วันที่ อังคาร ตุลาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่างนี้โอเคไหมคะ?( คร ๓ )


                                                                               
                         

ทุกวันเสาร์พรชัยกับวารีจะพาลูกๆไปหาคุณปู่คุณย่า    เดินซื้อของและ
        
 รับประทานอาหารนอกบ้าน    ส่วนวันอาทิตย์คือวันทำงานบ้านและพักผ่อน   
        
 แต่อาทิตย์นี้จะมีรายการพิเศษ    แสงแดดกระโดดโลดเต้นดีใจ    คุณแม่
        
 ถามว่าวันนี้วันอะไร  หนูน้อยนิ่ง  สักครู่ก็ตอบชัดถ้อยชัดคำ
                        
                “วันอาทิตย์ค่ะ”
                       
                “เก่งคะ  แล้วเป็นวันอะไรอีก   วันก่อนคุณแม่กระซิบแล้ว”
             
                “วันที่พักผ่อนอยู่กับบ้านค่ะ”
   
                 "ใช่จ๊ะ   แล้ววันอะไรอีก?”
                         
                 “วันที่ไม่ได้ออกนอกบ้าน     ”

ท้องฟ้าเดินเข้ามาทันได้ยิน   หัวเราะขบขัน    น้องสาวเหลือบตาดู  เม้มปาก
         
แล้วสะบัดหน้า   วารีทำเป็นมองไม่เห็น   เพราะถ้าอบรมตอนนี้บรรยากาศ
      
ของวันพิเศษคงไม่สนุก     จึงรีบสรุป

                  “วันเกิดพี่ท้องฟ้าไงคะ    รีบไปแต่งตัวกันเร็ว  เราจะไปทานอาหารเที่ยง

ตอนบ่ายกลับมาตัดเค๊ก  แกะของขวัญ”
  
 แสงแดดนึกภาพของขวัญ   ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่   เดินตามหลังพี่สาวขึ้นชั้นบน

 ยังไม่ทันถึงห้อง   หนูน้อยวิ่งลงบันไดมาถาม
                 
                    “ชุดไหนคะแม่?”
                 
                    “A นะคะ  “
  
 รับทราบแล้วเด็กน้อยก็วิ่ง พลางตะโกนบอกพี่ๆ
                
                    “  วันนี้ชุด A  ค่ะ”  
 
เพียงครู่เดียว   วารีได้ยินเสียงเอะอะ    คล้ายกับการโต้เถียงกัน 

                   “ท้องฟ้าต้องเปลี่ยนชื่อกับแสงแดด”   เสียงแหลมเล็กประจำครอบครัว
พูดทำนองคาดคั้นพี่สาว  พอหันไปเห็นมารดยืนดูอยู่ตรงประตูห้องเด็กหญิงก็ถลา

ไปเกาะแขน
    
                  “หนูอยากชื่อท้องฟ้าคะคุณแม่   ท้องฟ้าเขาไม่ยอมหาว่าหนูคิดอะไรแผลงๆ”     
   

วารีหันไปทางลูกสาวคนรองซึ่งกำลังมองน้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ  เธอส่งสายตาว่าเข้าใจ

ในขณะที่แสงแดดทำเสียงตัดพ้อ

                  “ทำไมคราวก่อนวันเกิดหนูเป็นชุด  C   พอวันนี้วันเกิด  ท้องฟ้าเป็นชุด  A”

เด็กน้อยไม่แทนตัวเองว่าแสงแดดเหมือนทุกครั้ง    วารีรู้สึกว่าเธอจะต้องเตรียมรับ

สถานการณ์ใหม่ๆแปลกๆเพิ่มขึ้น     เลี้ยงลูกคนนี้เหนื่อยใจเสียจริง    ทั้งฉลาด  ช่างคิด

 แต่ดื้อรั้น   แล้วยังจะเริ่มมีนิสัยอิจฉาด้วย

                “คุณแม่เคยอธิบายแล้วว่าเราจะหัดแต่งตัวให้เหมาะกับโอกาสและสถานที่   
    
 หนูเป็นคน เลือกทานไก่ทอด  ร้านธรรมดา  เราก็ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดหรู     เราจะ

