วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำสอนจากพ่อของผม แบบอย่างจากพ่อของแผ่นดิน


ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวฐานะปานกลาง อันเนื่องมาจากพ่อและแม่ล้วนแต่เป็นข้าราชการครูในสังกัดกรมอาชีวศึกษา ซึ่งก็เป็นสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนในเรื่องของวิชาชีพช่างในด้านต่างๆเป็นหลัก

พ่อของผม เริ่มชีวิตราชการกับโรงเรียนช่างเย็บหนังราชดำเนิน ก่อนที่จะยกวิทยฐานะมาเป็นวิทยาลัยศิลปหัตกรรมกรุงเทพ และย้ายสถานที่ตั้งไปจากย่านราชดำเนินที่อยู่มาเป็นสิบปีไปแถวย่านรามคำแหง

ด้วยวิถีชีวิตของข้าราชการ พ่อของผมต้องย้ายสถานที่ทำงานไปซะหลายที่ ก่อนที่จะเกษียณอายุในตำแหน่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม

อย่างไรก็ตาม ความทรงจำในวัยเด็กของผมจะวนเวียนอยู่กับโรงเรียนช่างเย็บหนังราชดำเนิน ที่ซึ่งผมจะต้องมารอกลับบ้านพร้อมพ่อหลังเลิกเรียนทุกเย็นมากกว่าที่อื่น และผมก็มีความรู้สึกลึกๆว่า พ่อก็มีความรู้สึกผูกพันกับที่นี่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

 

ชีวิตในวัยเด็กของผม แม้จะไม่ถึงกับกระเบียดกระเสียนอะไรนัก แต่ก็ไม่สามารถจะฟุ่มเฟือยอะไรมากนักได้ ด้วยเงินเดือนข้าราชการของพ่อและแม่รวมกัน กับค่าใช้จ่ายของสามชีวิตในบ้าน ไม่ได้แตกต่างกันซักเท่าไร

ความสุขของผมในวัยนั้น อยู่ที่การอ่านหนังสือ เล่นกีฬา และสะสมของเล็กๆน้อยๆ เช่นเดียวกับพ่อที่ชอบปลูกต้นไม้ และสะสมของอีกนิดหน่อย อย่างแสตมป์ (ร่วมกับคุณลุงถวิล เพื่อนแถวบ้าน ที่มักจะซื้อหามาฝากบ่อยๆ) และภาพถ่าย

บ่อยครั้งที่ พ่อจะชวนผมมาพลิกอัลบั้มรูปเก่าๆดูชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งพ่อจะเล่าเรื่องในแต่ละช่วงประกอบไปด้วยอย่างมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะภาพชุดหนึ่ง ที่พ่อจะต้องยกมือไหว้ท่วมหัวทุกครั้งเมื่อพลิกมาถึง พร้อมกับเล่าเรื่องประกอบด้วยสายตาเปี่ยมสุขเช่นเดียวกันทุกครั้ง แม้จะรู้ตัวว่าเล่าให้ผมฟังเป็นรอบที่ร้อยแล้วก็เหอะ

ภาพชุดนั้นคือภาพเหล่านี้นี่เองครับ ภาพแห่งความภาคภูมิใจ และประทับใจที่สุดของชีวิตข้าราชการคนหนึ่ง ที่ไต่เต้ามาจากเด็กบ้านนอกธรรมดา ในจังหวัดที่อยู่เกือบจะติดชายแดนทางใต้ของประเทศ

ด้วยความที่ในยุคหลายสิบปีที่ผ่านมา โรงเรียนช่างเย็บหนังราชดำเนินที่พ่อของผมทำงานอยู่ ต้องถวายรองพระบาทแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์เกือบทุกพระองค์ ซึ่งด้วยหน้าที่และตำแหน่งของพ่อ จะต้องเป็นผู้ทำการวัดพระบาท และถวายรองพระบาท เมื่อแล้วเสร็จ

พ่อเล่าให้ผมฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ชีวิตนี้ สิ่งที่พ่อภูมิใจและปลาบปลื้มมากที่สุด ชนิดที่ว่าตายไปก็ไม่เสียดายชาติเกิด ก็คือได้มีโอกาสได้ถวายงานใกล้ชิดพระองค์ท่านเช่นนี้

สำหรับพ่อผมแล้ว การใช้ชีวิตแทบจะทุกสิ่งทุกอย่างที่นำมาปฏิบัติ และนำมาสอนผมตลอดมา คือแนวทางปฏิบัติของพระองค์ท่าน ทั้งในเรื่องของการสนใจเรียนรู้ในวิชาการทางด้านต่างๆอย่างหลากหลาย การทำงานหนัก ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆโดยง่าย ความกตัญญูและรักครอบครัว ตลอดจนการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง

เวลาในการสอนของพ่อจะมาพร้อมกับข่าวในพระราชสำนัก ซึ่งจะเหมือนกฏของบ้าน ทีจะต้องมานั่งดูร่วมกัน โดยพ่อจะยกมือไหว้จอโทรทัศน์ทุกครั้งที่เริ่มมีภาพพระราชกรณียกิจ และจะชี้ชวนให้ผมดูเป็นตัวอย่าง พร้อมทั้งเล่าเรื่องต่างๆที่พ่อได้รู้มาเพิ่มเติม เพื่อย้ำให้ยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง

"ดูซิ เห็นมั้ย กังหันน้ำชัยพัฒนา ดำริของพระองค์ท่าน ขนาดฝรั่งเองยังทึ่ง มันแก้ปัญหาน้ำเน่าได้ง่ายแท้"

"ในหลวงท่านช่างสังเกต แก้มลิงท่านยังเอามาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ดูไว้ มองอะไรแล้วต้องเก็บมาคิด"

"อยากเป็นนักกีฬา ไม่ใช่ว่าจะสักแต่เล่นเอาชนะด้วยแรงอย่างเดียว ต้องศึกษาเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องพร้อมไปด้วย ดูเรือใบที่พระองค์ท่านใช้แข่งกีฬาจนชนะเป็นตัวอย่าง นั่นพระองค์ท่านทรงศึกษา และประดิษฐ์ด้วยพระองค์เองเลยนะ"

"เพลงเพราะมั้ย ในหลวงท่านแต่งเองนะ สมัยท่านอยู่ต่างประเทศ ท่านทรงดนตรีร่วมกับนักดนตรีดังๆหลายคน ต่างยอมรับในพระอัจฉริยภาพ นั่นเพราะท่านฝึกฝน"

 

"ดูซิ น้ำท่วมออกปานนี้ ถนนหนทางขรุขระออกปานนั้น ในหลวงท่านยังเดินทางต่อ นั่นเพราะท่านทรงทราบว่ามีชาวบ้านตั้งแถวรออยู่ ขนาดท่านเอง ยังไม่อยากให้ประชาชนรอ เราเองอย่าให้ใครต้องมารอนะ ต้องตรงต่อเวลา"

"ท่านทรงงานหนัก แม้จะไม่จำเป็นต้องทำเลย แล้วเราล่ะ จะทำตัวเหลาะแหละได้อย่างไร"

"นี่นะ หลอดยาสีพระทนต์ที่พระองค์ใช้ ท่านม้วนซะจนแบนสนิทเลยนะ เราจะใช้จ่ายของฟุ่มเฟือยได้อย่างไร"

"รู้มั้ยว่า ในหลวงทรงไปมาหาสู่สมเด็จย่าทุกวัน แม้จะมีพระราชกรณียกิจมากมาย เราน่ะอย่าเถลไถลให้มันมากนักนะ ให้พ่อแม่เห็นหน้าบ้าง"

จากเล็กจนโต คำสอนเหล่านี้ฝังอยู่ในหัวและในเบื้องลึกของหัวใจผม พร้อมทั้งความประทับใจในพระจริยาวัตร พระอัจฉริยะภาพ และพระปรีชาของพระองค์ท่าน ที่พ่อของผมแทบจะนำทุกอิริยาบถของพระองค์มาสอนเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้ลูกชายอย่างผมมาโดยตลอด

จะมีพระเจ้าแผ่นดินที่ไหนอีกเล่า ที่จะทรงเพียบพร้อม และเป็นแบบอย่างให้แก่ประชาชนจนเสมือนว่าทรงประทับอยู่ในใจของทุกคนในชาติเช่นนี้

เสียดายที่พ่อผมเสียไปในวันที่ 27 ตุลาเมื่อสามปีที่แล้ว ท่านเสียไปก่อนที่จะได้เห็นโฆษณาที่มีฝรั่งนั่งสามล้อเครื่อง แล้วไม่เข้าใจในความรักของคนไทยที่มีต่อในหลวง ซึ่งคนขับที่ไม่ถนัดสื่อภาษาพูด กำมือตัวเองไปแปะที่อกซ้าย แทนความหมาย "ในหลวง in my heart"

ไม่งั้นคงจะมีซีนพ่อลูกนั่งน้ำตาซึมคู่กันหน้าจอ โดยไม่ต้องมีคำสอนใดๆมาอธิบายต่อ

วันนี้ พ่อผมจากไปครบสามปี คำสอนของพ่อที่นำเอาแบบอย่างมาจากพระองค์ท่าน ทำให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพ และทุกเรื่องราวที่พ่อพร่ำสอนมาตลอดชีวิตของท่านถูกผมนำมาใช้สอนลูกเช่นเดียวกัน

ทุกวันนี้ ลูกของผมจะยกมือไหว้ พร้อมทั้งก้มหัวลงทุกครั้ง เมื่อเห็นภาพในหลวง

เพราะคำสอนจากพ่อของผม และแบบอย่างจากพ่อของทุกคน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยทั้งมวล

 

Entry นี้เดิมตั้งใจจะอัพเดทในวันที่ 27 ตุลาคม

เพื่อระลึกถึงความดีงาม คำสอน และแสดงความรักจากครอบครัว ที่มีต่อพ่อผู้ล่วงลับของผม

และเหนือสิ่งอื่นใด ความรัก ความศรัทธาที่พวกเรา และพ่อของผม รวมทั้งประชาชนคนไทยทุกคนมีต่อพระองค์

พ่อของแผ่นดินไทย

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้ากระหม่อมขอเดชะ

โดย Unhit

 

กลับไปที่ www.oknation.net