วันที่ เสาร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เบื้องหลัง“ชายในภาพ”บึ้ม“ซีคอน”กลับลำ


 คงต้องเป็นไปตามเกม สำหรับนายปรัชญา ปรีชาเวช กับ เพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่เข้ามาพบกับ กอง บก.ข่าวอาชญากรรม ศูนย์ข่าวเนชั่น พร้อมกับดูภาพถ่ายของตำรวจแจกจ่าย เนื่องจากถูกระบุว่า เป็นผู้วางระเบิดในห้างฯ “ซีคอน” พร้อมตั้งรางวัล 1 ล้านบาท ได้ออกมายืนยันว่า คนในภาพนั้นคือ “ปรัชญา-เพื่อน-พี่สาว” แต่หลังจาก พล.ต.ต.เจตต์ มงคลหัตถี กับ พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รองผบช.น. พร้อมด้วยชุดสอบสวน สอบเครียดนานกว่า 6 ชั่วโมง  กลับออกมาแถลงข่าวที่ สน.ประเวศ ว่า เป็นชายหน้าคล้ายกันเท่านั้น และไม่เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ “คม ชัด ลึก” ไปเช่นนั้นเลย พูดง่ายๆ หลังจากการสอบสวนดังกล่าว กลายเป็น “หนังคนละม้วน” ไปเลยทีเดียว

