วันที่ จันทร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

2ผู้ต้องสัยบึ้มซีคอนฯแฉซ้ำตร.ให้พูดโกหก


     สองผู้ต้องสงสัยคดีบึ้มห้างซีคอนฯ ย้อนกลับมายืนยันอีกครั้ง เป็นบุคคลในภาพที่ถูกออกหมายจับ เผยถูกตร.ให้พูดโกหกที่ สน.ประเวศ แต่กลับใจขอเป็นเด็กเลี้ยงแกะเพียงครั้งเดียว ยันขอให้ตำรวจถอนหมายจับ เพื่อชีวิตจะได้อยู่อย่างเป็นสุข แต่ รองผบช.น.ยันไม่ถอนหมายจับ เชื่อทั้งสองไม่ใช่คนร้ายตามหมายจับ


 หลังจาก นายปรัชญา ปรีชาเวช อายุ 32 ปี นายยุทธพงศ์ กิตติศรีวรพันธ์ อายุ 32 ปี ได้แถลงข่าวที่ สน.ประเวศ กับ พล.ต.ต.เจตต์ มงคลหัตถี รองผบช.น. เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ไม่ได้มาพูดกับ “ศูนย์ข่าวเนชั่น” และไม่ได้ให้ข่าวตามที่หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ลงไป และยืนยันว่า คนในภาพนั้น เป็นเพียงคนที่มีหน้าตาคล้ายกันเท่านั้น


 แต่เมื่อวันที่ 24 มีงค. นายปรัชญา นายยุทธพงศ์ พร้อมพวกรวม 5 คน ได้เข้าพบกองบรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ศูนย์ข่าวเนชั่น อีกครั้ง พร้อมทั้งนำหลักฐานที่เป็นหางตั๋วดูหนังเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 49 บิลรับประทานอาหาร มาให้ดูอีกด้วย พร้อมกับชี้ภาพหมายจับของตำรวจยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ใช่ครับ นี่คือภาพพวกผมทั้งหมด”
 “แต่เหตุที่ต้องพูดโกหกที่ สน.ประเวศควันนั้น เพราะตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งขอร้อง และผมคิดว่าองค์กรตำรวจอยู่มาเป็นร้อยปี เขาคงไม่ต้องการให้องค์กรนี้เสียหาย แต่ผมมาครั้งนี้ ผมจะไม่โกหกอีกแล้ว และผมจะเป็นเด็กเลี้ยงแกะเพียงครั้งเดียว และผมต้องขอโทษกับการแถลงข่าวครั้งนั้นด้วย พวกผมไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนั้นมาก่อน จึงต้องพูดไปอย่างนั้น”
 หลังจากเป็นข่าวถูกออกหมายจับ ชีวิตพวกเขาต้องเปลี่ยนไป เช่น การเดินกลับบ้าน ยังมีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งขี่รถมาล้อมหน้าล้อมหลัง พร้อมพูดถึงเรื่องเงิน 1 ล้านบาท ขึ้นรถแท็กซี่เขาก็รู้ว่า เป็นพวกเขา นั่งกินข้าวอยู่ที่บ้านคนข้างบ้านก็รู้ว่า เป็นคนโกหก
 นายปรัชญา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ครอบครัวเครียดมาก แม่ไม่สบายเครียดหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น งานก็สะดุดและชีวิตเปลี่ยนไป จากคนไม่เคยดูข่าว ต้องมานั่งดูข่าวว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก วันนั้นหลังจากที่ตำรวจสอบปากคำกว่า 6 ชั่วโมง ตนขอขอบคุณตำรวจผู้ใหญ่ที่ให้ความเป็นธรรม ได้สรุปว่า ตนคือคนในภาพตามหมายจับ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องระเบิด โดยวันนั้นมีการบันทึกปากคำเอาไว้ด้วย การสอบสวนวันนั้น ได้มีการนำเสื้อผ้าในวันเกิดเรื่อง ไปให้ตำรวจดูด้วย โดย พล.ต.ต.เจตน์ และพนักงานสอบสวนก็ได้ดู และทางตำรวจบอกว่าวันถัดมาจะถอนหมายจับให้ จะได้จบกันไป แต่ขณะนี้ก็ยังไม่เห็นว่ามีการถอนหมายจับแต่อย่างใด ซึ่งก็ไม่เข้าใจขั้นตอนการทำงานของตำรวจ เพราะการไม่ถอนหมายจับทำให้ตนและครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก
 นายปรัชญา กล่าวตอนท้ายว่า เรื่องหมายจับไม่รู้ว่าจะเป็นโมฆะหรือไม่ แต่ตอนนี้เกิดอะไรก็ต้องยอม ถ้าตำรวจจะจับก็คงต้องจับพวกตนทั้งหมด 5 คน แต่ขอยืนยันว่า ยอมเป็นเด็กเลี้ยงแกะแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องการออกหมายจับผิดจะไม่ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 พล.ต.ต.เจตน์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ใครอยากพูดอะไรก็พูดไป ไม่เคยบังคับใคร ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเพิ่มเติมก็จะจับ ถ้าไม่มีก็ไม่จับ แต่จนกระทั่งวันนี้ได้มองดูแล้วว่าทั้งสองคนไม่ใช่คนร้าย แต่ถ้าตรวจพบหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะจับกุมแน่นอน ส่วนเรื่องหมายจับขอยืนยันว่าไม่ถอน เพราะได้ออกหมายไปแล้วว่าจับกุมตามภาพ
     ตำรวจที่ทำคดีนี้ คงมีทางเลือกอยู่ 4 ทางคือ การเดินหน้าประกาศว่า กลุ่มของนายปรัชญา ไม่ใช่คนในภาพ เพราะเป็นคนละคนกัน
 ถ้าใครได้ติดตามในเรื่องนี้มาตลอดแล้ว จะพบว่า คนที่อยู่ในภาพจากเดิมนั้น นายปรัชญา กับเพื่อนอีกคนหนึ่งมายืนยันว่า “ใช่” และยังไม่พอ ยังนำพรรคพวกที่ไปด้วยกันมายืนยันรวมกันถึง 5 คน
   แล้วอย่างนี้จะเชื่อใคร ..??
 อีกหนทางหนึ่ง ตำรวจจะต้องเดินหน้าหาคนร้ายที่อยู่ในภาพมาให้ได้ โดยเร็วที่สุด เพื่อปลดความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มนี้ ที่เขาต้องใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข

   อีกหนทางหนึ่ง ตำรวจยอมเสียฟอร์ม "ถอนหมายจับ" 
  หนทางสุดท้าย ในเมื่อบุคคลเหล่านี้ ประกาศว่าเขาคือคนในภาพตามหมายจับ ตำรวจต้องจับกุม มิฉะนั้นแล้ว อาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
 แต่ทางเลือกนี้ จะต้องมีหลักฐานยืนยันสอดคล้องกันทั้งหมด ว่า เขาวางระเบิดอย่างไร มีใครยืนยัน มีภาพการหย่อนลูกระเบิดหรือไม่
   แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดนี้ ดูเหมือนว่า ผู้รับผิดชอบคดีนี้ จะออกอาการมากเกินไป ถ้ากลุ่มของนายปรัชญา พูดจริงว่า ถูกตำรวจบอกให้พูดเช่นนั้น แสดงให้เห็นถึงอาการของตำรวจด้วยเหมือนกัน


****************************************

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net