วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เลือดเนื้อชาวเกาะสมุย ที่ทำชื่อเสียงระดับประเทศ


วิชัย ศรีขวัญ :เลือดเนื้อชาวสมุย: นั่งแท่นอธิบดีกรมการปกครอง
วิชัย ศรีขวัญ      มติที่ประชุมครม.แต่งตั้ง"วิชัย ศรีขวัญ" ผวจ.เชียงใหม่ เป็นอธิบดีกรมการปกครองคนใหม่(28สค.) นายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทยได้เสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยต่อคณะรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ จำนวน 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย
1.นายพระนาย สุวรรณรัฐ พ้นจากตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร 10) สำนักงานปลัดกระทรวง
2.นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร 10) กรมการพัฒนาชุมชน ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร 10) สำนักปลัดกระทรวง
3.นายปรีชา บุตรศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง 10) จังหวัดนครปฐม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร10) กรมการพัฒนาชุมชน
4.นายวิชัย ศรีขวัญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชจังหวัด (นักปกครอง 10)จังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดี (นักบริหาร 10) กรมการปกครอง
5.นายสมชาย ชุ่มรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัด (นักบริหาร 10) สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร 10) กรมโยธาธิการและผังเมือง
6.นายสุรพล กาญจนะจิตรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง(ผู้ตรวจ 10) สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร10) สำนักงานปลัดกระทรวง
     นายวิชัย ศรีขวัญ กล่าวภายหลังทราบคำสั่งการเลื่อนตำแหน่งขึ้น เป็นอธิบดีกรมการปกครองว่า ไม่รู้สึกหนักใจแม้จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง แต่การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกแห่งตามคำสั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของการอำนวยความสะดวกด้านการจัดการเลือกตั้งนั้น มีแนวทางปฏิบัติที่ดำเนินการมาอยู่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ จะสามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีปัญหา ทั้งนี้สิ่งที่อยากฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ คือการให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์จังหวัด ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมคิด ร่วมสร้าง มาด้วยกัน โดยเห็นว่าเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การรักษาตลาด การจัดโรดโชว์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ การดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่
     ขณะที่ปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่ทุกฝ่ายต้องเฝ้าระวัง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวชื่นชมองค์กรเอกชน และภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง ทำงานควบคู่ไปกับส่วนราชการ ในการพัฒนาเมืองเชียงใหม่มาโดยตลอด (ข่าวจากเว็บไซต์ : http://www.cm108.com)
     ชาวเกาะสมุยทุกคน ขอร่วมแสดงความยินดีคับตำแหน่งใหม่อันทรงเกียรตินี้ด้วยความยินดียิ่ง


กฤษณา ไกรสินธุ์ :เลือดเนื้อชาวสมุย: เภสัชกรของโลก
ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เส้นทางชีวิต
     "...พื้นเพของดิฉันเป็นคนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีพี่น้อง 2 คน คุณพ่อเป็นหมอ(คุณหมอสมคิด ไกรสินธุ์ :ผู้ขับรถจิ๊ปส่วนตัวถวายในหลวง เมื่อคราวเสด็จเกาะสมุย ปี 2505) ส่วนคุณแม่เป็นพยาบาล ดิฉันมาเรียนที่ รร.ราชินี หลังจากจบมัธยมปลาย ก็สอบเอนส์ทรานติดที่ มหาลัยเชียงใหม่ คณะเภสัช
     เมื่อเรียนจบก็มาเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ ม.สงขลานครินทร์ เพราะอยากไปใช้ความรู้ที่เรียนมาสอนที่บ้านเกิด เป็นหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมี ซึ่งในคณะนั้นปี2524 มีคนสนใจมาเรียนภาควิชานั้นแค่ไม่กี่คน
     เป็นอาจารย์มา 2 ปีเริ่มเบื่อ จึงลาออกมาทำงานที่องค์การเภสัช เหตุผลเพราะองค์การนโยบายเภสัชคือ ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และอีกประการคืออยากมาผลิตยาที่มีคุณภาพให้กับคนไทย
     ปี 2535 เริ่มมีผู้ป่วยเอดส์มากขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันรู้สึกว่า ผู้หญิงและเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องเริ่มต้องมารับผลกระทบไปด้วยเป็นคนที่น่าสงสารมาก เช่น ผู้หญิงบางคนติดเชื้อจากสามีแล้วแพร่ไปสู่ลูก ดิฉันจะมีจุดอ่อนกับเด็ก เห็นเด็กแล้วสงสาร อยากช่วยเหลือพวกเขา เพราะคิดว่าเด็กคืออนาคตของประเทศชาติ นี้คือจุดที่ดิฉันตัดสินใจค้นคว้าและวิจัย ผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ขึ้นมา ใช้เวลาคิดค้นคว้ามาประมาณ 3 ปีตั้งแต่ 2535-2538 ในครั้งแรกที่ดิฉันทำนั้นไม่มีใครมาช่วยเลย แม้กระทั้งนักวิจัย ดิฉันทำเองทุกอย่างเองประมาณ6เดือนซึ่งไม่น่าเชื่อว่าการทำงานคนเดียวจะทำให้เป็นผลดีกับดิฉันในอนาคตได้มากขนาดนี้..." ( อ้างอิงมาจากเว็บไซต์:http://pha.narak.com/topic.php?No=12395 ) และเว็บไซต์:www.oknation.net )
|Blog ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ดร.กฤษณา |


