วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ใช้คอมฯ เยอะๆ ระวังสายตานะคะ


ช่วงนี้กลับบ้านที่เชียงใหม่ค่ะ เมื่อวานก็เลยมีโอกาสได้ไปตรวจตา (ที่ไม่ใช่แฟนยาย..ง่ะ ไม่ตลก) ..ไม่รู้ทำไมต้องมาตรวจเชียงใหม่ ทำเหมือนกรุงเทพไม่มีหมอ 5555 สาเหตุก็คือเจ็บตาค่ะ ช่วงนี้พักผ่อนไม่ค่อยพอด้วย ไม่รู้จะ hyper ไปไหน เดิมเป็นต้อลมอยู่ หลังๆเหมือนจะเป็นเยอะขึ้นเลยลองไปตรวจอีกที ได้ผลเลยค่ะ ...

ตอนนี้ข้างขวาเป็นต้อลมอยู่เหมือนเดิม ส่วนข้างซ้ายเริ่มมีเยื่อขาวๆเข้าไปในตาดำ คุณหมอบอกว่าทิ้งไว้ซักหน่อยอาจจะกลายเป็นต้อเนื้อ ไอ้หยา ยิ่งกลัวๆ อยู่ด้วย แล้วไอ้งานที่ทำอยู่น่ะ ใช้คอมฯทั้งวันด้วยสิ คุณหมอก็เลยบอกว่าให้ใช้คอมฯ 5 นาทีพักครึ่งชั่วโมง อ้าวว หวานหมูสิ จริงๆไม่ใช่หรอก คุณหมอพูดสลับกัน ^^"  อดเลย จริงๆคือใช้ครึ่งชั่วโมง พักสายตาซัก 5 นาที เพราะเวลาเราจ้องจอคอมฯ นานๆ เราจะลืมกระพริบตาค่ะ ทำให้ตาแห้ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ

ช่วงนี้คงต้องเพลาๆการใช้คอมฯ ซะแล้วว ใครใช้คอมฯ เยอะๆ ระวังสุขภาพตาด้วยนะคะ

เอาข้อมูลมาฝากค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ (รูปอาจจะดูน่ากลัวนิดหน่อยนะคะ)

ต้อลม และต้อเนื้อ  เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยมาก แต่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงแบบต้อหิน และต้อกระจก

ต้อลม


ต้อลมเป็นโรคที่คล้ายคลึงกับต้อเนื้อ มีลักษณะเป็นก้อนขาวหรือเหลือง นูน อยู่ข้าง ๆ ตาดำ โดยไม่ได้ลุกลามเข้าไปในตาดำอย่างต้อเนื้อ
ทั้งต้อเนื้อและต้อลมอาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้ จะทำให้ตาขาวในบริเวณใกล้เคียงกับต้อแดงขึ้น

ต้อเนื้อ


ต้อเนื้อมีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อสีแดง ๆ รูปสามเหลี่ยมงอกจากตาขาวลามเข้าไปในตาดำ มักพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา ต้อเนื้อนี้จะค่อย ๆ โตลุกลามอย่างช้า ๆ เข้าไปในตาดำ ส่วนใหญ่กินเวลาร่วมสิบปี ถ้าเป็นมากจะลามเข้าไปจนถึงกลางตาดำปิดรูม่านตาซึ่งจะปิดบังการมองเห็นทำให้ตามัวได้

สาเหตุ  ต้อเนื้อ และต้อลม เป็นโรคที่คล้ายคลึงกัน เกิดจากสาเหตุเดียวกัน คือเกิดจากการแพ้ และการระคายเคือง อันเนื่องมาจากแสงอัลตราไวโอเลต ฝน และลม โรคนี้จึงมักเกิดกับผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคนี้ใส่แว่นกันแดดไว้เสมอในเวลาออกกลางแจ้ง

อาการ  ผู้ป่วยเป็นต้อเนื้อ และต้อลม จะมีอาการเคืองตาแสบตา น้ำตาไหล ตาแดง คันตา ถ้าเป็นน้อยจะไม่ทำให้ตามัวแต่ถ้าเป็นมาก เช่นในกรณีที่ต้อเนื้อลุกลามเข้ามาถึงกลางตาดำจะทำให้ตามัวลง