  เก็บชุดสวยให้ดูใหม่เสมอ      ชุดราคาแพงใส่บ่อยก็ขาดเร็ว    “

                 “แล้วทำไมท้องฟ้าไม่ประหยัด ชอบเลือกร้านใหญ่” เด็กน้อยถามห้วนๆ
 
                 “เฉพาะวันเกิดเป็นกรณีพิเศษที่จะเเลือก  วันเกิดหนูที่ผ่านมา  แม่ก็ให้สิทธิหนู” 
 
                 “คราวที่แล้วหนูเลือกผิด หนูจะเลือกใหม่” แสงแดดเน้นเพื่อให้มารดายอมตาม
                 
 วารีทำตาโต      จำไม่ได้ว่าตอนท้องลูกคนเล็กอารมณ์เธอเป็นอย่างไรหรือ

 ว่าชื่อแสงแดดมันร้อนน่าจะตั้งชื่อสายลม    แต่ก็นั่นแหละมันได้ทั้งลมร้อนลมเย็น

                   “คุณแม่สัญญา  วันเกิดแสงแดดปีหน้าเราจะไปทานที่เดียวกัน”
                   
                   “แต่ถ้าหนูเปลี่ยนชื่อหนูก็เกิดวันนี้  “
                    
                   “ ? ?? “
                    
                   “ท้องฟ้าต้องเปลี่ยนเป็นแสงแดด”    นอกจากจะย้ำคำว่า ต้อง เป็นเชิงบังคับ

 แล้วสายตายังมองพี่สาวให้ยอมรับแต่โดยดี    ท้องฟ้าจะเปิดฉากโต้  วารีขยิบ ตาห้าม
                 
                                                                                                                                                                          
                 
 แล้วเดินมาโอบกอดลูกคนรอง  ที่ก้มหน้าพึมพำ

                    "ทำไมแสงแดดชอบเอาแต่ใจ  ใครๆพูดก็ไม่ยอมเชื่อ   "

                    “ อย่าน้อยใจเลย ลูก น้องยังเด็กต้องให้เวลาน้องปรับตัวนะคะ"
         
ขณะที่วารีเกำลังต้องการตัวช่วย     อากาศซึ่งอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเดินเข้ามา ออก

 คำสั่งรวบรัดแต่สุภาพ 

                    “  คุณพ่อกำลังจะมา   ท้องฟ้าไปแต่งตัว แสงแดดอย่าชักช้า    คุณแม่ก็ต้อง

ไปเตรียมตัวนะครับ      สิบนาทีทุกคนต้องพร้อมที่ข้างล่าง  อย่าให้คุณปู่คุณย่าต้องรอ 

  เอาละตามนี้ นะ”  
                                                                                                         
สิบนาทีต่อมา

                “คุณปู่คุณย่าขา   วันนี้วันเกิดท้องฟ้าค่ะ ”     เสียงแหลมเล็กส่งเสียงมาก่อนตัว

พร้อมพนมมือไหว้    เปียสองข้างผูกโบว์สวยงามสะบัดไปมาตามจังหวะที่ก้าวย่าง   

 คุณย่าก้มลงแตะแก้มนวลอย่างเอ็นดู

                “ต้องเรียกว่าพี่ท้องฟ้า   อย่าเรียกชื่อเฉยๆซิจ๊ะหลาน”

                “ท้องฟ้าคนนี้  “หนูน้อยชี้ที่หน้าอกตัวเอง    สายตาหยุดมองที่ตุ๊กตาคิตตี้สีชมพู

ตัวใหญ่ข้างตัวคุณย่า   ก่อนจะเดินไปจับลูบเล่น    ไม่สนใจว่าคนอื่นๆยืนรวมกลุ่มคุยกัน                                                    
                                                                                                           
                 “มิคกี้  มิคกี้ “ คุณปู่ส่งเสียงเรียก                                                                                                                                                                                                                              
 
                 “มิคกี้  เอ๊ทำไมไม่มา”   เสียงคุณปู่ ดังขึ้น  เรียกความสนใจของหนูน้อย
               
                 "คุณปู่เรียกใครคะ?”   วิ่งมาเขย่ามือคุณปู่แล้วถามเสียงใส
               
                 “เรียกหมาของหนู”
                
                 “มันชื่อ  โทนี่ค่ะ  ไม่ใช่มิคกี้”    
                
