วันที่ พุธ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หายจากบางนี้ เพราะหนีเที่ยว


หายจากบางนี้ เพราะหนีเที่ยว

อ้างอิง - ภาพ www.trekkingthai.com

เพราะกล่าวขอโทษ

เป็นบทขึ้นต้น

สำหรับการไม่ได้บอกได้กล่าวต่อ มิตรรักแฟนบล็อค เพื่อนบ้าน ผู้ผ่านทาง นักเขียนความเรียง ผู้นำเสนอบทความที่น่าสนใจในชุมชนแห่งนี้หลายท่าน ญาติธรรม นักเขียนเรื่องราวสมัครเล่นทั้งหลาย ที่ผลงานเขียนนับเป็นมืออาชีพ ที่ไม่ได้บอกกล่าว ถึงการเดินทางไกลอีกสักครั้งหนึ่ง

เดิมทีตั้งใจจะเขียนบอกกล่าวไว้

แต่ติดด้วยยังคิดประเด็นไม่ออก ไม่รู้จะบอกกล่าวเช่นไรดี

ถึงการเดินทางไกลที่ชื่นชอบของชีวิต

นับเป็นหนึ่งในการเดินทางอย่างสม่ำเสมอในทุกปี จะมากบ้างน้อยบ้างก็ตามแต่ จะยาวไกลสักแค่ไหนก็ต้องเลือกเอา ตามแต่กำลังศรัทธาของชีวิต ตามแต่แรงบันดาลใจ หรือความเจ็บไข้ได้ป่วยในใจ จึงจะได้ออกเดินทาง

ครั้งนี้เหมือนเดิม

สถานที่งดงามเช่นเดิม

เลือกการเดินทางที่งดงามสำหรับชีวิตเช่นเดิม

ครั้งนี้ หนีจากบางโอเคเนชั่น ขึ้นเวียงเจียงใหม่

เป็นเส้นทางที่นับไม่ถ้วนของชีวิต ถ้าจะนับให้ดีต้องนับรายปีว่า ปีนั้นปีนี้ขึ้นเชียงใหม่ไปแล้วกี่ครั้ง ขึ้นอย่างไรไปเช่นไร ไปรถ ไปเรือ ไปเรือบิน หรือกระทั่งโบกรถชาวบ้านเขาไป

ครั้งนี้เดินทางด้วยความงดงามของชีวิตเช่นกัน

คาดการณ์ว่า ปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้ เมืองในความรู้สึก และพื้นที่แห่งความฝันหลายเรื่องราวของชีวิต เช่นเมืองเชียงใหม่ น่าจะให้คำตอบอะไรมากมายบางอย่างได้

ครั้งนี้ ขึ้นไปในฐานะคนนำเที่ยวกิตติมศักดิ์

นำคนไม่เคยขึ้นเชียงใหม่

ขึ้นไปสัมผัสความงามตามสูตรของเมืองแห่งนี้

ยังเหลือแค่พาไปสัมผัสความหนาวเย็นของเมืองนี้

ในยามหนาวที่ไม่มีฝน

การเดินทางไกลสำหรับชีวิตผม

ถือเป็นหนึ่งในการจาริกแสวงบุญของชีวิต

จะไหว้พระบ้าง เข้าวัดบ้าง ไม่เข้าบ้าง หรือแค่ผ่านทางแล้วยกมือท่วมหัว ก็ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการจาริก เพราะหากนับระยะการเดินทาง ที่ได้นั่งคิด ได้นั่งมอง ได้เฝ้าสังเกตุ กระทั่งได้เข้าใจว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ในชีวิต

ทั้งหมดล้วนเป็นโจทย์หนึ่งใน การจาริกแสวงบุญของชีวิตผม

โดยนับเป็นคติประจำใจว่า

เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ ต้องพาตัวเองไปที่ชอบที่ชอบ

อย่ารอคอย

เช่นครั้งนี้ ที่ยังได้มีโอกาสฟังธรรมจากปากเพื่อน จากเรื่องราวจากมิตรสหายแดนไกล ซึ่งไม่ได้เยี่ยมยามกันนาน นานนับสิบปีที่ไม่ได้พบหน้าค่าตา กระทั่งมาพบเจอในบางแห่งนี้ กลายเป็นเพื่อนบ้าน มิตรสหายงานเขียน

วันคืนเก่าๆ เหมือนเด็กมัธยมฯ เด็กตึกกิจฯ

นั่งถามไถ่ถึงความฝันในชีวิต

แต่ครั้งนี้เปลี่ยนไปด้วย

หน้าที่การงาน แรงของชีวิต สถานะครอบครัว และอีกมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ผมหงอก

และความกร้านในการเดินทางไกลของชีวิต

ครั้งนี้ มีภาพของความประทับใจ

ยามได้นั่งรถทัวร์คันใหญ่ผ่านเขา ผ่านขุนตาน จากลำปาง ลำพูน ก่อนเข้าเชียงใหม่ โดยหากวัดเอาความสวยงามที่สุด ก็น่าจะเป็นรถไฟ ที่จะได้เห็นความงามของเขา ต้นไม้ใบบังทั้งหลายในยามเช้า แต่ติดประการเดียว คือความทรมานกายทรมานใจ ในการเดินทางนานมากกว่า 10 ชั่วโมง

เลยต้องเลือกเอารถทัวร์ที่เหมาะสมในทุกสถาน

ได้เห็นได้มอง

ได้ชื่นชมสายหมอกของยามเช้า ปลายฝนต้นหนาว

กะจังหวะเวลาให้รถ นำพาเราไปพบเจอบรรยากาศยามเช้าเช่นนั้น

รถไต่เขาขึ้น เลาะโค้ง เลียบทาง

แม้โค้งเพียงเล็กน้อยของทางสู่เชียงใหม่ จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าทางไปสะเมิง แม่ริม น่าน ปาย แม่ฮ่องสอน แม่ระมาด ท่าสองยาง เชียงดาว ดอยเฒ่า แม่สะเรียง ขุนยวม หรืออีกหลากหลายเส้นทางโค้งของหุบเขา

แต่ครั้งนี้ก็ต่อเติมความประทับใจครั้งอดีต

ให้งดงามและรำลึก

นับเรื่องราวจากการเดินทาง

ได้เรื่องราวที่คิดจะเขียน คิดจะบอกกล่าวอีกมากมาย

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ว่าได้กลับมาบ้าน ณ บางแห่งนี้ อีกครั้งแล้ว

หมายเหตุ - ภาพนี้ หยิบยืมความประทับใจ จาก www.trekkingthai.com 

โดยเป็นภาพถ่ายอันงดงาม ที่ถ่ายจากเส้นทางเขาใหญ่ ไปยังผาเดียวดาย จึงขออนุญาติอ้างอิงความประทับใจ ผ่านถึงช่างภาพผู้จับอารมณ์ เรื่องราว อันงดงามของสายหมอก สายถนน และเส้นทางชีวิต มา ณ โอกาสนี้

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net