สามารถ โชคณาพิทักษ์ :เลือดเนื้อชาวสมุย: อธิบดีกรมชลประทาน
สามารถ โชคณาพิทักษ์     กรมชลประทานเปิดไฟเขียวรับข้อมูลราษฎรในพื้นที่ก่อสร้างอ่างฯท่าแซะ ให้แสดงความคิดเห็นและความต้องการที่แท้จริงได้อย่างอิสระ หวังแนวทางแก้ปัญหาให้ตรงจุด พร้อมวอนราษฎรขอเข้าสำรวจพื้นที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงและผลตอบแทนที่ราษฎรจะได้รับ เร่งสั่งเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดความแตกแยก
     นายสามารถ โชคคณาพิทักษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวยืนยันว่า วัตถุประสงค์หลักของการสร้างเก็บน้ำท่าแซะคือ การป้องกันน้ำท่วม และจะส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 61,000 ไร่ ส่วนการส่งน้ำให้โรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่ใช่วัตถุที่สำคัญขึ้นอยู่กับราษฎรในพื้นที่จะยินยอมหรือไม่ โดยอ่างเก็บน้ำท่าแซะที่จะมีความจุในระดับกักเก็บ 194 ล้านลูกบาศก์เมตร และระดับกักเก็บสูงสุด 215 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 3,321 ล้านบาท
     นายสมชาย ยอดยิ่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ส่วนราษฎรในพื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำท่าแซะซึ่งมีประมาณ 400 ครัวเรือน ยังไม่ต้องการให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ โดยราษฎรครึ่งหนึ่งคัดค้าน ไม่ยินยอมให้ทางราชการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่ต้องการอพยพ ต้องการทำกินในที่ดินเดิม เนื่องจากพืชผลที่ปลูกไม่ว่าเช่น กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา เป็นต้น ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมั่นคง ส่วนราษฎรอีกครึ่งหนึ่งถึงจะคัดค้านการก่อสร้างแต่ยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของทางราชการ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนและสามารถตอบข้อกังวล ข้อสงสัยต่างๆได้ แต่ที่ผ่านมาทางราชการไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถยืนยันในค่าชดเชยที่จะได้รับ ไม่หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการช่วยเหลือเลย ดังนั้นจึงเกิดการต่อต้านการสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวจากราษฎรในพื้นที่ ( ข่าวจากเว็บ : http://information.rid.go.th/news/n71.html )

ชาติชาย สุทธิกลม :เลือดเนื้อชาวสมุย: รองเลขาฯ ป.ป.ส.
ชาติชาย สุทธิกลม     นายชาติชาย สุทธิกลม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึงการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าการประชุมในวันที่11 พ.ค. 50 มีพลเอกบุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม โดย 1 ในหัวข้อการประชุมคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ ซึ่งยังเข้าไม่ถึงประชาชน โดยเชื่อว่าหากสามารถดึงแกนนำในพื้นที่มาสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก และพบว่า ชุมชนเมืองของ 3 จังหวัดภาคใต้ เฮโรอีน และ ยาบ้า กำลังระบาดอย่างหนัก ขณะที่ชุมชนชนบทนั้น ยาแก้ไอผสมใบกระท่อมกำลังเป็นที่นิยม โดยรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เชื่อว่ายาเสพติดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์ที่รุนแรง
     วันที่ 26 มิถุนายน 2550 นายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นประธานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลางเปิดคลังเก็บยาเสพติดที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และตรวจนับยาเสพติดที่จะเคลื่อนย้ายออกจากคลังไปเผาทำลายที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อมนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกการเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลางครั้งที่ 35 จะเผายาเสพติด 1,122 กิโลกรัม และ 5.99 ลิตร จาก 12,672 คดีและในครั้งนี้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้นำกัญชา และยางกัญชามาร่วมเผาอีกกว่า 1,800 กิโลกรัม โดยจะเผาทำลายด้วยวิธีไพโรไลติก อินซิเนอเรชั่น ที่อุณหภูมิสูงกว่า 850 องศาเซลเซียส ทำให้ไม่เกิดมลพิษ
     ข่าวจากสำนักข่าวเนชั่น : http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=258071