การรักษาและการป้องกัน

1. ใส่แว่นกันแดด, สวมหมวก, กางร่มในเวลาที่ออกกลางแจ้ง
2. ไม่จำเป็นต้องรักษาในรายที่มีอาการไม่มาก
3. ใช้ยาหยอดตาในผู้ที่มีอาการเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล แต่ยาหยอดตาไม่สามารถทำให้ต้อเนื้อต้อลมหายไปได้
4. ต้อลมหรือต้อเนื้อที่เป็นน้อยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออกเพราะไม่อันตรายต่อตา
5. การผ่าตัดจะทำในผู้ป่วยต้อเนื้อที่มีอาการมาก หรือต้อเนื้อที่ลุกลามเข้าไปบนกระจกตาดำมากพอสมควรและ/หรือมีผลทำให้ตามัว

การใช้ Computer


ในปัจจุบัน Computer มีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์ค่อนข้างมาก เพราะคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราคนทำงานจะหลีกเลี่ยงไม่ใช้ไม่ได้เสียแล้ว ปัญหาเรื่องการปวดตาเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งในหมู่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และสามารถเกิดได้ทุกวัย สำหรับสาเหตุนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่ตาไม่สามารถปรับโฟกัสได้อย่างแม่นยำ อันเนื่องมาจากการที่อักษรบนคอมพิวเตอร์เกิดจากการผสมจากจุดเล็กๆ (pixwel) ทำให้ตาเกิดอาการเมื่อยล้าได้เร็วกว่าการมองวัตถุอย่างอื่น ปัจจุบันมีการผลิตแว่นตาชนิดพิเศษสำหรับการใช้หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาไม่ต้องทำงานมากนัก แว่นตาเหล่านี้ควรเคลือบสารเพื่อป้องกันแสงสะท้อน รวมทั้งมี UV400 ฟิลเตอร์ด้วย

โดยเฉลี่ยแล้วหนุ่มสาวจะต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ประมาณ 10ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอื่นได้ เช่น โรคมะเร็ง ปวดหลัง เท้าบวม เป็นต้น ดั้งนั้นเราควรทำการป้องกันไว้ก่อน เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

วิธีป้องกัน


1. นั่งในท่าที่เหมาะสมห่างจากจอ Computer ประมาณ 20 - 30 นิ้ว

2. Screen Computer ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 20-26 องศา

3. จัดเอกสารที่ต้องใช้ดูประกอบไว้ใกล้กับจอเครื่องคอมพิวเตอร์ จะได้ลดการส่ายศีรษะไปมามาก และลดการเปลี่ยนระยะการดูของตา ไม่ให้ระยะต่างกันมาก

4. พักสายตาบ่อยๆ แนะนำให้พักสายตาอย่างน้อย 15-20 นาทีทุก 2 ชั่วโมง

5. จัดแสง และแสงสะท้อนจากจอให้ลดลงในระดับที่ตาเรารู้สึกสบาย

6. จอภาพ Computer ต้อง Focus ชัดเจน ตัวหนังสือ ภาพในจอให้ปรับให้ชัดเสมอ และควรปรับแสงของจอมอนิเตอร์ให้พอเหมาะ ใช้แผ่นกรองแสงช่วย หรือเลือกใช้จอแบน เพื่อลดการหักเหของแสง

7. มีงานวิจัยพบว่า ผู้ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์จะกระพริบตาน้อยกว่าปกติ ดังนั้นคุณอาจจะต้องตั้งใจกระพิบตาให้ถี่ขึ้น เพื่อช่วยให้ตาชุ่มชื้นขึ้น หรือใช้น้ำตาเทียมหยดเป็นครั้งคราว

8. ทุก 15 นาทีของการทำงาน อาจเหลือบไปมองสิ่งอื่นๆ บ้าง โดยมองไปไกลๆ การมองที่อื่นๆ ช่วยเรื่องการปรับโฟกัส และช่วยให้ กระพิบตาทำให้ตาชุ่มชื้นขึ้น

9. ผู้ที่มีอายุเกิน 40 และจำเป็นต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ ควรใช้แว่นอ่านหนังสือกำลังที่เหมาะสม และไม่ควรใช้แว่น 2 ชั้น หรือแว่นไม่มีชั้น จะทำให้ต้องเงยหน้าอ่านข้อความในจอตลอดเป็นเหตุให้ปวดต้นคอ

10. ตั้งคอมพิวเตอร์ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก อย่าให้มีฝุ่นเกาะจอ และควรทำความสะอาดเสมอ

11. นำต้นกระบองเพชรเล็ก ๆ มาวางข้างคอมพิวเตอร์จะช่วยดูดซับคลื่นแม่เหล็กได้

12. ควรเปลี่ยนอริยาบถ หรือลุกเดินบ้างเพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก:
http://www.eyebankthai.com
http://www.bangkokhealth.com/consult_htdoc/Question.asp?GID=20057

โดย Mothemon

 

กลับไปที่ www.oknation.net