วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"จันทร์เจ้าขา"


 

...

ตามความเชื่อของชาวภารตวรรษ พระจันทร์เป็นเทพหนุ่มรูปงามค่ะ
ว่ากันว่า..หน้าตาคมสัน ผิวพรรณผุดผ่องรัศมี ขนาดนางอัปสรยังอาย
ทำหน้าที่ดูแลท้องฟ้ายามค่ำคืน โคจรไปตามดวงดาวหมู่ต่างๆ
และในหมู่ดวงดาวที่พระจันทร์ผ่านอยู่ทุกวัน มีอยู่กลุ่มหนึ่งนับได้ 27 ดวง
เป็นธิดาของพระเทพฤาษี ซึ่งเป็นโอรสของพระพรหมผู้สร้างโลกอีกที

นางดารากลุ่มนี้ตกหลุมรักพระจันทร์ที่เสด็จผ่านมาทุกวัน
ครั้นนานเข้า..ไม่เห็นพระจันทร์เหลือบแลสักที ต่างก็พากันไปสารภาพกับพระเทพฤาษี
พระเทพฤาษีเลยตัดใจยกดาราทั้ง 27 นางให้พระจันทร์หมด
มีข้อแม้แค่ว่า..ต้องรักนางดาราเท่าๆ กันทุกองค์

ความจริงนางดาราทั้ง 27 เป็นพี่น้องท้องเดียวกันนะคะ แต่หน้าตากลับงดงามไม่เท่ากัน
นางที่ได้ชื่อว่างามที่สุดคือนางโรหิณี ซึ่งก็ไม่แปลกที่พระจันทร์จะโปรดปรานมากที่สุด
ทรงรักมากเสียจนไม่เหลียวแลเหล่าดาราที่เหลืออีก 26 นางบ้างเลย
ดังนั้น..พี่ๆ น้องๆ 26 นางจึงไปฟ้องพระเทพฤาษี
ทำให้พระจันทร์ถูกตักเตือน สำทับให้รักลูกสาวเขาเท่าๆ กัน
แต่เหตุการณ์ก็ยังเป็นไปอย่างเดิมเป๊ะค่ะ คือพระจันทร์รักแต่นางโรหิณีเท่านั้น

ทั้ง 26 นางเจ็บใจนัก ร้องห่มร้องไห้ไปฟ้องพระเทพฤาษีอีกรอบ
คราวนี้พระเทพฤาษีโกรธลูกเขยจนแทบไม่มองหน้า
คิดขึ้นมาได้ว่า..เพราะพระจันทร์มีรูปงามนักนี่เอง นางดาราจึงหลงรักจนชอกช้ำใจ
ถ้าไม่หล่อบาดตาบาดใจเหมือนเดิม ลูกสาวคงจะหายเศร้าบ้าง
จะให้ดีก็ต้องไม่มีพระจันทร์ซะเลยนั่นแหละ ลูกๆ จะได้ไม่ต้องแย่งกัน

ดำริแล้ว..พระเทพฤาษีจึงลั่นวาจาสาปพระจันทร์ให้เป็นวัณโรค ค่อยๆ เหี่ยวแห้งตาย
แต่ปรากฏว่าลูกสาวสุดที่รักกลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
ตัดพ้อพระเทพฤาษีว่าลงโทษพระจันทร์หนักเกินไปแล้ว
ทำเอาพระเทพฤาษีที่แสนจะรักลูกหนักใจพิลึกล่ะค่ะ

คำสาปก็ต้องเป็นคำสาป พูดออกไปแล้วเรียกคืนไม่ได้
พระเทพฤาษีจึงได้แต่แก้ไขคำสาปนิดหน่อย ให้พระจันทร์ค่อยๆ ซูบซีดลงจนหายไป
แล้วก็จะกลับฟื้นคืนแรง เปล่งแสงสว่างนวลได้เหมือนเดิม
ทั้งหมดนี้กินเวลา 1 เดือนเต็ม และจะเป็นๆ หายๆ อย่างนี้เรื่อยไป
จนกว่าพระจันทร์จะรักนางดาราองค์อื่นๆ เท่ากับที่รักนางโรหิณี

ทุกวันนี้พระจันทร์ยังเว้าแหว่ง เต็มดวงแค่เดือนละครั้ง


...

เหมือนจะซึ้งใช่มั้ยคะ?

เปล่าเลย..หลังจากนั้น พระจันทร์ไปลอบเป็นชู้กับชายาพระพฤหัส
ลักตัวไปซ่อนไม่ยอมคืน ถึงขั้นกลายเป็นเทวาสงครามโน่นแน่ะ


...

 


(วิมานดิน : นันทิดา แก้วบัวสาย)

โดย ลมเพลมพัด

 

กลับไปที่ www.oknation.net