร่วมพักลักจำไปหลายสูตรทีเดียว  คอสนึงมีฝรั่งเข้าเรียนประมาณ ๓-๔ ฅน บางทีก็มากกว่านั้น ฝรั่งจะเข้าพักที่บ้านดินและเรียนทำอาหารกันที่นี่อย่างน้อย ๓ วัน จากนั้นจึงกลับออกไปพร้อมกับความสามารถในการทำอาหารไทยมังสวิรัติในหัวสมองเพื่อเอาไปอวดเพื่อน ๆ ที่ประเทศตัวเอง 

 

         บ้านอยู่สบายมีเว็ปไซต์ชื่อ  www.yousabai.com 

         กระเถิบไปด้านหลังทางทิศใต้ของสวนพันพรรณ  เราพบว่ามีไร่อีกไร่นึง   อันนี้เป็นชุมชนทางเลือกที่สนใจการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย  แต่น่าสนใจว่าเป็นชุมชนที่เกิดจากการรวมตัวของฝรั่งชาวอเมริกันจำนวน ๘ ฅน  ร่วมลงขันกันซื้อที่ดินขนาด ๒๐ กว่าไร่แห่งนี้  จุดมุ่งหมายคือการใช้ชีวิตพึ่งพาธรรมชาติและพึ่งพาตนเอง  ไปพ้นจากบริโภคนิยมและความหรูหราฟุ่มเฟือย 

           ชุมชนนี้มี ๓ ชื่อด้วยกัน คือ  โครงการบ้านไทย , ปัญญาโปรเจ็ค และบ้านคริสเตียน  ที่ตั้งชื่อบ้านไทยคงเพราะต้องการให้ฟังดูแบบอนุรักษ์ ๆ คงความดั้งเดิมอย่างไทย ๆ ไว้ (ทั้ง ๆ ที่ฅนก่อตั้งทั้ง ๘ ไม่ไทยเลย)  ส่วนปัญญาโปรเจ็คมาจากเพื่อนคนไทยช่วยตั้งให้  และชื่อบ้านคริสเตียนมาจากชื่อของผู้ร่วมลงขันท่านหนึ่ง  ก่อนหน้าที่จะมีบ้านไทย คริสเตียนเคยช่วยพี่โจนดูแลสวนพันพรรณอยู่สองปี  ต่อมาคริสเตียนก็เกิดความคิดแตกแขนงขึ้นมาว่าตนเองน่าจะรวบรวมเพื่อนฝูงที่สนใจเส้นทางเดียวกัน ร่วมหุ้นกันซื้อที่ดินแถวนี้สร้างชุมชนทางเลือกขึ้นมาอีก  ว่าแล้วคริสเตียนก็ชักชวนเพื่อนชาวอเมริกันอีก ๗ ฅน ร่วมหุ้นกันซื้อที่ดินถัดจากสวนพันพรรณ (แค่เดิน ๕ นาที) ชื่อบ้านคริสเตียน จึงมีที่มาอย่างนี้  ที่ต้องเล่าไว้ ๓ ชื่อเพราะเกิดคุณผู้อ่านมีโอกาสไปเยี่ยมชมจะได้ไม่งง 

          หลักปรัชญาการใช้ชีวิตในบ้านไทย (หรือบ้านคริสเตียน) คือการพึ่งพาตนเองให้มาก-ใช้เงินให้น้อย  แล้วหันมาอยู่กับไร่ปลูกพืชผักสวนครัวกินเอง ปลูกผลหมากรากไม้ในผืนดินตนเอง  ถึงฤดูกาลอะไรเราก็จะได้กินผลไม้ชนิดนั้น ไม่ต้องออกไปจ่ายตลาดให้เสียเงินและเวลา  อันนี้จะคล้าย ๆ กับสวนพันพรรณเพราะที่พันพรรณเรามีทุกอย่าง  ตื่นเช้ามาเราไม่ต้องไปจ่ายตลาดให้เสียสตางค์ พืชผักสวนครัวเรามีพร้อม ไม่ว่าจะเป็น ผักบุ้ง ผักหวาน ใบกระเพรา โหระพา แมงลัก ฟักทอง แตงกวา ต้นหอม กูไช่ ตะไคร้ สะระแหน่ หน่อไม้ ฯลฯ  ผลไม้เราก็มี แตงโม มะละกอ กล้วย มะเฟือง ลำไย มะม่วง ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้กินขนุนและอโวคาโด้เพราะเพิ่งจะปลูก  ทุกวันเราได้ดื่มน้ำจากลูกเสาวรสคั้นสด ๆ กับมือ อุดมไปด้วยวิตามีซี ที่ล่ะชีวิตที่ไม่ต้องใช้เงินแบบเห็น ๆ

บ้านไทย หรือปัญญาโปรเจ็ค หรือบ้านคริสเตียน มีเว็ปไซต์ชื่อ  www.panyaproject.org

          เวลานี้มีคริสโตเฟอร์ (หุ้นส่วนอีกฅนหนึ่ง) อยู่ประจำกับแฟนสาวชาวไทยชื่อ ฉุย  บางทีก็มีควีนบีกับเจน สองสาวเพื่อนซี้ชาวอเมริกันแวะไปค้างคืนทำขนมปังกินกัน ทั้งพันพรรณและบ้านไทยมักจะมีฝรั่งแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมเยียนเสมอ ๆ ฅนไทยจะไปเยี่ยมเยียนบ้างก็ได้ไม่ขัดข้อง เจ้าของบ้านยินดีต้อนรับอยู่แล้ว