 อยากจะถ่ายทอดเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกครั้งหนึ่งว่า กลุ่มนายปรัชญา กับเพื่อน ได้ติดต่อมายัง กอง บก.อาชญากรรม ศูนย์ข่าวเนชั่น พร้อมกับระบุว่า จากข่าวโทรทัฒศน์ที่ได้เผยแพร่ข่าวรูปชายในวงจรปิดเป็นผู้วางระเบิดในห้างซีคอน พร้อมกับมีการออกหมายจับไปนั้น “น่าจะ” เป็นภาพของตัวเอง พร้อมเพื่อน และพี่สาว  ทำให้เขาตกใจมาก จึงอยากขอดูภาพกับ “เนชั่น”อีกครั้ง
 หลังจากนั้นทาง บก.ได้เชิญให้เขาพร้อมเพื่อนมาดูภาพชัดๆ ที่ศูนย์ข่าวเนชั่น ทีอาคารเนชั่นทาวเวอร์ 
 เมื่อทั้งสองคนมาถึง ได้ไปดูภาพในคอมพิวเตอร์ตามที่ตำรวจได้แจกจ่ายมาให้ โดยมีผู้สื่อข่าวเป็นจำนวนมาก ได้ดูไปพร้อมๆ กัน เมื่อเปิดมาภาพที่ 1 นายปรัชญา บอกว่า “นี่แหละภาพของผม” เมื่อเปิดภาพต่อไป ปรากฏว่าเพื่อนของเขาที่มาด้วยกัน ได้ยืนยันว่า  “วันนั้นผมสวมหมวกกลับหลัง และมีเสื้อคลุมติดตัวไปด้วย”
เมื่อถามว่า เขาไปทำอะไรที่นั่น นายปรัชญา บอกว่า วันนั้นได้ชวนกันไปดูหนัง เมื่อดูไปได้ครึ่งเรื่อง ปรากฏว่า เขาประกาศหยุดฉาย  จึงได้ออกมาถามคนแถวนั้นว่า เกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่า มีระเบิด
 สาเหตุที่ไปยืนอยู่ตรงนั้น จนถูกบันทึกภาพได้นั้น เนื่องจาก ไปเป็นเพื่อน เพื่อนเพื่อซื้อสร้อยคอให้คนรักของเขา
 ดังนั้น ในเมื่อภาพถ่ายที่ตำรวจนำไปเผยแพร่นั้น ตรงกับ “ปรัชญา-เพื่อน-พี่สาว” เขาจึงต้องการจะออกมาบอกกับสาธารณะชนผ่านสื่อว่า ภาพมือระเบิดซีคอน ตามที่ตำรวจออกหมายจับนั้น กลุ่มเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดเลย  เพราะถ้าอยู่อย่างเงียบๆ แล้ว จะทำให้ไม่สบายใจ และยิ่งมีรางวัลถึง 1 ล้านบาทด้วยแล้ว จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
 หลังจากนั้น ปรัชาญา ได้คุยกับผู้บริหารของเนชั่น พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือของเขาเอง ติดต่อกับติดต่อกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน จนได้ข้อสรุปว่า จะเดินทางไปพบที่โรงแรมธารา ถนนสุขุมวิท 26 พร้อมกับให้บรรณาธิการติดตามไปด้วย โดยนายปรัชญาเอง ได้ให้กล้องวิดีโอเอาไว้ด้วย 1 ตัว พร้อมกับบอกว่า ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลช่วยถ่ายภาพเอาไว้ให้ด้วย  
 การสอบสวนได้เริ่มขึ้น โดยมีนายปรัชญา พร้อมกับเพื่อน และที่น่าแปลกใจ ทำไมมีหญิงคนหนึ่งที่น่าตาคล้ายกับภาพถ่ายที่ตำรวจแจก มาอยู่ด้วย โดยนายปรัชญา ยืนยันว่าเป็นพี่สาวเขาเอง
 การสอบสวนตั้งแต่ประมาณ 3 ทุ่มไปจึงถึงตี 2 ได้มีชายคนหนึ่งนำเสื้อผ่านที่คล้ายกับ ชายในภาพของตำรวจมายืนยันกับพนักงานสอบสวน
 การสอบสวนเป็นไปปย่างเคร่งเครียดจนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ ตี 3 นายปรัชญา ออกมาขอกล้องคืน พร้อมกับบอกว่า ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เพราะในตอนเช้าที่จะถึงนี้ ตำรวจจะทำเรื่องถอนหมายจับแล้ว 
 จนกระทั่วเวลาผ่านไปประมาณ ตี 4 ครึ่ง ตำรวจได้ปล่อยตัว พร้อมกับนัดไปแถลงข่าว ที่ สน.ประเวศ เวลา 11.00 น. เป็นไปคนละเรื่องที่เปิดเผยกับกองบรรณาธิการเลย และยังปฏิเสธอีกด้วย
 ข้อสังสัยในเรื่องมีอยู่ว่า 1.นายปรัชญา พร้อมเพื่อน มาดูภาพแล้วยืนยันว่าใช่ตัวเองพร้อมเพื่อน พี่สาวแน่นอน แต่ถ้าเขาปฏิเสธเหมือนกับแถลงข่าวนั้น เขาทำไมไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก ทำไมต้องไปพบตำรวจที่โรงแรมธาราจนถูกสอบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกว่า 6 ชั่วโมงขนาดนั้น ทำไมไม่กลับบ้านไปนอนตั้งแต่แรก
 2.ในระหว่างการสอบสวน ถ้าเขาถูกตั้งคำถามว่า คนในภาพตามหมายจับนั้น ใช่ปรัชญา กับเพื่อนแน่หรือไม่ ถ้าเขายืนยันว่า “ใช่” ตำรวจสามารถจับตามหมายศาลได้เลยหรือไม่ เพื่อให้ไปต่อสู้คดีในอื่นๆ ต่อไป
 3.ถ้านายปรัชญา กับเพื่อนยืนยันว่า ภาพที่ตำรวจแจกจ่ายพร้อมหมายจับนั้นว่า เป็นพวกเขาเองที่ไปดูหนัง ไม่ได้ไปวางระเบิด แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหมายจับมาเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร
 4.ขณะเดียวกัน ถ้า นายปรัชญา กับเพื่อปฏิเสธตามที่แถลงข่าวบน สน.ประเวศ บอกว่า “ไม่ใช่ภาพของตัวเองและเพื่อน แค่มีส่วนคล้ายเท่านั้น” แสดงว่า หมายจับนี้ยังใช้ได้เหมือนเดิม ความน่าเชื่อถือในการสอบสวนที่ผ่านมายังหนักแน่นเหมือนเดิม
 5.อีกมุมหนึ่ง ถ้านายปรัชญา พร้อมเพื่อน ยืนยันเหมือนกับที่บอกกับกอง บก.อาชญากรรม ตั้งแต่ต้น ตำรวจมีสิทธิจับกุมได้ทันที เพราะมีหลักฐานบางส่วนจนมีการออกหมายจับได้แล้ว
 6.ทางออกเช่นนี้ เท่ากับ “ตำรวจ” ก็ชนะ และ กลุ่มของ “ปรัชญา” ก็ไม่ต้องเดือดร้อนไปแก้ต่างตามขบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ “วิน วิน” กันทั้งคู่
 คงยังไม่จบได้ง่ายๆ ในเมื่อตำรวจยืนยันว่า คนในภาพยังลอยนวลอยู่ ตำรวจจะต้องตามจับมือวางบึ้ม “ซีคอน” ตัวจริงให้ได้
 ต้องรอดูกันว่า เมื่อไรจะจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ นานเท่าไหร่ก็คงต้องรอกัน    
 

 
 
    +++++++++++++++

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net