                 “ปู่อยากเปลี่ยนชื่อมันเป็นมิคกี้  มิคกี้อยู่ไหน  มานี่ “
                        
                 “หนูเรียกเองค่ะ  โทนี่ โทนี่  มานี่เร็ว “   เรียกอย่างมั่นใจ
               
                 “มันมาแล้ว  มันไม่รู้จักชื่อที่คุณปู่ตั้งให้  มันชื่อโทนี่ก็ต้องโทนี่ค่ะ’’ 

 จีบปากจีบคอบอกอย่างผู้รู้

 วารีฉวยโอกาสเข้าไปพูด

                “แสงแดดเห็นไหมจ๊ะ   มันชื่อโทนี่    จะเปลี่ยนชื่อมันก็ไม่มีประโยชน์

 อะไร    ตัวหนูเองชื่อแสงแดดก็คือแสงแดด     สมมุติว่าหนูต้องการเปลี่ยนเป็นท้องฟ้า

 คุณพ่อต้องไปแจ้งที่ว่าการเขตก่อน     แล้วแจ้งทางโรงเรียน  เสื้อนักเรียนก็

  ต้องปักชื่อใหม่  สมุดการบ้านต้องแก้ไข    หนูก็ต้องบอกเพื่อนๆ    มันยุ่งและ

วุ่นวายนะคะ”                                                   
                       
                 “พี่เองก็ต้องไปแก้ไขทุกอย่างให้เป็นชื่อของเธอด้วย”    ท้องฟ้าพูดเสริม
            
                 “เกิดเป็นคนต้องมีเหตุผลนะหลาน”   คุณปู่สอน
     
                 “ทีนี้หนูคงเข้าใจแล้วนะคะ”   วารีรั้งลูกน้อยเข้ามากอด
 
                 “เข้าใจแล้วค่ะ”
            
                  “ดีมาก’’  พรชัยเอ่ยปากชมอย่างดีใจ”    ทุกคนหิวกันแล้ว  ไปกันเถอะ”                                                                                                                           
            
                  “ค่ะ    ไปกันเถอะ    ทานข้าวแล้วคุณพ่อไปเปลี่ยนชื่อหนูเลยนะคะ  
      
หนูจะได้ ตัดเค๊ก   แกะของขวัญ”   
               
                   “แต่ขอเวลาแป๊บเดียว   ของขวัญจากคุณย่าไม่ได้ห่อกระดาษ  หนูเอา
        
 ไว้ที่ห้องนอนก่อนนะคะ”
 
                   “?????”
                                                                                                         
  พรชัยกำลังคิดว่าถ้าแสงแดดยังคงเอาแต่ใจไม่ฟังเหตุผลอีก   เขาคงจำเป็นต้อง

ดุและเริ่มเข้มงวดกวดขันความประพฤติของลูกคนสุดท้องมากกว่าเดิม    หากปล่อย

เนิ่นนานจะยิ่งยากแก่การแก้ไข    เพื่อมิให้วันเกิดท้องฟ้ามีปํญหา  เขาหาทางออกว่า

                   “วันนี้วันอาทิตย์     ไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงาน  เราเลิกคิดเรื่องเปลี่ยนชื่อ    หนูคือ

แสงแดดเหมือนเดิมก่อน  ตกลงมั้ย  ?’’

เด็กน้อยส่ายหน้า

                    “หนูชื่อท้องฟ้าเกิดวันนี้    พรุ่งนี้หนูค่อยกลับมาชื่อแสงแดด  เปลี่ยนชื่อวันเดียว

ไม่ต้องแจ้งใครก็ได้  ไม่มีใครทันได้รู้  นอกจากบ้านเรา “   หนูน้อยออดอ้อน  อยากได้ของขวัญ

ที่ทุกคนเตรียมให้ท้องฟ้าเหลือเกิน   

                   
                     “อย่างนี้โอเคไหมคะ?”                  


                      “   !!!!!  !”  ผู้ใหญ่ทุกคนมองหน้ากัน   ความคิดเด็กที่ฉลาด แต่เอาแต่ใจตัวเอง
 
บางครั้งก็มึนจนหาวิธีแก้ไม่ง่ายสักเท่าไรเลย                                 

โดย YEEKENG

 

กลับไปที่ www.oknation.net