วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เดินทางจนเคยชิน ฤาจนชาชิน


เดินทางจนเคยชิน ฤาจนชาชิน

อ้างอิง - ภาพ http://www.lomography.com/folkways

สำหรับคนซึ่งเดินทางบ่อยครั้ง

อากัปกิริยาอาการของผู้คน ตามท่ารถ ท่าเรือ ท่าเรือบิน มักมีสิ่งคล้ายคลึงและเหมือนกันอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการอาการรอคอย เฝ้ารอผู้กลับมา เฝ้าส่งผู้กำลังจะไป กอดกัน ร้องไห้ ดีใจ ร่ำลา กล่าววาจาต่อกัน

แทบทุกบทของการโหยหา

ระหว่างสัมพันธภาพของชีวิต และการเดินทาง

สิ่งหนึ่งหยุดนิ่ง ขณะที่สิ่งหนึ่งกำลังจะเคลื่อนไหว

หรือเคลื่อนไหวไปแล้ว

การเดินทางจึงเป็นปริศนาชีวิตอย่างยิ่ง พอๆกับการบรรจบของท่ารถ ท่าเรือ ท่าเรือบิน ที่การเริ่มต้นและสิ้นสุด มาหยุดลงในที่แห่งเดียวกัน เช่นเดียวกับประโยคในหนังเรื่องเยี่ยมแห่งเกาะบริเตนใหญ่

ที่เล่าขานสถานที่แห่งการบรรจบพบเจอ และพลัดพราก

ว่าเป็นสถานที่แห่งเดียวกัน

โดยอ้างอิงสนามบินเป็นจุดบรรจบ

สำหรับการเดินทางเที่ยวนี้ ในท่ามกลางความไม่เป็นส่วนตัว ไม่ต้องเกาะรถเพื่อนไป ไม่ต้องนั่งเป็นคนบอกทาง ไม่ต้องหาความส่วนตัวในการแวะพัก การพึ่งพิงการเดินทางร่วมกับผู้อื่นในท่ารถ จึงกลายเป็นบทเรียนในการได้เห็น

เห็นทั้งความเคยชิน และความชาชินของผู้คน

ขณะนั่งรถทัวร์เที่ยวจากกรุงเทพฯ ถึง เชียงใหม่ ของนครชัยแอร์ ผมพยายามสังเกตุผู้คน นั่งมองสีหน้าสีตา ท่าทางอาการและความรู้สึก หลังจากตัวเองพยายามมาให้ถึงท่ารถก่อนเวลาให้มากไว้

เช่นเดียวกัน กับท่ารถ ท่าเรือ ท่าเรือบิน โดยทั่วไป

มีบ้างกระหืดกระหอบข้าวของ วิ่งพลางเดินพลาง มีบ้างเงอะงะกับทิศทางและช่องทางที่ควรจะไป หลายสิ่งบอกเราได้ดี สำหรับทักษะและความชำนาญในการเดินทาง หลายคนที่เดินทางบ่อยจะรู้ดี

รู้ว่า เวลาใดเหมาะสม จุดใดเหมาะแก่การพักรอ จุดใดจะต้องเดินไปต่อ ฝากกระเป๋าอย่างไร หากเป็นสนามบินจะตรวจตราอะไรบ้าง รีบขึ้นก่อนเวลาขนาดไหน หรือกระทั่งเข้าห้องน้ำก่อนจะดีเพียงใด

ทุกสิ่งล้วนเป็นทักษะ

ยิ่งมากครั้งเข้า ยิ่งรับรู้ จะเข้าใจกับทักษะหรือไม่ ไม่มีใครแน่ใจ

แต่แน่ใจได้ว่า เมื่อทักษะยิ่งบ่อยครั้ง ความเคยชินคือสิ่งที่ตามมา

เพื่อนบางคนเข้าออกสนามบินเป็นว่าเล่น จนจดจำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามสนามบินได้ดี ทักทายโบกมือเหมือนมิตรสนิท มีบ้างนั่งหาวรอเสียงเรียกครั้งสุดท้ายท่ามกลางความเบื่อหน่าย

ใช่อย่างยิ่ง สำหรับทักษะที่มากขึ้น

บางครั้งบางคนอาจรู้สึกชาชิน

ไม่ตื่นเต้นยินดีตูมตามเท่าครั้งแรก ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความเคยชินของชีวิต ขึ้นรถลงเรือ เดี๋ยวก็ผ่านไป เดินนั่งนอน ลุกก้าวไปมาก็ถึงที่หมาย

แต่สำหรับบางคน การเดินทางครั้งเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต

สำหรับบางคนการเดินทางทั้งชีวิต

กลับไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

สำหรับความสุขในก่อนหรือระหว่างเดินทาง การนั่งมองผู้คน ในยามที่เรามาถึงก่อนเวลาเดินทาง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต 

ความเข้าใจและสติขณะนั่งมองกระจกสะท้อนบานใหญ่ ล้วนน่าสนใจและงดงามอย่างยิ่ง ไม่นับกับความพยายามเรียนรู้ หรือทำอะไรให้ง่ายเข้าไว้กับการเดินทาง ไม่จุกจิกไม่โวยวายกับคนทำงาน พยายามยิ้มให้มาก ขอโทษคนให้เยอะ ขอบคุณใครต่อใครที่ช่วยเหลือ

แล้วมีโอกาสได้นั่งมองภาพคนเดินทาง

ท่ามกลางคำถามในใจว่า

ระหว่างคนเดินทางที่เคยชิน กับ คนเดินทางที่ชาชิน อย่างใดจะมีมากกว่ากัน ระหว่างสิ่งที่มองเห็นด้วยความธรรมดา ด้วยภาพความตื่นเต้น อารมณ์โลดแล่น กับผู้คนที่แสนจะเบื่อหน่ายในอารมณ์ อย่างใดมีสัดส่วนมากกว่ากัน

ผมเคยถามเพื่อนสนิทว่า ระหว่างความเคยชิน กับ ชาชิน

อย่างไหนเป็นความรู้สึกรุนแรงมากกว่ากัน

เขาตอบแบบทะลุปล้อง โดยไร้พันธะผูกพันว่า ไม่ใช่ทั้งสองอย่างสองประการ ทั้งสองอย่างของการเดินทาง ยังไม่ใช่สิ่งที่ควรถาม ไม่ใช่ตัวตั้งตัวแรกของปัญหาทางปรัชญา หรือคำถามท่ามกลางความยากลำบากของชีวิตการเดินทาง ก่อนจะทำหน้าตายียวน

หลังจับอาการสีหน้าสีตาได้

ผมจึงเริ่มปฏิบัติการตอบโต้

ถ้าไม่ใช่การเดินทางแบบ เคยชิน หรือ ชาชิน เป็นการเดินทางแบบ ชิน คอร์ป ดีไหม ยุ่งยากลำบากชีวิตดี ไม่รู้ที่เดินทางมาจะได้คืนเท่าไหร่ 

นั่นก็ยังไม่ใช่ เสียงสะท้อนแบบผู้ทรงภูมิแว่วเข้าหูผม

ที่ยากลำบาก คือการเดินทางแบบ ชิน โสภณพานิช

รอบเดียวจบ

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net