วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซึ่งไม่อาจถูกปลดระวางได้ด้วยกาลเวลา


ย่างเข้าฤดูหนาว... บ่ายวันศุกร์ซึ่งเมฆขาวลอยประปรายประดับแผ่นฟ้าให้ไม่ดูเวิ้งว้างเกินไปนัก ผมอยู่บนรถโดยสารที่มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ ทั้งที่ตั้งใจว่าสุดสัปดาห์นี้จะเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติซักแห่ง แต่มีเหตุจำเป็นอันทำให้ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทาง เหตุที่ว่านั้นคือ เป้สะพายหลังใบที่มีอยู่ชำรุดเกินกว่าจะใช้งานเสียแล้ว...

ผมจำไม่ได้ว่า เท่าที่ผ่านมาเคยมีเป้ในครอบครองทั้งสิ้นกี่ใบ ในเชิงปริมาณ ใครกันเล่าจะใช้ชีวิตไปกับการนับสิ่งต่างๆที่เคยมี ได้ประโยชน์อะไรกับการกระทำเช่นนี้  แต่หากในเชิงคุณภาพ ผมแบ่งประเภทของเป้ออกเป็นสองจำพวก พวกแรกคือสำหรับใช้ประโยชน์ในการศึกษา และอีกพวก, เพื่อใส่สัมภาระในการเดินทาง

ในสมัยที่ผมเรียนอยู่ชั้นปฐมศึกษา เป้มักจะเต็มแน่นไปด้วยสมุดและหนังสือเรียนอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งผมเคยดูภาพเก่าเก็บที่พ่อถ่ายไว้ มันเป็นภาพของผมในวันเปิดภาคเรียนชั้น ป.1 ผมยืนหันข้างกำลังสะพายเป้ที่อัดแน่นด้วยสมุดและหนังสือเรียน ความจริงน่าจะใช้คำว่าแบกมากกว่า เพราะผมทำราวกับคนงานที่แบกกระสอบข้าวไว้บนหลัง(ผมเป็นคนร่างเล็ก เป้ที่อัดแน่นด้วยหนังสือเรียนดูใหญ่กว่าตัวของผมเสียอีก) หากใครได้เห็นภาพนี้เป็นต้องอดหัวเราะไว้ไม่ได้ ไม้เว้นแม้แต่ตัวผมเอง

เมื่อย่างเข้าชั้นมัธยมตอนปลาย เป้หลังถูกซุกเก็บไว้เสียส่วนใหญ่ เพราะการพกสมุดหนังสือให้น้อยที่สุดเป็นที่นิยม หนังสือสองสามเล่มโดยมีสายรัดให้รวมกลุ่มกันเพื่อสะดวกถือดูเข้าท่ากว่าการสะพายเป้ ราวกับเป็นโรคติดต่อที่แพร่เชื้อผ่านทางการจ้องมอง เมื่อเห็นคนอื่นทำอีกคนก็ลอกเลียน ไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง

จนเข้าสู่ยุคสมัย ”ฉันจึงมาหาความหมาย” ภายในรั้วมหาวิทยาลัย เป้ก็กลับมาประจำการบนหลังของผมอีกครั้ง ไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา แต่เป็นเพื่อใส่สัมภาระในการเดินทาง ในช่วงแรก, เป้หลังของผมมักจะบรรจุข้าวของเต็มแน่นแทบปริ น้ำหนักที่กดทับทำให้รู้สึกคล้ายหวนสู่วัยเยาว์อีกครั้ง หากคราวนี้โรงเรียนไม่ใช่อาคารเรียนที่ถูกรอบล้อมด้วยรั้ว แต่คือโลกกว้างที่ดูเหมือนว่าจะมีบทเรียนใหม่ๆมาสอนสั่งอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น

เรื่อยมาอย่างไม่รู้ตัว สัมภาระในเป้หลังค่อยๆลดลง สิ่งที่เคยคิดว่าจำเป็นกลับไม่ สิ่งที่ไม่เคยใส่ใจกลับสำคัญ แท้จริงแล้ว สิ่งไหนกันแน่คือสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทาง? เราจะรู้ว่าสิ่งใดนั้นคือสัมภาระที่จำเป็นก็ต่อเมื่อเราออกเดินทางบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น และก็บ่อยขึ้นเท่านั้น ประสบการณ์อันพอกพูนจะคัดสรรและเปิดเผยสิ่งเหล่านั้นแก่เรา หากใครบางคนเพิกเฉยก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น แต่การเดินทางที่ต้องแบกเปลือกหุ้มแห่งความคุ้นชินติดตัวไปทุกหนแห่งทั้งที่ไม่จำเป็น การคืบคลานของหอยทากดูจะมีความหมายเสียกว่าอีก

การโดยสารรถเข้าเมืองครั้งนี้เพียงเพราะ... ผมจำเป็นต้องหาซื้อเป้ใบใหม่เพื่อมาทำหน้าที่บรรจุสัมภาระในการเดินทางครั้งต่อๆไป แทนเป้ใบเก่าที่ถูกปลดระวางและก็แน่นอนว่า เป้ใบต่อไปก็ต้องกลายเป็นเป้ใบเก่าในซักวันใดวันหนึ่งข้างหน้า สิ่งต่างๆล้วนมีอายุการใช้งานอยู่ไม่ว่าจะทนทานเพียงใด ซักวันหนึ่งก็ต้องชำรุดเสื่อมสภาพไป  เสมือนเพียงคอยรอการปลดระวางจากกาลเวลาอยู่ เท่านั้นเอง…

แต่ยังมีสิ่งหนึ่ง อันเป็นสัมภาระที่หนักอึ้งซึ่งกาลเวลาไม่อาจปลดเปลื้อง สัมภาระหนึ่งเดียวที่เรียกขานกันว่า “ตัวตนแห่งข้าฯ” คือสัมภาระที่มีเพียงผู้เป็นเจ้าของเท่านั้นจึงจะปลดวางลงได้ เมื่อไรกันเล่าเราจึงจะสละสัมภาระอันหน่วงหนักนี้ไปเสียที...

โดย ดุจดังฯคนจร

 

กลับไปที่ www.oknation.net