วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณรู้จัก "ประชัย เลี่ยวไพรัตน์" ดีแค่ไหน? (ตอนที่ 3)


นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์

               ต่อจากเมื่อบทความอันก่อน...

               ปี 2540 รัฐบาลชวลิต เกิดวิกฤติค่าเงิน ทำให้ทีพีไอของคุณประชัย เป็นหนี้ถึง 150,000 ล้านบาท

               ถัดมาถึงรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการคลังชื่อ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์

นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์

               คุณธารินทร์ เป็นคนที่เชื้อเชิญชาวต่างชาติโดยเฉพาะสิงคโปร์ให้เข้ามาเป็นเจ้าของธนาคารในไทย ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ไทยทนุ รัตนสิน ฯลฯ

               รัฐมนตรีคลังธารินทร์ ออกพระราชบัญญัติล้มละลายมาฉบับหนึ่ง เป็นพระราชบัญญัติที่เอื้อประโยชน์ให้เจ้าหนี้ และอีกข้อที่ไม่มีใครรู้ ว่าสิงคโปร์ในช่วงนั้นมีอิทธิพลสูงมากในการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ซึ่งทำให้สิงคโปร์นั้นกลายเป็นเจ้าของธนาคารพาณิชย์ของไทยเกือบหมด ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่คือสิงคโปร์ เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อสิงคโปร์อยากจะกำจัดอุตสาหกรรมอะไรของไทย สิงคโปร์ก็จะใช้แหล่งเงินทุนตัวนี้เป็นตัวบอกว่าอุตสาหกรรมตัวนี้ควรช่วยเหลือหรือไม่ควรช่วย

               เพราะฉะนั้นเป้าหมายของหลักของสิงคโปร์ตอนนั้นคือ กำจัดทีพีไอ ซึ่งเป็นคู่แข่งเรื่องปิโตรเคมีทำให้คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ในช่วงนั้นออกมาต่อต้านรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

นายชาตรี โสภณพนิช

               ต่อมาคุณประชัยได้คุยกับคุณชาตรี โสภณพนิช เพราะบิดาคุณชาตรีคือคุณชิน โสภณพนิช ซึ่งเคยค้าขายกับคุณพร เลี่ยวไพรัตน์ บิดาของคุณประชัย จึงเข้าใจว่าน่าจะคุยกันได้ในฐานะเป็นลูกหนี้ จึงยื่นไปหาคุณชาตรีว่าขอเป็นผู้ทำการบริหารแผนของทีพีไอเอง ปรากฏว่าคุยกันรู้เรื่อง แต่วันลงคะแนนเสียงกลับไปคนละอย่างกับที่ตกลงกันไว้ เพราะสิงคโปร์มันกำกับธนาคารที่คุณชาตรีบริหารอยู่ ผลสุดท้ายคือสิงคโปร์ให้บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย มาเป็นผู้บริหารแผน

               บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าตัวแทนของธนาคารกรุงเทพและอยู่ภายใต้เงาของสิงคโปร์ ได้เข้ามาเอื้อประโยชน์ให้กับหลายฝ่าย โดยมี 5 ยุทธการที่ได้บริษัทนี้มาทำลายทีพีไอ คือ

               1)มันมาลดกำลังผลิตน้ำมัน จากที่เคยขายไว้ 150,000 บาร์เรลต่อวัน ขายได้กำไรทุกวัน มันลดลงมาเหลือครึ่งหนึ่ง

               2)ขายกิจการครบวงจรของทีพีไอ เพื่อลดความสามารถทางการแข่งขัน ทีพีไอมีท่าเรือน้ำลึก มันก็ปิด มีโรงไฟฟ้า มันก็ขาย เพื่อให้ทีพีไอเป็นโรงงานตั้งอยู่โดดเดี่ยว ถ้าจะทำอะไรก็ต้องเช่า ทำให้ต้นทุนการผลิตนั้นสูงขึ้น

               3)ทำให้ราคาหุ้นตกต่ำลง

               4)กำจัดผู้ถือหุ้นเดิมให้พ้นทางไป

               และ 5) สำคัญมากคือ จะได้เข้ามายึดกิจการทีพีไอในราคาถูก ฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดเลยว่าบริษัทสัญชาติออสเตรเลียนั้นบริหารโดยเข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อทีพีไอ ทำให้ทีพีไอเจ๊ง

               บริษัทนี้บริหารทีพีไออย่างที่ผมบอก ในที่สุดวันที่ 21 เมษายน 2546 คุณประชัยก็ฟ้อง และศาลก็ไล่บริษัทสัญชาติออสเตรเลียออก และให้ผู้บริหารเก่าคือคุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เข้าไปบริหาร

               พรุ่งนี้จะเป็นตอนสุดท้ายของบทความนี้ จะมาเล่าถึงเมื่อคุณประชัยเข้าไปบริหารทีพีไอนั้นมีเหตุการณ์อะไรต่อ โปรดติดตาม.

 

 

โดย คนไทรักแผ่นดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net