          ชีวิตในสวนป่าชนบทแบบนี้เป็นอะไรที่เงียบสงบมาก ตื่นเช้ามาเรามีกิจวัตรประจำวัน  สวดมนต์  กายบริหารโยคะ  ถางป่า  เก็บผัก  ทำกับข้าว  การที่สวนอยู่ออกมานอกหมู่บ้านและตลาดทำให้ชีวิตในสวนเป็นชีวิตของการภาวนาไปโดยปริยาย  ที่นี่มีรถเข้าเมืองเชียงใหม่วันละรอบ รถมารับตอน ๖ โมงเช้าและจะมาส่งเราที่สวนในเวลาบ่าย ๒ โมง  

           การที่มีรถเข้าออกเพียงวันละรอบทำให้เราไม่ค่อยคิดฟุ้งซ่านว่าจะออกไปไหน  วัน ๆ อยู่กับลมหายใจตัวเอง มองไปทางไหนมีแต่ท้องฟ้าป่าเขาและเสียงจิ้งหรีดเรไรแมลงป่าร้องเพลง  สัญญาณโทรศัพท์มือถือมีบ้างไม่มีบ้างก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดถึง ถึงจะคิดถึงก็คงติดต่อกันลำบาก  อย่าถามถึงโทรทัศน์เพราะที่นี่ไม่มีโทรทัศน์ให้ชม  ช่วงที่ผ่านมาเราจึงทราบข่าวล่าช้ากว่าใครว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชนะเสียงโวตจากประชาชนไปแบบหวุดหวิด 

           การมีชีวิตอยู่กับชนบทด้วยตัวเองทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นชีวิตที่ไม่ต้องออกไปต่อสู้ดิ้นรนกับใคร หรือไม่ต้องออกไปต่อสู้ดิ้นรนเพื่อปากท้องตัวเอง ในผืนดินรอบ ๆ ตัวเรามีอาหารให้เราอย่างบริบูรณ์ ทั้งอาหารภายนอกและอาหารภายใน ที่จะทำให้เรารู้สึกอิ่มไปตลอดเวลา 

           เราไม่จำเป็นต้องรับรู้ข่าวสารว่าใครจะทำอะไร  ใครทะเลาะกับใคร  เพราะหนังสือพิมพ์ก็ไม่มีให้อ่าน สิ่งที่เราได้อ่านคืออ่านใจตัวเองในแต่ละวันว่าเราคิดอะไร ทำอะไรไปบ้างในแต่ละวินาทีที่ผ่านไป 

           ชีวิตในสวนพันพรรณในช่วงฤดูฝนปีนี้จึงถือเป็นกำไรชีวิตอย่างสูง เพราะนอกจากจะได้ภาวนาอยู่กับตัวเองมากขึ้นแล้ว ยังมีโอกาสรับรู้ว่ามีกลุ่มฅนอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจการใช้ชีวิตนอกกระแส ไปพ้นจากการใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยแบบบริโภคนิยม และเป็นวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยการกลับมามองดูภายในอย่างแท้จริง 

          หากคุณผู้ผ่านสนใจต้องการไปเยี่ยมสวนพันพรรณ, บ้านอยู่สบาย หรือบ้านไทยก็ไม่ยาก  ถึงเชียงใหม่ไปต่อรถเมล์สองแถวที่คิวรถ กาดนครพิงค์ (อยู่ที่ตลาดวโรรส) ถามหารถเมล์สองแถวสีขาวไปแม่แตง-เข้าบ้านแม่โจ้  มีคันเดียว  รถออกเวลาเที่ยงไปส่งถึงสวนพันพรรณเวลาบ่าย ๒ โมง  สังเกตที่รถเขียนว่า Pun Pun , Panya Project , You Sabai ค่ารถฅนละ ๕๐ บาท ก่อนเข้าไปอาจจะซื้อน้ำตาล หอม กะเทียม หรือเครื่องครัวที่จำเป็นเข้าไปบ้างก็ดี เพราะพันพรรณก็มีหลายอย่างที่ยังผลิตเองไม่ได้ 

            สวนพันพรรณ มีเว็ปไซต์  www.punpunthailand.org  พี่โจนและครอบครัวยินดีต้อนรับทุกท่านอยู่แล้ว   (ป.ล. พี่โจนร่วมหุ้นกับเพื่อน ๆ เปิดร้านอาหารพันพรรณ ในวัดสวนดอก เชียงใหม่ เป็นร้านอาหารมังสวิรัติ  ก่อนไปไร่พันพรรณ แวะกินข้าวที่ร้านอาหารพันพรรณก่อนก็ได้ครับ)  แล้วเจอกันนะที่พันพรรณ.

 

 

*ตีพิมพ์ครั้งแรกใน  “สร้อยทองสาร”  จุลสารรายสะดวก ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๖๘

กันยายน-พฤศจิกายน ๒๕๕๐ 

โดย หนึ่งลมหายใจ

 

กลับไปที่ www.oknation.net