ชลอ ลิ้มสุวรรณ :เลือดเนื้อชาวสมุย: เชี่ยวชาญด้านเลี้ยงกุ้ง
รศ.ดร. ชลอ ลิ้มสุวรรณ ไปดูเปรูเลี้ยงกุ้งกับ รศ.ดร. ชลอ ลิ้มสุวรรณ
     รศ.ดร. ชลอ ลิ้มสุวรรณ (เลือดเนื้อเชื้อไขชาวสมุย) ภาควิชาชีววิทยาประมง หมวดวิชาสุขภาพสัตว์น้ำ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงกุ้ง
     รศ.ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ กล่าวว่า ถึงแม้ประเทศเปรูจะเป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรประมาณ 30 ล้านคน อีกทั้งมีพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งจำกัด ซึ่งสามารถเลี้ยงกุ้งได้เพียงปีละ 1-2 รอบ ได้ผลผลิตประมาณ 8,500 ตันต่อปีเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมกุ้งของประเทศเปรู นับว่ามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงกุ้งจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มีทุนทรัพย์ในการดำเนินธุรกิจ ทำให้มีการลงทุนและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
     จากการเดินทางไปประเทศเปรู เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงกุ้งกับผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศเปรู พบว่าอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของประเทศนี้ มีการพัฒนาไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยเห็นได้จากผู้ประกอบการมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยง จากที่เคยเลี้ยงกุ้งในบ่อดิน หันมาใช้วิธีการปูพื้นบ่อด้วยพีอี ซึ่งทุกบ่อล้วนแต่ปูพีอีทั้งสิ้น ทั้งนี้พีอีมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความหนาและคงทน สามารถยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงยังรู้จักระบบการป้องกันโรคเช่นเดียวกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดน้ำด้วยคลอรีน การกรองน้ำให้ตกตะกอน หรือการเลี้ยงกุ้งด้วยความเค็มต่ำ คลุมกรีนเฮาท์ป้องกันตัวแดงดวงขาวแต่พัฒนาการที่น่าสนใจของวงการกุ้งในประเทศเปรูคือ การหาวิธีป้องกันโรคตัวแดงดวงขาว (white spot syndrome virus) ที่มักจะเกิดในช่วงฤดูหนาว ด้วยการใช้พลาสติกใสสีขาวที่มีความหนาคลุมปากบ่อ หรือที่เรียกกันว่ากรีนเฮ้าส์ ( green house ) หรือโรงเรือน เพื่อควบคุมอุณหภูมิน้ำให้สูงกว่า 28 องศาเซลเซียส ทำให้ในฤดูหนาวอุณหภูมิในฟาร์มเลี้ยงอุ่นกว่าปกติ จึงไม่เกิดโรคตัวแดงดวงขาว และสามารถเลี้ยงกุ้งได้ไซซ์ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวจะเหมาะกับสภาพพื้นที่ที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นเท่านั้น
     "การไปเปรูครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ จากผู้เลี้ยงกุ้งที่นั่นอย่างมาก เช่น วิธีการแก้ปัญหากุ้งต้มไม่ให้มีกลิ่นโคลน ด้วยวิธีใช้แคลเซียมคาร์บอเนตกับหินปูนผสมในอาหาร เมื่อกุ้งกินไปแล้ว จะถ่ายเอาของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็นขณะต้ม ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจ แต่ต้องมีการนำมาศึกษาและขยายผลต่อไปอีก” ดร.ชลอ กล่าวทิ้งท้าย (ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.shrimpcenter.com/shrimp00995.html)

โดย คนสมุย

 

กลับไปที่ www.oknation.net