วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แชทแบบไทยๆ ไฉนยังมีการแบ่งแยก


เช้าวันอาทิตย์แล้ว  วันนี้คงเป็นวันพักผ่อนของทุกท่านใช่หรือเปล่าคะ  ขอให้เป็นวันที่ดีอีกหนึ่งวัน  ;) (ไม่ว่าท่านจะอ่านข้อความนี้ในวันไหน  ก็ขอให้มีความสุขในทุกวันนะคะ )

มาว่ากันด้วยเรื่องชนชั้นวรรณะในโลกไซเบอร์กันต่อค่ะ

ภาค 2 มาแล้ววววว   มาเร็วยิ่งกว่าแฮรี่พอตเตอร์เสียอีก ....... ฮา

คราวนี้เป็นตอนที่ไปแชทกับเพื่อนคนไทยกันบ้าง  เพราะคิดว่าการพูดคุยกับคนไทยน่ะอุ่นใจที่สุด  ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา  และคงจะคุยกันเข้าใจมากกว่า

การทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในห้องสนทนาของไทยนั้นจะว่าไปก็คล้ายๆกับของต่างประเทศนะคะ  คือเราจะถามกันแบบตรงไปตรงมาว่าชื่ออะไร  อยู่ที่ไหน  เล่นแถวไหน 

 

น่าแปลกที่กลับไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจใจการตอบแต่อย่างใด ถ้าพูดคุยกันจริงๆเราคงไม่เริ่มคำถามแบบนี้แน่  การแชทจึงทำให้เรารู้จักกันได้ง่าย และรวดเร็ว

แต่เหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่มีหนุ่มคนหนึ่งมาทักดิฉัน....

หนุ่มๆอีกแล้ว...(ฮา) 

แต่ที่แปลกกว่าใครๆก็เพราะคุณเธอทักทาย  และพูดคุยกับดิฉันเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

จะพูดคุยเป็นภาษาอะไรไม่ขัดข้องอยู่แล้ว  ก็คิดว่าดีเหมือนกัน  จะได้ฝึกภาษา

แล้วเราก็เริ่มต้นสนทนากัน   คุณเธอถามแบบเดียวกับพวกฝรั่งซะด้วยว่า asl?

คราวนี้ดิฉันรู้แล้วก็ตอบได้สบาย   เขาเลยถามถึงสถานศึกษาของดิฉัน ว่าเรียนที่ไหน  คณะอะไร

ขณะนั้นดิฉันกำลังศึกษาอยู่    มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยภูธร  แต่ดิฉันก็แสนจะภูมิใจในสถาบันที่ดิฉันกำลังศึกษา  จึงบอกชื่อมหาวิทยาลัยไปเสร็จสรรพ  

 

พอเขารู้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด  เขาก็เริ่มทำเหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยสักเท่าไร เพราะเขาเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงที่มีชื่อเสียง  ดังนั้นการถามแบบลองภูมิจึงตามมา  มีการใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่หลากหลายมากขึ้น  ดิฉันก็ยังคุยไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาสะดุดกับคำศัพท์คำหนึ่งที่เขายืนยันว่าดิฉันใช้ผิด  เอาล่ะสิ  ดิฉันก็ยืนยันในความถูกต้องว่าคำคำนี้ใช้ได้สองแบบ  ไม่มีใครผิดใครถูก  เขาก็เถียงประมาณว่าเรียนมายังไงนี่  ถึงใช้คำผิดแบบนี้  

 

ทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ขอให้นิ่งสงบ  สยบความเคลื่อนไหวไว้ค่ะ  อย่าใช้อารมณ์ เราต้องเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์  ยิ่งเจอคนอารมณ์ร้อนแบบนี้  เรายิ่งต้องนิ่ง ก็เหมือนกับโลกแห่งความจริงเช่นกันที่เราต้องใจเย็นไว้ก่อน   ดิฉันจึงพยายามอธิบาย และพูดดีดีกับเขาทุกครั้ง   แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นตรงกันข้าม   เขาเริ่มกล่าวคำสบถมากขึ้นเรื่อยๆ

ดิฉันก็เลยลองหยุดพิมพ์   แต่เขาก็ยังพิมพ์คำหยาบคายนั้นไม่หยุด

ดิฉันก็เลยขำค่ะ  กลายเป็นเรื่องตลกไป  แล้วก็ปิดหน้าต่างห้องสนทนานั้น  ปิดคอมพิวเตอร์ ลาจอสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงหน้า  แล้วเริ่มเขียนบันทึก...

ยังเกิดคำถามหนึ่งขึ้นในใจ  ทำไมเขาถึงแสดงกิริยาอย่างนั้น  ทั้งๆที่เราเป็นคนชาติเดียวกัน  เหตุใดต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่าย  แบ่งแยกสถาบันกันอีก ที่เรามาคุยกันที่นี่เพราะมิตรภาพมิใช่หรือ 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าหลายคนยัง”ยึด”อยู่กับชื่อของสถาบัน  แล้วจึง”ติด”กับชื่อเสียงนั้นด้วยการหลอกตัวเองว่า

..สถาบันของข้านั้นดีที่สุด

จริงๆแล้ว มันมีที่ที่ดีที่สุดด้วยหรือ ? 

ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่ามีความตั้งใจมากน้อยแค่ไหน 

  

โอ้ อนิจจาหรือสถาบันการศึกษามีค่าเพียงเท่านี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย SpaceDreamer

 

กลับไปที่ www.oknation.net